ไลฟ์สไตล์

ติงมหาวิทยาลัยแย่เหตุขาดคุณภาพ

ติงมหาวิทยาลัยแย่เหตุขาดคุณภาพ

08 ก.พ. 2554

ติงมหาวิทยาลัยแย่เหตุขาดคุณภาพ ขณะที่สภามหาวิทยาลัย ตามใจเปิดสอนคณะ ปริญญาที่ไม่มีความจำเป็น ส่งผลคนไทยบ้าปริญญา ส่วนวิธีการเรียนการสอนไม่เอื้อสร้างบัณฑิตพึงประสงค์ ฝากสภาฯรับผิดชอบด่วน ขณะที่ประธานกกอ.ย้ำเจ้าของมหาวิทยาลัย คือประเทศ ไม่ใช่คณะผู้บริหาร

 เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์  2554 ที่โรงแรมรามาการ์เด้น สมาคมสภามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย(สสมท.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยพะเยา และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) จัดประชุมวิชาการเรื่อง “บทบาทของสภามหาวิทยาลัยในการพัฒนาอุดมศึกษาของชาติ” โดยรศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ กรรมการและประธานคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผล คณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) กล่าวในการอภิปรายเรื่อง" หน้าที่และความรับผิดชอบต่อสังคมของสภามหาวิทยาลัยในการประกันคุณภาพ การศึกษา และการพัฒนาวิชาการเพื่อตอบสนองความต้องการใรการพัฒนาประเทศ " ว่าขณะนี้ สกอ.ออกมาตรฐานการประเมินมากมายซึ่งล้วนเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ และเป็นมาตรฐานที่มีไม่ครอบคลุมความหลากหลายของมหาวิทยาลัยที่มีอยู่ แต่มหาวิทยาลัยก็ยังมาขอยกเว้นมาตรฐานเหล่านี้อีก ทั้งที่เป็นมาตรฐานขั้นต่ำอยู่แล้ว สภามหาวิทยาลัยซึ่งมีอำนาจกำหนดนโยบาย อนุมัติหลักสูตร งบประมาณ ต้องใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการสร้างคุณภาพ ซึ่งแม้วันนี้จะมีการประกันคุณภาพกัน มีการเข้าไปประเมินคุณภาพจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการ ศึกษา(สมศ.) สกอ.และมหาวิทยาลัยก็ได้คะแนนกันสูง แต่สิ่งที่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ได้คะแนน ต่ำกันคือสัดส่วนคุณวุฒิอาจารย์ สัดส่วนอาจารย์กับนักศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุด

 “วันนี้บ้านเรามีค่านิยมเรื่องปริญญากันมากเกินไป อย่างปริญญาเอก คนต้องการเรียนเพื่อนำ ดอกเตอร์(ดร.)มานำหน้าชื่อ แต่ในประเทศสหรัฐฯ ประเทศที่เปิดสอนหลักสูตรปริญญาเอกและมีคนจบปริญญาเอกกันมากกลับไม่มีค่านิยมนำ ดร.นำหน้าชื่อ ดังนั้น สภามหาวิทยาลัยไม่ควรตามใจมหาวิทยาลัยให้เปิดสอนดร.มากเกินไป แต่อย่างไรก็ตาม ค่านิยมปริญญาไม่ใช่ข้อเสียหายแต่หลายส่วนไปสนองตอบในการเปิด หลักสูตร วันนี้มหาวิทยาลัยเปิดศูนย์นอกที่ตั้ง 500 กว่าแห่งก็ไม่เป็นไร หากเปิดให้มีคุณภาพ แต่อย่าให้ใครมาร้องเรียนว่าไม่มีคุณภาพ ซึ่งสภาฯควรรับผิดชอบในฐานะที่อนุญาตให้ไปเปิดกัน ส่วนวิธีการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยต้องปรับอย่างมาก เช่น เปิดสอนพร้อมกันห้องใหญ่400-500 คนโดยที่เด็กไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันผู้สอนเลย หรือสอนรวมเป็น 1,000 คนผ่านวิดีโอดังนั้นเราคงไม่ต้องไปคาดหวังกับบัณฑิตที่พึงประสงค์ ” รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา  กล่าว

  ศ.กิตติคุณ ดร.ปรีชา ช้างขวัญยืน กรรมการอุดมศึกษา (กกอ.)กล่าวว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งมีปัญหาคุณภาพผู้ที่รับเข้ามาเรียน นอกจากนี้ยังมีเรื่องประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแต่ละหลายแห่งโดย มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะเติบโตจากความรู้เฉพาะทางและต่อมาก็จะมีการขยาย มหาวิทยาลัยทำให้ทุกอย่างเจือจางและในที่สุดชื่อเสียงก็หายไปหมด สิ่งที่เด่นอยู่ก็กลายเป็นไม่เด่น ดังนั้นมหาวิทยาลัยต้องวิเคราะห์ความเข้มแข็งตนเองไม่เช่นนั้นจะขยายไปในทาง กว้างอย่างเดียวจนทำให้ขาดคุณภาพ

 ศ.กิตติคุณดร.ปรีชา  กล่าวต่อว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยไม่ใช่เป็นปัญหาที่มาจากกฎหมาย แต่เป็นเรื่องศีลธรรม ตนคิดว่าจะต้องไม่ให้มหาวิทยาลัยอ้างโอกาสทางการศึกษาแล้วมาเปิดสอนหลักสูตร ต่าง ๆ เพราะจะนำไปสู่การศึกษาที่ไม่มีศีลธรรมเนื่องจากใช้เงินเป็นตัวกลาง ส่วนผู้สอนก็สอนง่ายเพราะเงินและผู้เรียนก็เรียนจบมาไม่ได้ด้วยปัญญา ตนคิดว่ายิ่งมีมหาวิทยาลัยมากก็ยิ่งทำให้ประเทศมีปัญหา การที่มหาวิทยาลัยจะหาเงินนั้นทำได้แต่ควรหาเงินด้วยคุณภาพมากกว่าเหมือนที่ มหาวิทยาลัยในโลกทำกัน ทั้งนี้ตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยจะต้องรับผิดชอบและดูแลปัญหาเหล่านี้

 ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) กล่าวบรรยายเรื่อง บทบาทของสภามหาวิทยาลัยในการกำกับดูแลมหาวิทยาลัยเพื่อมุ่งสู่หลักธรรมาภิบาล ตอนหนึ่งว่า เจ้าของมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นรัฐ หรือเอกชน คือประเทศไทย ไม่ใช่ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย หรือผู้บริหารมหาวิทยาลัย สภามหาวิทยาลัย จึงเป็นเสมือนผู้ดูแล และถ้าสภามหาวิทยาลัยเข้มแข็ง ความอิสระของมหาวิทยาลัยจะยิ่งมากขึ้น และถ้าไปศึกษากฎหมายต่างๆ การให้มหาวิทยาลัยเป็นอิสระ เพื่อสร้างสรรค์วิชาการ ความรู้แก่สังคม เป็นอิสระในการทำความดี ทำประโยชน์ ไม่ใช่ทำความเสียหายต่อสังคมบ้านเมือง

 “สภามหาวิทยาลัย ต้องมีบทบาทความรับผิดชอบ เช่นเดียวกับบริษัทเอกชน โดยถือหลักการกำกับดูแล 4 ข้อ ได้แก่ 1.ปฎิบัติหน้าที่โดยความระมัดระวัง บริษัทเสียหาย กรรมการจะถูกลงโทษ โดยต้องมีหลักฐาน 2.ซื่อสัตย์ สุจริตเพื่อประโยชน์องค์กร มหาวิทยาลัยไม่ใช่เพื่อตัวเอง พรรคพวกของตัวเอง 3.ปฎิบัติตามกฎกติกา กฎหมาย โดยตัวเองเป็นคนกำหนด และ 4. ต้องเปิดเผย โปร่งใส ถ้าเมื่อใดก็ตาม ปฎิบัติถูกต้อง จริงจัง ถึงแม้เกิดผลร้ายก็จะไม่เป็นอะไร ภายใต้การทำงานต่างภารกิจ หน้าที่ แต่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ส่งเสริมกัน ของอาจารย์สายสนับสนุน ฝ่ายผู้บริหาร และสภามหาวิทยาลัย เพื่อไปสู่เป้าหมายของมหาวิทยาลัยเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การกำกับดูแลที่ดี สภามหาวิทยาลัยต้องมองต่างมุม มองกันคนละมุมกับผู้บริหาร ไม่ใช่ว่าอะไรก็ว่าตามกัน ทุกอย่างราบรื่นในฝ่ายบริหาร ” ประธานกกอ.กล่าว