
กรมตรวจเร่งโปรแกรมบัญชีครบวงจร
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์เผยแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ปีกระต่ายอนาคตสดใส ส่งผลต่อเนื่องยังเกษตรกรไทยมีเงินออมเพิ่มขึ้นมากกว่าหนี้สินในรอบ 3 ปี
นายสิงห์ทอง ชินวรรังสี อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากตัวเลขบ่งชี้การขยายตัวของภาคสหกรณ์ส่งสัญญาณดีต่อเนื่องไปยังภาพรวมเศรษฐกิจภาคการเกษตร ทำให้เกษตรกรมีเงินออมโดยเฉลี่ยปี 2553 จำนวน 10,542.21 บาทต่อคน โดยเพิ่มขึ้นในรอบ 3 ปี ร้อยละ 21.69 ขณะที่มีหนี้สินเฉลี่ย 13,372.70 บาทต่อคน เมื่อเทียบในรอบ 3 ปี ลดลงร้อยละ 1.30 จะเห็นได้ว่าเมื่อนำตัวเลขระหว่าเงินออมกับหนี้สินมาเปรียบเทียบกันเกษตรกรไทยมีเงินออมมากกว่าหนี้สิน ตัวเลขดังกล่าวได้ส่งสัญญาณที่ดีว่าเกษตรกรไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เนื่องจากเกษตรกรมีความเชื่อมั่นและมั่นใจต่อภาพรวมของเศรษฐกิจไทยและราคาสินค้าเกษตร
“จากอัตราเงินออมที่เพิ่มขึ้นทำให้เศรษฐกิจภาคการเกษตรมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และจะขยายตัวเพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ดีไปในทิศทางบวก เนื่องจากเกษตรกรมีความเชื่อมั่นต่อการบริหารงานของรัฐบาลและการบริหารงานของสหกรณ์ ”นายสิงห์ทองกล่าว
อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กล่าวย้ำอีกว่า แม้ว่าแนวโน้มธุรกิจภาคสหกรณ์จะดำเนินมาด้วยดีอย่างต่อเนื่อง แต่สหกรณ์ยังต้องให้ความสำคัญกับระบบการบริหารจัดการ และระบบการควบคุมภายใน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารงานเพื่อสร้างความโปร่งใส ถูกต้อง แม่นตรง ซึ่งกรมตรวจบัญชีสหกรณ์พร้อมให้การสนับสนุนโปรแกรมระบบบัญชีสหกรณ์แบบครบวงจรและโปรแกรมระบบเตือนภัยทางการเงิน เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังทางการเงิน ตลอดจนมีนโยบายขับเคลื่อนการสร้างมูลค่าเพิ่มในสหกรณ์ภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการในปี 2554 เป็นต้นไป น่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้เศรษฐกิจภาคสหกรณ์ขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าเดิม



