
"ญี่ปุ่น"แรงบันดาลใจเด็กไทยฝึกฝน"แอนิเมชั่นโกอินเตอร์"
"หิมะขาวเต็มพื้น สวยงาม อาบน้ำแร่ ออนเซ็น ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สวนสนุกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแถบคันไซ โอซากา อควาเรียม พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น แหล่งรวมสัตว์น้ำนานาชนิดมากมาย แมงมุมยักษ์ (Giant Spider)
ที่มีเพียงที่นี่แห่งเดียว ศาลาทอง คินคาคุจิ ที่งดงามมาก วัดคิโยมิสึ หรือ วัดน้ำใส อยู่บนยอดเขาฮิงาชิยามา วิหารไม้ที่สร้างด้วยฝีมือมนุษย์ ไม่ใช้ตะปูสักตัวน่าอัศจรรย์ยิ่ง สักการะพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพร 3 ประการ วัดแห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก"
เหล่านี้คือแรงบันดาลใจที่ทำให้ ทีม "ปาท่องโก๋” สุธี พงศ์โสภณ และปัญจรัตน์ กุรุพินธ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ผลิตแอนิเมชั่นยาว 3 นาที ชื่อว่า “Civic Duty" เกี่ยวกับเด็กชายคนหนึ่งช่วยเหลือหญิงสูงอายุให้รอดจากการถูกผู้ร้ายฉกกระเป๋า กระทั่งตำรวจจับคนร้ายไปได้และเด็กชายก็ได้รับคำชมเชยในการทำความดี จนชนะเลิศการแข่งขัน Thailand Animation Contest 2010 ระดับอุดมศึกษา
และทีม "Wonderful" สิรินันท์ ปวงอินชัย, สราวุฒิ อนุพันธ์ และโชติวิทย์ ช่างแก้ว โรงเรียนเทศบาล 5 เด่นห้า จ.เชียงราย สรรค์สร้างแอนิเมชั่น "กลับใจเพื่อแผ่นดินไทย” เรื่องราวชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังวางแผนวางระเบิดโรงเรียน แต่เปลี่ยนใจไปทำเครื่องตรวจจับระเบิด จนกระทั่งช่วยตำรวจจับคนร้าย จนได้รางวัลชนะเลิศระดับมัธยมศึกษา ไปครอง
พวกเขาทั้ง 5 แสดงออกถึงจิตสำนึกรักชาติผ่านการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่น ที่บมจ.อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต ร่วมกับ มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) จัดขึ้นในโครงการ “ไทยแลนด์ แอนิเมชั่น คอนเทสต์ 2010 โดย อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.” ภายใต้หัวข้อ “สำนึก ตอบแทน หวงแหน แผ่นดินไทย” โดยใช้โปรแกรมโอเพนซอร์ส ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พัฒนาแอนิเมชั่นไทย
จนมีโอกาสได้ไปสัมผัสอากาศหนาวถึงญี่ปุ่นเมื่อ 15-20 มกราคม โดยมี ดร.วิรัช ศรเลิศล้ำวาณิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ดร.กว้าน สีตะธนี รองผู้อำนวยการเนคเทค และตัวแทนมูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช และบมจ.อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต ผู้ให้การสนับสนุนร่วมเดินทาง
นอกจากนี้ได้ไปเยี่ยมชม The Kyoto International Manga Museum ที่รัฐบาลญี่ปุ่นปรับปรุงโรงเรียนที่เลิกกิจการเป็นพิพิธภัณฑ์การ์ตูนให้บริการประชาชน มีการ์ตูนทุกประเทศ ทุกแนวให้ประชาชนไปอ่านฟรี ศึกษาดูงานที่ Kyoto University of Art and Design ที่นี่เยาวชนไทยทั้ง 2 ทีมได้นำชมผลงานแอนิเมชั่นของนักศึกษาเกี่ยวกับเด็กชายหาวิธีฆ่าแมลงสาบ เปรียบเทียบการทำสงครามย่อมมีทั้งฝ่ายถูกทำลายและล้างแค้น
ส่วนอีกเรื่องเป็นตลกของประเทศต่างๆ มีเทคนิคการนำเสนอที่น่าสนใจ ตื่นเต้น และต่อเนื่อง สีหน้าของตัวละครเหมือนจริง จากนั้นเยาวชนไทยทั้ง 5 คนได้นำเสนอผลงานต่อ Professor Yasuda และ Professor Iwamoto ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคภาพและเสียงด้วย จากนั้นคณะไปศึกษาดูงาต่อที่ Osaka-Electro Commmunication University (Shijonawate Campus)
Professor Yasuda ให้ข้อคิดเห็นถึงผลงาน "Civic Duty" ทีม ปาท่องโก๋ ว่า เนื้อหาสนุกดี ดูแล้วเข้าใจง่าย แต่อยากให้เพิ่มเติมเรื่องสีหน้า ความรู้สึกของตัวละครให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นหัวใจของ "แอมิเมชั่น" และที่ขาดไม่ได้ก็คือ ความคิดสร้างสรรค์ และชมเชย เรื่อง "กลับใจเพื่อแผ่นดินไทย” ของทีม Wonderful ว่า สามารถพัฒนาฝีมือไปได้อีก เพราะน้องๆ เพิ่งจะอยู่ชั้นมัธยมปลายเท่านั้น
"การลงเสียงให้เหมาะสมกับระยะเวลาที่ตัวละครเคลื่อนไหวในจังหวะที่พอดี และสีหน้าท่าทางที่ดูสมจริง และความคิดสร้างสรรค์คือหัวใจของงานแอนิเมชั่น และการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ในแง่การเปรียบเทียบให้ข้อคิดได้โดยไม่ต้องนำเสนออย่างตรงไปตรงมาก็ได้" Professor Yasuda อธิบาย
สุธี และปัญจรัตน์ ยอมรับว่า การนำเสนอยังตรงไปตรงมาไม่มีหักมุม และยังขาดความคิดสร้างสรรค์ จะนำประสบการณ์ที่ได้จากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ไปปรับปรุงการทำงานแอนิเมชั่นให้ดียิ่งขึ้น และจะเข้าแข่งขันในเวทีต่างๆ เพื่อพัฒนาฝีมือต่อไป เช่นเดียวกับ สิรินันท์, สราวุฒิ และโชติวิทย์ ก็มั่นใจว่าจะสามารถพัฒนาฝีมือได้ดีขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะการแข่งขัน Thailand Animation Contest 2011 ที่จะมีขึ้นในปีนี้นั่นเอง
พัชรา ทวีชัยวัฒนะ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารการตลาด และการสื่อสารองค์กร บมจ.อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันชีวิต เล่าว่า โครงการไทยแลนด์ แอนิเมชั่น คอนเทสต์ เริ่มตั้งแต่ปี 2550 ให้เยาวชนได้ใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ พัฒนาทักษะการสร้างภาพเคลื่อนไหวด้วยคอมพิวเตอร์ หรือ ภาพแอนิเมชั่น และกระตุ้นจิตสำนึกในการรักชาติ
โดยคณะกรรมการจะคัดเลือกเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจากสตอรี่บอร์ด จากนั้นจะอบรมความรู้เกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส และให้ไปทำผลงานแอมิเมชั่นยาว 3 นาที มาประกวด ซึ่ง ดร.วิรัช และ ดร.กว้าน อธิบายตรงกันว่า เนคเทค มีภารกิจส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การให้เยาวชนใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส เพราะต้องการให้เคารพในทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเมื่อเยาวชนไทยมีพื้นฐานที่ดีแล้วเชื่อว่าจะสามารถเรียนรู้โปรแกรมต่างๆ ได้ดีขึ้น
ปัจจุบันมีเยาวชนที่ผ่านการอบรมประมาณ 600 คน ส่งผลงานได้รับรางวัล 24 คน ซึ่ง เทคเนค จะนำเยาวชนที่มีประสบการณ์ไปช่วยทำโครงการแอนิเมชั่นภูมิปัญญาศิลปวัฒนธรรม เพื่อต่อยอดองค์ความรู้และพัฒนาฝีมือแอนิเมชั่นต่อไป ซึ่งปีนี้จะมีจัดการแข่งขันระดับนานาชาติด้วย น้องๆ ที่สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.aacp.co.th/thailandanimation
0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0



