
รอบรั้วเกษตร (ศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554)
***อุทกภัยทำขาดแคลนอาหารปลา
สงขลา - นายทองส้อง แสงมณีประดับ อายุ 52 ปี เกษตรผู้เลี้ยงปลาในกระชังที่ อ.สิงหนคร จ.สงขลา กล่าวว่า หลังจากที่เจอกับวาตภัยและอุทกภัย แถวนี้กระชังจมหมด ปลาส่วนหนึ่งสูญหายไปกับน้ำท่วมกระชัง เหลือที่เลี้ยงอยู่ประมาณ 20% ในช่วงนี้คลื่นลมแรงทำให้อาหารปลาหายาก ราคาแพงมาก กก.ละ 15-20 บาท สาเหตุเพราะเรือใหญ่หยุดหมด ออกจับปลาไม่ได้ สำหรับปลาที่ใช้เป็นอาหารในช่วงนี้ได้หมด คือ ปลาหลังเขียว ปลาเหรน หรือเศษปลาจากเรืออวนลาก ราคา กก.ละ 15-20 บาท เกษตรกรเลี้ยงปลาในกระชังจะอยู่ได้อาหารปลาจะต้องราคา กก.ละ 12 บาท หากเลยขึ้นไปก็อยู่ไม่ได้ ช่วงนี้ปลาเหลือน้อยเพราะเสียหายไปเกือบหมด ให้อาหารวันเว้นวัน ถ้ามีอาหารปลาก็ให้กิน ถ้าไม่มีอาหารปลาก็ต้องรอจนกว่าจะมี บางครั้งนานถึง 10 วันก็มี เพราะไม่มีอาหารปลา ที่นี่เลี้ยงปลาแบบให้อาหารสดทั้งหมด
***ชาวนาปลื้มน้ำเขื่อนกระเสียวเต็ม
กทม. -นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงแผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งของเขื่อนกระเสียว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรีว่า ในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนกระเสียวมีจำนวนถึง 248 ล้านลูกบาศก์เมตรมากกว่าปริมาณความจุในระดับเก็บกักคือ 240 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นในฤดูแล้งปีนี้ คณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) ของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากระเสียว จึงมีมติให้เกษตรกรสามารถปลูกพืชฤดูแล้งได้เต็มพื้นที่ชลประทาน 110,814 ไร่ โดยแบ่งเป็นข้าวนาปรัง 74,000 ไร่ ที่เหลือเป็นไร่อ้อย ทั้งนี้กรมชลประทานจะเริ่มส่งน้ำเพื่อปลูกพืชฤดูแล้งตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ.2554 เป็นต้นไป เป็นระยะเวลา 4 เดือนจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.2554 และจะเริ่มต้นส่งน้ำเพื่อทำนาปีอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.2554 เป็นต้นไป คาดว่าจะใช้ปริมาณน้ำสำหรับปลูกพืชฤดูแล้งทั้งสิ้น 160 ล้านลูกบาศก์เมตร และจะเหลือปริมาณน้ำสำรองไม่น้อยกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตรเพียงพอที่จะทำนาปรังในปี 2555
***แจงแนวทางจัดการผลไม้ปี 54
กทม. - นายวินัย กสิรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจรวบรวมและจำหน่ายผลไม้ของสถาบันเกษตรกรในฤดูกาลผลิตปี 2554 โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสหกรณ์จังหวัด พร้อมด้วยผู้จัดการและผู้แทนสถาบันเกษตรกร ซึ่งดำเนินธุรกิจจำหน่ายผลไม้จากภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคใต้ 18 จังหวัด โดยกรมมีนโยบายในการส่งเสริมและสนับสนุนให้สถาบันเกษตรกรดำเนินธุรกิจรวบรวมผลไม้คุณภาพจากสมาชิก และจำหน่ายผลไม้ไปตามช่องทางการตลาดต่างๆ ภายใต้กลไกตลาดปกติ โดยได้สนับสนุนเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ปีละ 200 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 เพื่อนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งมีการประสานงานและเชื่อมโยงเครือข่ายสถาบันเกษตรกรกับผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด โดยแยกตามช่องทางตลาด ได้แก่ ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ร้อยละ 18 บริษัทผู้ส่งออกร้อยละ 48 เครือข่ายสหกรณ์และผู้ค้าภายในประเทศร้อยละ 34



