
ผอ.ใหญ่ยูเนสโกห่วงพระวิหารโดนยิง
ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโกเป็นห่วงปราสาทเขาพระวิหารเรียกร้องสองประเทศยับยั้งชั่งใจลดความตึงเครียดลง กรมศิลป์สั่งตรวจสอบโบราณสถานรอบชายแดนไทย-เขมร นิพิฏฐ์ ปลุกใจคนวธ. ใช้วัฒนธรรมสร้างความปรองดองในชาติ ชี้ภาคสังคม สำคัญกว่าเศรษฐกิจ-การเมือง ลั่นดัน วธ.ขึ้นเป็
(7ก.พ.) เว็บไซต์whc.unesco.orgได้รายงานความเป็นห่วงของผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก แสดงความรู้สึกกังวลและเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจเพื่อประโยชน์ในการรักษาปราสาทเขาพระวิหารและเปิดช่องทางตรงของการสื่อสารในระดับสูงสุดเพื่อช่วยลดความตึงเครียดลง
กรมศิลป์สั่งตรวจสอบโบราณสถานรอบชายแดนไทย-เขมร
นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงกรณีเหตุปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา บริเวณชายแดน จ.ศรีสะเกษและมีกระแสข่าวว่าแหล่งโบราณสถานต่างๆ โดยเฉพาะที่อยู่ในฝั่งไทยได้รับความเสียหายและถูกบุกยึดว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี และสำนักศิลปากรที่ 12 นครราชสีมา ประสานในพื้นที่เพื่อเข้าไปติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าแหล่งโบราณสถานต่างๆ อาทิ
ปราสาทหินโดนตวล ที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านภูมิซรอล ประมาณ 8 กิโลเมตร และห่างจากตัว อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ 38 กิโลเมตร ถูกบุกยึดจริงหรือไม่ และสั่งให้ตรวจสอบพื้นที่ ปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาเมือนโต๊ด อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งมีกระแสข่าวว่าได้รับความเสียหายจากเหตุปะทะ ขณะเดียวกันยังให้ทำการตรวจสอบโบราณสถานอื่นๆ ในละแวกเดียวกันที่ตั้งอยู่ในฝั่งไทยว่าได้รับความเสียหายบ้างหรือไม่ โดยให้รายงานกลับมาเร็วที่สุดทันทีที่สามารถตรวจสอบได้
"นิพิฏฐ์”แนะใช้วัฒนธรรมสร้างปรองดองชาติ
ที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวมอบนโยบายในการประชุมทิศทางการดำเนินงานวัฒนธรรมของสภาวัฒนธรรมทั่วประเทศ และมอบเข็มชูเกียรติแก่ สภาวัฒนธรรมจังหวัด สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร และสภาวัฒนธรรมเขต ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมในระดับท้องถิ่น โดยนายนิพิฎฐ์ กล่าวว่า วธ.ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานด้านวัฒนธรรม 2 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.การปรับภาพลักษณ์ให้คนไทยภาคภูมิใจในวัฒนธรรม และ 2. ใช้มิติวัฒนธรรมสร้างความปรองดองของชาติ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้แผนงานดังกล่าวเกิดเป็นรูปธรรม
โดยเฉพาะสภาวัฒนธรรมที่จะเป็นสื่อกลางเข้าถึงกลุ่มประชาชนในพื้นที่ โดยส่วนตัวมองว่า การขับเคลื่อนทางสังคมมีส่วนสำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศมากกว่าภาคเศรษฐกิจ และการเมือง ดังนั้น งานภายใต้ความรับผิดชอบของ วธ. จึงควรได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในลำดับต้นๆ ตนจึงตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายใน 4 ปีข้างหน้า จะผลักดันให้กระทรวงมีความยิ่งใหญ่ลักษณะเดียวกับประเทศที่มีความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม เช่น จีน และอินเดีย
“ผมยกตัวอย่างประเทศจีน ที่เน้นการพัฒนาในเชิงสังคมมากกว่าเศรษฐกิจ โดยใช้วัฒนธรรมมาเป็นตัวตั้งในการ รวมใจคนในชาติ เช่น การจัดกิจกรรมหรือมหกรรมกีฬาที่มีความยิ่งใหญ่บ่อยครั้ง หรือ ที่อินเดีย แม้จะประสบกับปัญหาเศรษฐกิจแต่ในมุมสังคมก็ไม่พบปัญหาครอบครัว และยาเสพติด เหมือนในประเทศไทย เพราะเขาใช้หลักศาสนาที่เข้มแข็งนำหน้าเศรษฐกิจ และการเมือง ดังนั้น เราจึงต้องทำให้ภาคสังคมกำกับการเมืองและเป็นต้นตอของความเจริญทางเศรษฐกิจให้ได้ ซึ่งคนทำงานวัฒนธรรมจะต้องเชื่อมั่นก่อนว่า เรากำลังทำงานอยู่ในกระทรวงที่มีความสำคัญอันดับ 1 ของประเทศ” นายนิพิฎฐ์ กล่าว



