ไลฟ์สไตล์

 “อารามโม”ไม่บานที่“บางคนที”

“อารามโม”ไม่บานที่“บางคนที”

05 ก.พ. 2554

สวัสดีครับแฟนๆ “ชาวคนรักบ้าน” ก่อนอื่นต้องขออวยพรปีใหม่ “ชาวคนรักบ้าน” ที่เป็นคนไทยเชื้อสาย “จีน” กันก่อน “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” กันทุกท่าน ขอให้มั่งมีศรีสุข รวยๆๆๆ เฮงๆๆๆ ไม่เจ็บไม่จนกันไปตลอดปีครับ จะว่าไปแล้ว ผมก็มีเชื้อสาย “จีน”

อยู่มิใช่น้อย เพราะ “ก๋ง” นั่งเรือสำเภามาจาก “เมืองจีน” ครับ แล้วมาตั้งรกรากกับ “คุณย่า” ที่ “บางแพ” เมือง “ราชบุรี” และฝ่ายยายก็มีเชื้อสายเป็นผู้ดีเก่าเมือง “อุบลราชธานี” ก็เลยมีความภูมิใจที่เป็น “คนไทย” ประเภท “จปล.” (เจ๊กปนลาว) ก็เลยเป็นผลให้ใครมีเทศกาลงานใดก็พลอยสนุกสนานรื่นเริงไปกับเขาอย่างกลมกลืน จะว่าไปแล้วจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เท่าที่ผมพอรู้ “ไทย” กับ “จีน” ไม่สามารถแยกกันได้ครับ  

 นักประวัติศาสตร์บางท่านก็อ้างว่าชนชาติ “ไทย” หรือ “ไท”  หรือ “ไตย” นั้น อพยพย้ายถิ่นมาจากดินแดน “จีน” แถบเทือกเขา “อันไตย” เพราะความเป็นชนชาติที่รักสงบและไม่ชอบให้ใครมาบังคับอยู่ภายใต้กฎระเบียบ (จึงไม่น่าแปลกใจว่าด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้คน “ไทย” เป็นคน “ไร้ระเบียบ” ชอบฝืนกฎกติกาเป็นที่สุด) ดังนั้น ถ้าท่านมีโอกาสเดินทางท่องไปในดินแดน “สุวรรณภูมิ” ก็จะมีชนชาติ “ไท” กระจัดกระจายไปทั่วทั้ง “ไทยอาหม”, “ไทยดำ” ฯลฯ ที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมการกิน อยู่และภาษา “ไท” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณ “จีน” ตอนใต้ แคว้น “สิบสองปันนา” โดยเฉพาะหมู่บ้าน “ยางคำ” ของชาว “ไทลื้อ” ที่ยังคงความเป็น “ไท” ย้อนยุคอย่างสมบูรณ์แบบ ชาว “ไทลื้อ” ทุกคนมีความสุขในการใช้ชีวิตแบบชิลๆ อยู่แบบ “พอเพียง” บ้านช่องห้องหอสะอาดสะอ้าน ผู้คนมีศีลธรรม ศาสนาและความเชื่อยังธำรงคงอยู่เป็นหลักทางสังคม สะท้อนให้เห็นจากรอยยิ้มและความโอบอ้อมอารีเป็นมิตรไมตรีต่อกัน ในช่วงวาระอันเป็นมงคลของการเฉลิมฉลอง “ตรุษจีน” ที่คนไทยเชื้อสาย “จีนปนลาว” อย่างผมได้สนุกสนานไปกับบรรดาญาติๆ แล้วนั้น ผมยังได้มีโอกาสได้ทำงานบุญอีกชิ้นหนึ่งเป็นการเฉลิมฉลอง “ตรุษจีน” ในปีนี้ โดยได้ตกปากรับคำ พระครูปลัดประสาร ไศยชรรยากร กุฏิขำสายทอง วัดสร้อยทอง ที่ท่านเป็นพระอารมณ์ดีที่ได้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบในบวรพระพุทธศาสนามายาวนานกว่า 40 พรรษา โดยผมรับปากว่าจะอาสาเข้าร่วมในการออกแบบวางผังและดูแลการก่อสร้างสถานปฏิบัติธรรม “อารามโม” บนเนื้อที่ 4 ไร่ 62 ตารางวา โดยประมาณ บริเวณริมคลอง ต.กระดังงา อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งไม่ไกลจาก “อัมพวา” บ้านเกิดของ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ครับ

 สถานปฏิบัติธรรมดังกล่าวท่าน พระครูปลัดฯ เรียกว่า “อารามโม” ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษา “บาลี” โบราณตั้งแต่ครั้งพุทธกาล สามารถแปลได้ว่า “สถานที่รื่นรมย์ของผู้ที่เป็นบัณฑิต”  หมายถึง ว่าเป็นสถานที่ของผู้มีปัญญาที่จะอยู่รวมกันอย่างสุข สงบ สันติ โดยไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน จะว่าไปแล้วจากการศึกษาค้นคว้าของผมในสมัยพุทธกาลไม่มีคำว่า “วัด” หรอกครับ มีแต่คำว่า “อารามโม” คำว่า “วัด” นั้น แท้จริงแล้วน่าจะเพิ่งบัญญัติศัพท์กันขึ้นมาใหม่เมื่อสมัย “สุโขทัย” จะว่าไปแล้วแม้แต่คำว่า “ผ้าป่า” ก็เป็นคำที่เกิดขึ้นในประเทศ “ไทย” ประเทศอื่นไม่มีคำนี้หรอกครับ 

 โดยมาจากคติความเชื่อกันว่า “พระมหากัสสปเถระ” เจริญศีล ภาวนาอยู่ในป่าอย่าง “พอเพียง” โดยถือผ้าเพียง 3 ผืน ชาวบ้านก็เอาผ้าไปวางทอดไว้ แล้วให้ท่านมา “อิมานิฯ” ทำพิธีกรรมในการชักผ้าที่ไม่มีเจ้าของ คือ ผ้าที่ทิ้งแล้วนำไปใช้ ก็เลยกลายเป็นคติความเชื่อเรื่อง “การทอดผ้าป่า” แต่ทำไปทำมากลายเป็น “ฉิ่งฉับทัวร์” ไปทอดกันเป็นคันรถบัส สนุกสนานรื่นเริงบันเทิงกับการดื่มสุราและอบายมุขต่างๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ บ้างก็ประสบอุบัติเหตุ ล้มหายตายจากไปมิใช่น้อยด้วยความคะนองก็เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาเล่าสู่กันฟังเพื่อประเทืองปัญญากันครับ

 สำหรับโครงการก่อสร้าง “อารามโม” สถานปฏิบัติธรรมที่ บางคนที นั้น หากเต็มรูปแบบจะประกอบไปด้วย พื้นที่ทั้งหมด 5 ส่วน  โดยส่วนที่ 1 จัดให้เป็นพื้นที่พักผ่อนของพระสงฆ์ ส่วนที่ 2 จัดให้เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนผู้ปฏิบัติธรรมฝ่ายชาย ส่วนที่ 3 จัดให้เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนผู้ปฏิบัติธรรมฝ่ายหญิง ส่วนที่ 4 จัดให้เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนเจ้าหน้าที่ ส่วนที่ 5 จะจัดให้เป็นพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งในภาพรวมจะเห็นได้ว่าเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม “อารามโม” ก็เป็นศูนย์เผยแผ่ธรรมะที่มีขนาด “พอเพียง” กำลังพอเหมาะ พอดี ไม่เล็กเกินไปไม่ใหญ่เกินไปมีความครบถ้วนถึงพร้อมและจะเป็นหลักยึดให้แก่สังคมในย่าน ต.กระดังงา ที่ผู้คนโดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นที่เริ่มไม่สนใจศาสนา หลงมัวเมาในอบายมุขและบรรดาสิ่งเสพติดทั้งหลาย สำหรับรายละเอียดผมจะนำเสนอเป็นภาค 2  ในสัปดาห์หน้าครับ

 ช่างน่าชื่นใจครับที่ “ธรรมมะกำลังจะเบิกบาน” ใน “บ้านไม่บาน” ชุด “เรือนขวัญจิตต์” ไปทั่วประเทศ โครงการ “อารามโม” ถือว่าเป็นโครงการต้นแบบที่กำลังเป็นขวัญใจของใครต่อใครอีกหลายพื้นที่ ก่อนจากกันในสัปดาห์นี้ก็ต้องขอขอบคุณบรรดาแฟนๆ ทั่วประเทศที่ให้ความสนใจ “เรือนขวัญจิตต์” จดหมายหลายร้อยฉบับมาจากที่ไกลๆ มาจากที่ที่ผมประทับใจ เช่น มาจากผู้ต้องขัง มาจากผู้คุมเรือนจำ มาจาก ครู ตำรวจ ทหาร ข้าราชการชายแดน มาจากโรงเรียนปอเนาะ ฯลฯ เพราะผมถือว่าเป็นหน้าที่ทาง “จริยธรรม” ที่ใครมีหน้าที่อะไรก็ปฏิบัติกันไป “อย่างซื่ออย่างตรง” โดยเต็มกำลังสติ ปัญญาและความสามารถ อย่าให้ขาดให้เกิน เพียงแค่นี้สังคมของชาว “คนรักบ้าน” ก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอนครับ
 
 ท่านที่สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดโครงการ “อารามโม” ของ พระครูปลัดประสาร ไศยชรรยากร หรือมีความประสงค์จะร่วมด้วยช่วยกันลงขันลงแขกตามแต่กำลังศรัทธาที่มีโดยไม่เบียดเบียนก็สามารถติดต่อไปได้ที่ 08-9822-2421, 0-2585-8860 หรือท่านที่สนใจวีซีดีของ “บ้านมวลชนไม่บาน” ในชุด “เรือนขวัญจิตต์” ที่กำลังแจกให้แฟนๆ ฟรี ก็สามารถเขียนจดหมายติดต่อมาได้ที่  ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ วังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร หน้าพระลาน 10200 นอกจากนั้น ท่านใดที่ต้องการ ดูข้อมูลย้อนหลังหรือดาวน์โหลดแบบบ้าน+อพาร์ตเมนต์+โรงแรม+รีสอร์ท ไม่บานในหลากหลายรูปแบบ ก็สามารถเข้ามาดาวน์โหลดแบบได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่เว็บไซต์ยอดฮิตของ “ชาวคนรักบ้าน”  www.homeloverthai.com แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ