
คิมยุติบทบาทอธิการม.รามเล็งอุทธรณ์
คิมยอมถอยยุติบทบาทอธิการ เตรียมอุทธรณ์ ก.พ.อ.ยันทำถูกต้อง ขณะที่ สุเมธ แนะนายกสภามร.เร่งจัดการตามคำสั่ง ด้าน ประจวบ ทำมึนบอกยังไม่ได้รับคำสั่ง แต่สภามหาวิทยาลัยมีนัดถก หาทางออก 10 ก.พ.นี้ ส่วนพลพรรค รักคิม ขอเอาใจช่วยอย่างเดียว
ความคืบหน้ากรณีดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.)มีคำสั่งไล่ออกราชการ รศ.คิม ไชยแสนสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง(ม.ร.) รศ.รังสรรค์ แสงสุข อดีตอธิการบดีม.ร.และนายเฉลิมพล ศรีหงษ์ อดีตรองอธิการบดีม.ร.จากกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)มีมติชี้มูลความผิดทั้งทางวินัยร้ายแรงและอาญา กรณีการขยายอายุราชการให้กับรศ.รังสรรค์
รศ.คิม ไชยแสนสุข อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง(มร.) กล่าวว่าได้ยุติบทบาทอธิการบดีมร.ตั้งแต่วันนี้แล้วตามคำสั่งของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)และตอนนี้กำลังรอหนังสือคำสั่งสกอ.อยู่เพื่อดูรายละเอียดในการเขียนคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ภายใน 30 วัน ซึ่งกรณีความผิดที่ชี้มูลมาในเรื่องการออกคำสั่งขยายระยะเวลาราชการให้แก่รศ.รังสรรค์ และนางรำไพ สิริมนกุล รองอธิการบดีที่เกษียณอายุราชการในปี 2547 นั้นยืนยันว่าดำเนินการถูกต้องเพราะหากทำผิดมหาวิทยาลัยอื่นๆที่ขยายระยะเวลาราชการก็คงผิดกันหมดแล้ว อย่างไรก็ตามเข้าใจผู้ที่ออกคำสั่งที่ให้ออกจากราชการเพราะต้องปฏิบัติตามหน้าที่ของเขา ส่วนกรณีของรศ.รังสรรค์นั้นไม่ได้พูดคุยกับรศ.รังสรรค์จะดำเนินการอย่างไรต่อเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ทั้งนี้ กรณีที่สภามหาวิทยาลัยมร.เรียกประชุมด่วนในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นั้นไม่ทราบเรื่องนี้ไม่ได้มีใครแจ้งให้ทราบและคงไม่มีหน้าที่จะเข้าร่วมประชุมสภามร.
ด้าน ดร.สุเมธ กล่าวว่า ในวันที่ 9 ก.พ. ช่วงเย็น จะเข้าพบนายประจวบ ไชยสาส์น นายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อให้คำแนะนำการดำเนินการหลังจากที่ สกอ.มีคำสั่งไล่ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ซึ่งทราบว่า สภา มร.จะมีการประชุมในวันที่ 10 ก.พ. จึงเสนอให้ดำเนินการทันที
รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการ กกอ. กล่าวว่าตามจริงการพิจารณาโทษจบไปนานแล้ว เพราะป.ป.ช.เป็นผู้ชี้มูลความผิดมานานแล้ว ทั้งนี้ที่การลงโทษล่าช้ามาจนถึงตอนนี้เพราะสกอ.ไม่มั่นใจว่าเลขาธิการ กกอ.จะมีอำนาจในการสั่งลงโทษได้หรือไม่ เนื่องจากแต่ละมหาวิทยาลัยมีกฎหมายเป็นของตนเอง และสภามหาวิทยาลัยมีอำนาจในการสั่งลงโทษ แต่เมื่อสภามหาวิทยาลัยไม่ได้ดำเนินการตามการชี้มูลของป.ป.ช. ในส่วนของสกอ.จึงต้องทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อสอบถามว่าเลขาธิการ กกอ. มีอำนาจในการลงโทษหรือไม่ เมื่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการ ตอบกลับมาว่ามีอำนาจลงโทษในฐานะผู้บังคับบัญชาข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา สกอ.จึงได้ออกหนังสือคำสั่งลงโทษดังกล่าว
ด้านนายประจวบ ไชยสาส์น นายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่ายังไม่ได้พูดคุยกับนายคิมถึงเรื่องหนังสือไล่ออกของสกอ. เพราะติดภารกิจอยู่ต่างจังหวัด จึงยังไม่ทราบเรื่องและยังไม่มีใครติดต่อตน อาจเป็นเพราะอยู่ต่างจังหวัด ในที่อับสัญญาณจึงอาจไม่มีใครติดต่อได้ ส่วนที่ถามว่าในฐานะนายกสภามหาวิทยาลัย จะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยด่วนในวันที่ 10 กุมภาพันธ์หรือไม่ เรื่องนี้ยังตอบไม่ได้เพราะยังไม่ทราบเรื่อง เมื่อถามต่อว่าขั้นตอนต่อไปจะต้องดำเนินกาอย่างไร นายประจวบ ตอบว่ายังไม่ทราบ
ต่อมาเวลา 15.30 น. กลุ่มสภาคณาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ประมาณ 200 คน ได้มาร่วมตัวกันเพื่อให้กำลังใจรศ.คิม, รศ.รังสรรค์ และนายเฉลิมพล โดยรศ.อดุลย์ ตะพัง ประธานสภาคณาจารย์ ม.ร.กล่าวว่ามีโอกาสได้ทำงานร่วมกับทั้ง 3 คน โดยเฉพาะอธิการบดีคนปัจจุบันเห็นได้ว่ามีความทุ่มเทให้กับมหาวยิทยาลัยเป็นอย่างมาก แต่คงไม่ขอไปก้าวล่วงมติของป.ป.ช.และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)ไม่ได้ และคงจะให้กำลังใจทั้ง 3 ท่านในการต่อสู้ทางด้านกฎหมาย
นายคนอง วรรณศรี ประธานสภาข้าราชการม.ร. รู้สึกว่าขณะนี้ผู้นำองค์กรของม.ร.กำลังตกเป็นจำเลยของสังคม และขอตั้งขอสงสัยว่าทำไมถึงได้มีการออกหนังสือตัดสินมาในช่วงเวลานี้
ด้านนายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ตัวแทนนักศึกษาม.ร.กล่าวว่า ขณะนี้นักศึกษาม.ร.กำลังเกิดความสับสนและวุ่นวายว่าการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยจะดำเนินการได้ตามปกติหรือไม่และนักศึกษาที่จบและกำลังจะเข้ารับพระราชทานปริญาบัตรจะมีผลกระทบด้วยหรือไม่เนื่องจากว่าอธิการมหาวิทยาลัยจะต้องเซ็นอนุมัติการจบการศึกษาของนักษาทุกคน ดังนั้นจึงขอให้สกอ.ทบทวนคำสั่งดังกล่าวด้วย



