ไลฟ์สไตล์

รถดำ"แรงแต่ร้อน"กำลังจะกลับมา

รถดำ"แรงแต่ร้อน"กำลังจะกลับมา

06 ก.พ. 2554

พัฒนาการของแฟชั่นใหม่ กำลังจะเปลี่ยนไปอีกครั้งหลังจาก ที่รถ "สีขาว" กลายเป็นรถยอดฮิตของตลาด เทรนด์นี้ในญี่ปุ่นซึ่งเคยได้รับความนิยมสูงสุดมานับสิบปี ได้ลดความนิยมลงไปแล้ว แต่ กระแส "ขาว" ในเมืองไทยยังคงดีอยู่

 ขณะที่ในแวดวงรถยนต์โลก สีอมตะ มีทีท่าจะกลับมาแรง นั่นคือ "สีดำ" ความเคลื่อนไหวของรถระดับแนวหน้า ซึ่งมักจะเป็นผู้นำทางด้านนี้ได้เริ่มออกรถสีพิเศษ ดำ และดำด้าน ออกมาสู่ตลาด แต่ส่วนใหญ่ยังใช้ดำในรถแรงๆ สุดๆ

 ซูบารุ อิมเพรสซ่า(STI Cosworth CS400) ทำรถออกมาให้แฟนคลับได้ซื้อเก็บไว้ในพอร์ทของตัวเอง ด้วยการอิมเดิมๆ เป็นรถแข่ง ครอสเวิร์ด จูนนิ่งเป็น สำหรับนักแต่งรถยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ แต้มสีดำด้านลงบตัวถัง อิม 2.5 ลิตร ดันกำลังเครื่องบอกเซอร์ มาตรฐานเพิ่มขึ้น 33 เปอร์เซ็นต์ ไปหยุดอยู่ที่ 400 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 155 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือราว 250 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง รถมีให้เลือก 3 สีแต่ที่เด่นคือ Dark Grey คันนี้

 เมืองนอก อิม ต้องประกบกัน มิตซู อีโวแต่ยุโรป นั้นเขามองกันที่ ฟอร์ด โฟกัส เพราะว่า รถดำดุ ที่เด่นมากในตลาดคือ ฟอร์ด โฟกัส อาร์เอส500 (Ford Focus RS) แรงม้าไม่มาก แค่ 350 แรงม้า นี่คือ รถสมรรถนะสูงสุดที่ผลิตเพียง 500 คันเท่านั้น โฟกัส อาร์เอสใช้เครื่องยนต์ 5 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร กำลังเพิ่มขึ้นจากอาร์เอสปกติ 15 เปอร์เซ็นต์

 แน่นอนว่า สีดำ ดุ คือสีที่ฟอร์ดเลือกใช้กับ โฟกัสที่แรงที่สุดในสายพานการผลิต

 รถสีดำ ยังคงมีเสน่ห์ดึงดูใจ สำนักแต่งอิสระ จากเยอรมันอย่าง บราบัส ที่จับเอา เมอร์เซเดส-เบนซ์ SL65 AMG  มาทำรถสุดแรงและหรูหราในชื่อ  Black Series

 เรื่องกำลังไม่ต้องพูดถึง นี่คือ รถที่มีเครื่องยนต์ 800 แรงม้า และมีแรงบิดที่ 588 กิโลวัตต์ ที่ 5500 รอบเท่านั้น อัตราเร่ง ถึง100 กิโลเมตรต่อชม.ใช้เวลา 3.6 วินาที และหากดันไปถึง 200 กิโลเมตรต่อชม.ใช้เวลาแค่ 9.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 330กิโลเมตรต่อชม. แต่ด้วยความปลอดภัยเกี่ยวกับยาง ความเร็วสูงสุดจะจำกัดไว้ที่แค่ 320 กิโลเมตรต่อชม.เท่านั้น

 รถสีดำ ร้อนแรง ใหม่ล่าสุดต้องยกให้ เจ้าแห่งรถซูเปอร์ คาร์ ปอร์เช่ ที่เปิดตัว บ๊อกซ์สเตอร์ เอส แบล็ก เอดิชั่น (S Black Edition) ไปเมื่อเร็วๆ นี้

รถคลาสสิก หลังคาเปิดได้ บ๊อกซ์สเตอร์ จัดทำเวอร์ชั่นพิเศษ ออกมาให้คนรักรถสูบนอนได้สะสม ปอร์เช่ วางเครื่องยนต์ 3.4 ลิตร เหมือน บ๊อกซ์สเตอร์ เอส แต่เวอร์ชั่นสีดำนี้เพิ่มแรงม้ามากกว่า มาตรฐานอีก 10 ตัว กลายเป็น 320 แรงม้า แรงบิดก็เพิ่มอีก 10 นิวตันเมตร ไปอยู่ที่ 370 นิวตันเมตร ที่ 4750 รอบต่อนาที

 พี่ใหญ่ ที่ให้สีดำ คงไม่มีใครสวยไปกว่า บูกัตติ เวรอน ซูเปอร์สปอร์ต   จากค่ายโฟล์ค รถที่กินเนสส์บุ๊ก บันทึกว่า มีความเร็วสูงสุดในโลก ออกวิ่งได้เร็วเหมือนเครื่องบินเจ็ท บูกัตติ มีทั้งดำล้วนและออกแบบรถที่มีสีดำและสีส้มแซม (orange black) นอกจากความแรงแล้ว ยังมีแนวทางไม่เหมือนใคร

 ส่งท้ายด้วย เจ้าตำนานออฟโรด ก็ทำสีดำกับเขาออกมาด้วยนั่นคือ  แลนด์โรเวอร์  รุ่น เรนจ์โรเวอร์  Autobiography Black รถคันนี้ทำออกมาเพื่อฉลองครบรอบ 40 ปีของ เรนจ์โรเวอร์ ซึ่งผลิตออกมาแบบจำกัดจำนวน สีดำ ถูกใช้ทั้งภายนอกภายใน รวมถึงโลโก้และพวงมาลัย ก็ทำให้เข้ากับรถด้วยเช่นกัน 

 รถสีดำ ในเมืองที่แสงแดดจัดจะมีความร้อนสะสมมากกว่า รถสีอื่นๆ อันเป็นข้อเสียของรถสีดำ นอกจากการดูแลรักษายากแล้ว อย่างไรก็ตาม ติดตามกันต่อไปว่ารถสีดำ จะแจ้งเกิดในตลาดแฟชั่นได้อีกครั้งหรือไม่ เพราะอดีตรถสีดำนั้นก็เคยเป็นเจ้าแฟชั่นมาก่อนสีขาวที่สุดฮิตเวลานี้