ไลฟ์สไตล์

ม.หัวเฉียวฯรับประชาคมอาเซียนผงาดสู่ผู้นำสอนภาษาจีนในเอเชีย

ม.หัวเฉียวฯรับประชาคมอาเซียนผงาดสู่ผู้นำสอนภาษาจีนในเอเชีย

08 ก.พ. 2554

"ปัจจุบันจีนเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลก เป็นรองแค่อเมริกาเท่านั้น เพราะทุกประเทศมุ่งสู่จีน ทำให้คนทั่วโลกนิยมเรียนภาษาจีนมากขึ้น ตั้งแต่มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติก่อตั้งขึ้นถึงปัจจุบันกว่า 18 ปีได้มีแผนพัฒนามหาวิทยาลัยให้มีความเป็นเลิศในการสอนภาษาจีนและ

 จะทำให้มหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับเอเชียภายในปี 2555 คนไทยและคนในเอเชียมาเรียนที่นี่ได้ ตอนนี้คนไทยควรรู้ 3 ภาษา ทั้งไทย อังกฤษและจีน เพราะอนาคตไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน" ผศ.ดร.อุไรพรรณ เจนวาณิชยานนท์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติและรักษาการคณบดีคณะภาษาและวัฒนธรรมจีน บอกถึงเป้าหมายการสอนภาษาจีน

 "ผศ.ดร.อุไรพรรณ" แจกแจงอีกว่า มหาวิทยาลัยหัวเฉียวได้จัดตั้ง "คณะภาษาและวัฒนธรรมจีน" ขึ้น และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในไทยที่ยกฐานะการสอนภาษาจีนขึ้นมาเป็นคณะวิชา โดยเปิดหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี สาขาภาษาจีนรับนักศึกษาทั้งสิ้นปีละ 200 คน และหลักสูตรปริญญาตรีสาขาธุรกิจจีน ซึ่งเป็นหลักสูตรภาคภาษาอังกฤษและสาขาแพทย์แผนจีน รวมทั้งปริญญาโทสาขาวิชาวรรณคดีจีนสมัยใหม่และร่วมสมัย ซึ่งเปิดมาได้ 3 ปีแล้ว นอกจากนี้ ในปีการศึกษา 2554 ได้เปิดหลักสูตรปริญญาโทสาขาจีนศึกษา การสอนภาษาจีน และการสื่อสารภาษาจีนเชิงธุรกิจรับนักศึกษาสาขาละ 20 คน และมีการเปิดสอนปริญญาตรีควบปริญญาโทใน 4 สาขานี้ด้วยใช้เวลาเรียน 5 ปีครึ่ง โดยเปิดให้ผู้เรียนหลักสูตรปริญญาตรีที่มีพื้นฐานเรียนภาษาจีนมาก่อน 6-12 ปี สอนเทียบโอนหน่วยกิตระดับปริญญาตรีได้ตั้งแต่ 3 หน่วยกิต ถึง 21 หน่วยกิต มาเรียนหลักสูตรนี้ โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึงเดือนมิถุนายนนี้ และปีหน้าเตรียมเปิดหลักสูตรปริญญาเอกทางด้านภาษาจีน 

 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติมีความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนภาษาจีนกับมหาวิทยาลัยในจีน 44 แห่ง และในจำนวนนี้กว่า 10 แห่ง เช่น มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการค้ายูนนาน มหาวิทยาลัยครุศาสตร์กว่างซี มหาวิทยาลัยกว่างซีมหาวิทยาลัยหัวเฉียวที่จีนได้ร่วมมือกันทำหลักสูตร สื่อการสอนรวมทั้งแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักศึกษาระหว่างกัน โดยมีนักศึกษาจีนมาเรียนที่มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติปีละ 300 คน เป็นเวลา 1-2 ปี และมหาวิทยาลัยส่งไปนักศึกษาไปเรียนในมหาวิทยาลัยจีนตอนอยู่ชั้นปีที่ 3 เป็นเวลา 1 ปี

  ขณะเดียวกันยังได้ทำวิจัยเกี่ยวกับ "จีนศึกษา"  โดยจัดทุนวิจัยสนับสนุนปีละ 5 ล้านบาท และจัดทำฐานข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับหนังสือพิมพ์จีนในไทยช่วง 100 ปี ขณะนี้จัดทำเสร็จแล้ว 1.2 ล้านหน้า และได้จัดตั้งหน่วยงานต่างๆ เช่น สถาบันธุรกิจไทย-จีนภิวัฒน์ สถาบันไทย-จีนศึกษา ศูนย์แต้จิ๋ววิทยาเพื่อเผยแพร่ความรู้และงานวิจัยด้านภาษาและวัฒนธรรมจีนออกสู่สังคม

  อีกทั้งได้จัดบริการวิชาการด้านภาษาจีน โดยเปิดคอร์สให้นักศึกษาคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัยไปเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจีนที่มหาวิทยาลัยในจีนเป็นเวลา 2 เดือน และได้ร่วมมือทางด้านการสอนภาษาจีนและให้ทุนการศึกษา พร้อมสนับสนุนครูสอนภาษาจีนให้แก่โรงเรียนใน จ.สมุทรปราการ และภาคตะวันออก 15 แห่ง มีคอร์สซัมเมอร์ให้นักเรียนมัธยมไปเรียนภาษาจีนที่มหาวิทยาลัยในจีนในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนของทุกปี และเปิดคอร์สจัดอบรมภาษาจีนระยะสั้น 30 ชั่วโมงให้แก่บุคคลทั่วไป

 "แม้ภาษาจีนยาก แต่ไม่ใช่ภาษาไกลตัว ไทยกับจีนมีความสัมพันธ์กันมายาวนาน คนไทยเชื้อสายจีนก็มีอยู่มาก ทำให้ภาษาจีนเป็นภาษาที่คนไทยคุ้นเคย เพียงแต่ไม่ได้ศึกษาอย่างจริงจัง การเรียนภาษาจีนต้องขยันท่อง อดทน เอาใจใส่ในการเรียน ที่สำคัญต้องฝึกใช้ในสถานการณ์จริง ทั้งการพูด ฟัง อ่านและเขียนคนที่รู้ภาษาจีนนั้น ได้เปรียบ สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลายและได้ค่าตอบแทนที่ดีมาก เช่น เลขานุการองค์กรต่างๆ ล่าม นักแปล ครูสอนภาษาจีน รวมทั้งทำงานภาคธุรกิจ ซึ่งบริษัทใหญ่ๆ ในไทยได้ขยายธุรกิจไปสู่จีนจากผลสำรวจบัณฑิตภาษาจีนประมาณ 200 คน ของมหาวิทยาลัยหลังจบไป 1 ปี จำนวน 80% ทำงาน อีก 20% เรียนต่อ" ผศ.ดร.อุไรพรรณ กล่าวทิ้งท้ายอย่างภูมิใจ

 0ธรรมรัช กิจฉลอง /เรื่อง
 ประชาสัมพันธ์  ม.หัวเฉียวฯ/ภาพ0