
ร้อยไอเดียสร้างแรงบันดาลใจ
จากเทศกาลปล่อยแสงทั้ง 6 ครั้งที่ผ่านมา ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ได้มีโอกาสปล่อยแสงแห่งความสามารถของตนเองออกมาให้สาธารณชนได้รับรู้ถึงพลังที่มีอยู่ในตัว และปีนี้ TCDC กลับมาสร้างปรากฏการณ์ทางความคิดครั้งสำคัญใน "เทศก
1 ใน 100 คนต้นคิด ณัฐ ประกอบสันติสุข ช่างภาพศิลปินหัวก้าวหน้า คัดสรรผลงาน "เส้นใยย้อมสีจากธรรมชาติ" มาเป็นแรงบันดาลใจ เผยว่า วัตถุดิบนั้นมีความสำคัญพอๆ กับการดีไซน์ที่ทุกวันนี้เริ่มวนเวียน ดีไซน์และสไตล์เริ่มย้อนกลับไปหาสิ่งเก่าๆ เพราะถูกจำกัดด้วยการใช้งาน ทำให้ดีไซน์ไปไหนไม่ได้ไกล แต่วัตถุดิบกลับมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เส้นใยก็มีการคิดค้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองเทคนิคที่หลากหลายมากขึ้นนั่นเอง
"เรื่องเส้นใยและเทคนิคการย้อมผ้าเป็นเรื่องที่คนมักจะละเลยแต่กลับตอบโจทย์ ที่ผ่านมาผมฝังใจว่าผ้าที่ย้อมสีธรรมชาติมักจะสีตกและเสียหายไปในการซักครั้งเดียว แต่พอมาเรียนรู้เทคนิคการย้อมผ้าไหมด้วยสีธรรมชาติทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วสีธรรมชาติก็สามารถทำให้ผ้าที่ย้อมมีสีสดและไม่ตกได้ เส้นใยที่ย้อมสีธรรมชาติมีเอกลักษณ์ของงานฝีมือ เพราะสีไม่ได้เรียบเท่ากัน เมื่อนำมาทำเครื่องแต่งกายยิ่งทำให้ดูมีมิติที่สวยงามกว่าทอด้วยเครื่องจักร สีจะดูเหลือบคาดเดาไม่ได้ซึ่งกลายเป็นเสนห์ไป" ณัฐเผย
ด้าน "จุ้ย" ศุ บุญเลี้ยง อดีตสมาชิกวงเฉลียง ผู้สร้างตำนานตัวโน้ตอารมณ์ดีของเมืองไทย ผู้เลือก "ตุ๊กกี้" สุดารัตน์ บุตรพรหม มาเป็นแรงบันดาลใจ เผยว่า กระแสหลักที่นิยมความสวยงามและมองว่าความขี้เหร่เป็นสิ่งที่ขายไม่ได้ แต่ความขี้เหร่เมื่อรวมกับความตลก ทำให้เธอฉีกตัวเองออกมาอย่างมีเอกลักษณ์ ตุ๊กกี้อาจขายไม่ออกหากใช้ความขี้เหร่อย่างเดียว แต่เธอรู้จักนำจุดด้อยมาพัฒนารวมกับความตลก ซึ่งเป็นความถนัดและเป็นตัวของตัวเอง
"ผมไม่ได้ชอบตุ๊กกี้เป็นส่วนตัว แต่การที่ตุ๊กกี้ดังขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา มันเป็นการเอาความขี้เหร่มาปั้นเป็นสินค้าชนิดหนึ่ง ที่มีความสวยซ่อนอยู่ในความขี้เหร่ และดึงเอาความน่ารักนำเสนอออกมาอย่างเป็นระบบ จนกลายเป็นสินค้าติดอันดับท็อปเท็น ที่มีคิวโฆษณาสินค้าและการแสดงติดต่อมากมาย เรียกว่าเรตติ้งดีมาก ตุ๊กกี้จึงเป็นตลกคิวทองที่สุดในปีที่ผ่านมา และอาจพูดได้ว่าไม่มีใครในประเทศไทยไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้" หนุ่มอารมณ์ดีให้ความเห็น
และนอกจากนี้ภายในนิทรรศการยังมีอีกหลายผลงานสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น "กางเกงมวยไทย" ที่คัดสรรโดย จิตต์สิงห์ สมบุญ แฟชั่น ดีไซเนอร์ ผู้เปรียบเสมือนโลโก้ของเกรย์ฮาวด์ และเพลย์ฮาวด์ กับแนวคิดที่ว่ากางเกงมวยไทยที่มีไว้ขายเป็นของที่ระลึกของฝรั่งหรือใช้งานตามจุดประสงค์ ไม่ได้มีการออกแบบอะไรเป็นพิเศษนอกเหนือไปจากทรงที่ตามสมัยในยุคนั้นๆ ลวดลายอักษรไทยประดิษฐ์สีจัดจ้าน “มวยไทย” บนผืนผ้าสีจัดจ้านก็เช่นกัน กลับเป็นตัวการหนึ่งที่จะสืบสานเชื่อมต่อ แนะนำให้รู้จักกับศิลปะมวยไทยซึ่งเป็นกีฬาและวัฒนธรรมของชาติที่กำลังถูกหลงลืมโดยคนไทยด้วยกันเอง หรือจะเป็นความประทับใจใน "นิยายชุดพลนิกรกิมหงวน" ของ เพชร โอสถานุเคราะห์ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยกรุงเทพและทายาทบริษัท โอสถสภา จำกัด
ขณะที่ผลงาน "จ่าเฉย" คัดสรรโดย ทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการหนังสืออะเดย์ กับการสะท้อนภาพตัวแทนแรงบันดาลใจในการคิดแก้ปัญหาสังคมด้วยวิธีการง่ายๆ ที่เข้าถึงกลุ่มคนส่วนใหญ่อย่างเป็นมิตรผ่านการสอดแทรกอารมณ์ขันแบบไทยๆ หรือจะเป็นผลงาน "กองขยะระฟ้า 2550" ผลงานการคัดเลือกโดย ผศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต ที่สะท้อนกระบวนการเปลี่ยนแปลงต้นทุนทางความคิดในการนำของเหลือใช้มาใส่ความคิดสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความน่าสนใจ โดยสามารถทำให้ขยะกลับกลายเป็นของมีค่าและมีราคาอีกครั้ง
ทั้งนี้ผู้สนใจเข้าชมทั้ง 100 ผลงาน ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 13 มีนาคม บริเวณห้องนิทรรศการ 2 TCDC ชั้น 6 ดิเอ็มโพเรียม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ เวลา 10.30-21.00 น.เว้นวันจันทร์ สอบถามโทร.0-2664-7667 ต่อ 213-4



