ไลฟ์สไตล์

เหลียวหน้าแลหลัง

เหลียวหน้าแลหลัง

08 ก.พ. 2554

เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ได้รับนิมนต์ไปพูดเรื่องนี้ที่ศูนย์ภารตศึกษา สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเซีย ม.มหิดล

 เจ้าภาพได้นำหนังสือที่ผู้เขียนเคยเขียนไว้เมื่อ ๕๐ ปีก่อนมาเป็นบริบทพูดคุย มีบรรยากาศที่ดี ในหมู่ผู้คนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของอินเดียศึกษา และขณะเดียวกัน ถือโอกาสเปิดตัวศูนย์ภารตศึกษาด้วย

 ที่จริงสถาบันวิจัยภาษาฯ ได้เปิดสอนหลักสูตรอินเดียศึกษาอยู่แล้ว ทำให้หนังสือเล่มนี้ ที่เล่าถึงประสบการณ์ในอินเดียเมื่อ ๕๐ ปีก่อนเป็นเนื้อหาที่พอเหมาะพอดีกับโอกาส

 ขณะนี้ อินเดียมีการพัฒนาที่ล้ำหน้าไปหลายช่วงตัว เมื่อ ๕๐ ปีก่อน เราแลกเงินรูปีละ ๔.๕๐ บาท เดี๋ยวนี้ รูปีละ ๖๘ สตางค์ 

 น้ำชาร้อนตามสถานีรถไฟเคยขายถ้วยละ ๑ แอนนา  เดี๋ยวนี้ เงินแอนนาก็เลิกใช้ไปแล้วด้วย
 เมื่อนั้น ค่าตรวจโรคครั้งละ ๑๖ รูปี บัดนี้ ครั้งละ ๑๕๐ รูปี
 เมื่อนั้น ค่าที่พักโรงแรม ๓๐-๕๐ รูปี บัดนี้ ๕,๐๐๐ รูปี

 บริบทที่หนังสือเล่มนี้กล่าวถึง ค่อนข้างที่จะเป็นเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ กล่าวคือหนังสือที่เกี่ยวกับอินเดียทั่วไปจะเป็นบริบทวัฒนธรรมอินเดียที่ใช้ภาษาฮินดี  แต่จดหมายจากอินเดียเล่าจากบริบทที่ใช้ภาษาเบงกอลี 

 ในขณะที่ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์มีเรื่องของการทุบป้ายที่ประกาศเขตไทย เขมร หรือแม้การรวมตัวประท้วงที่หน้ารัฐสภา  ชวนให้ไม่สบายใจ  สภาพเศรษฐกิจที่กำลังจะนิ่งก็กระเพื่อมตาม  เศรษฐกิจกระเพื่อม ก็พาการเมืองกระเพื่อม

 เตือนให้เราได้เห็นธรรมะอย่างเป็นรูปธรรมอย่างยิ่ง กล่าวคือ ทุกอย่าง อิงอาศัยกัน ทุกอย่างไม่เที่ยง
 นอนอ่านจดหมายจากอินเดียอาจจะทำให้ท่านผู้อ่านสบายใจขึ้นบ้าง ชั่วครั้งชั่วคราวก็ยังดี  ขอแนะนำค่ะ

"ธัมมนันทา"
www.thaibhikkhunis.org