
รับผิดชอบส่วนตัว-งานบ้านเทคนิคฝึกลูกมีความรับผิดชอบ
พ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูก สร้างวินัยและฝึกให้ลูกมีความรับผิดชอบ นพ.ชาตรี วิฑูรชาตรี จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ บอกว่า การสร้างสำนึกความรับผิดชอบให้แก่เด็กนั้นเป็นเรื่องสำคัญ พ่อแม่ควรสร้างสรรค์กิจกรรมให้เด็กได้ทำ โดยสามารถเริ่มจากสิ่งเ
“ควรเริ่มให้เด็กได้มีความรับผิดชอบในเรื่องส่วนตัวก่อนแล้วค่อยมีส่วนร่วมในเรื่องของงานบ้าน เช่น ฝึกให้ทำความสะอาดห้องนอน กวาดพื้น ถูพื้น เก็บที่นอน โต๊ะหนังสือ ตู้เสื้อผ้า แล้วค่อยช่วยเรื่องงานบ้าน เช่น ล้างจาน กวาดบ้าน ถูบ้าน จัดสวน ตัดหญ้า ใส่ปุ๋ยต้นไม้ รดน้ำต้นไม้ เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่แล้วเด็กจะมีบทบาทน้อยลงในเรื่องพวกนี้ เพราะพ่อแม่ส่วนใหญ่จะจ้างพี่เลี้ยงหรือแม่บ้าน หรือไม่พ่อแม่ก็เป็นคนทำเองทุกอย่าง ลูกจึงไม่มีโอกาสได้ทำงานเหล่านี้ และทำไม่เป็น เพราะฉะนั้นพ่อแม่จะต้องเปิดโอกาสให้ลูกได้ลองฝึกลองทำ”
จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ระบุว่า การฝึกความรับผิดชอบต้องฝึกตั้งแต่เล็กๆ และควรหากิจกรรมที่เหมาะสม ไม่เกินความสามารถให้แก่เด็ก เพราะเด็กแต่ละวัยมีความแตกต่างกัน เช่นในวัยประถมศึกษาตอนต้น พ่อแม่อาจจะฝึกให้มีให้ความรับผิดชอบในเรื่องส่วนตัวก่อน โดยการเก็บของเล่น เก็บจานข้าว เรื่องเสื้อผ้า ทำตามคำสั่งผู้ใหญ่ ช่วยหยิบสิ่งของ แล้วก็อาจจะช่วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการให้อาหารปลา ช่วยกรอกน้ำ รับผิดชอบห้องของตัวเอง เพราะงานเหล่านี้เด็กวัยประถมศึกษาสามารถทำได้ แต่ถ้าหากเป็นเด็กวัยประถมศึกษาตอนปลายที่โตขึ้นมาหน่อย สามารถทำกิจกรรมที่หนักขึ้นมาได้ ก็อาจจะให้เริ่มจากการเก็บที่นอน ทำความสะอาด เช็ดโต๊ะ เป็นคนจัดโต๊ะอาหาร จานช้อนหยิบมาวาง แล้วจึงค่อยปรับเป็นเรื่องส่วนรวมมากขึ้น
สำหรับเด็กในวัยมัธยมศึกษา อายุ 11 ปีขึ้นไป เป็นวัยที่เด็กเริ่มโตและเป็นวัยรุ่น ควรหากิจกรรมหรืองานที่เหมาะสม ที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบและแสดงความเป็นผู้ใหญ่ เช่น การปิดม่าน หน้าต่าง ดูแลกลอนประตู เอาขยะไปทิ้ง ให้อาหารสุนัข ล้างรถ หรือเป็นลูกมือช่วยแม่ทำครัว แต่ถ้าเด็กที่ไม่เคยทำอะไรเลย พอปิดเทอมมา พ่อแม่สั่งให้เขาทำบางทีเด็กอาจจะไม่อยากทำ ซึ่งการฝึกเริ่มต้นพ่อแม่จะต้องมีคำชมให้แก่เด็กเพื่อเป็นการกระตุ้นและให้กำลังใจเสมอ
“การชมเป็นการให้รางวัลอย่างหนึ่ง เป็นคำพูดหรือการกระทำก็ได้ ชมเขา กอดเขา มองเขาด้วยแววตาชื่นชม ส่งเสริมให้เขาอยากทำความดีมากขึ้น โดยธรรมชาติเด็กก็อยากให้พ่อแม่ชื่นชม ถ้าเด็กมีความดีปุ๊บ ควรชมให้เร็วที่สุด อย่าชมมากเกินความเป็นจริง อย่าโอเว่อร์ ให้ชมแบบชัดเจน ดียังไง เราพอใจยังไงบ้าง เช่น เขาเล่นของเล่นแล้วเก็บเรียบร้อย เราก็ชมว่าแม่ชื่นใจนะลูกมีระเบียบเล่นแล้วเก็บเรียบร้อย แม่รู้สึกยังไง แม่ต้องไปอวดให้พ่อฟังนะว่าวันนี้ตั้งใจทำการบ้าน ยิ่งการชมของเรามีคำบรรยายอยู่ในนั้นเด็กจะรู้ว่าควรทำอะไรบ้าง ฟังแล้วจะชื่นใจกว่า มันเป็นการตอกย้ำ”
นพ.ชาตรี กล่าวเสริมว่า การเข้านอนและตื่นนอนก็ถือเป็นการฝึกให้ลูกมีความรับผิดชอบอย่างหนึ่ง เพราะการนอนและตื่นให้เป็นเวลาทั้งวันธรรมดาและวันหยุด ก็ถือเป็นการสร้างวินัยและฝึกนิสัยความรับผิดชอบของเด็กได้ แต่บางทีในช่วงปิดเทอมก็อาจจะมีการยืดหยุ่นได้ แต่อย่าให้มากนัก ปกติไปโรงเรียนอาจจะตื่น 6 โมงเช้า ช่วงปิดเทอมอาจจะยืดหยุ่นให้ตื่น 7 โมง ไม่ใช่ตื่นตอนเที่ยงวัน แต่สิ่งที่สำคัญที่จะฝึกให้ลูกมีความรับผิดชอบเรื่องการตื่นนอนนั้น เวลาเข้านอนก็สำคัญ ถือเป็นตัวกำหนด เพราะถ้าเข้านอนเร็ว ก็จะนอนเต็มอิ่ม ตื่นได้ตรงเวลา แต่ถ้าช่วงปิดเทอมนอนเกินสามทุ่มหรือเที่ยงคืนก็คงจะตื่นเช้าไม่ไหว
ที่สำคัญเรื่องของสภาพแวดล้อมภายในบ้านก็มีส่วนสำคัญต่อการฝึกความรับผิดชอบเรื่องการเข้านอน โดยเฉพาะประเภทที่นอนห้องเดียวกันแล้วก็เอาทีวีไว้ในห้องนอน 4-5 ทุ่มพ่อแม่ยังดูทีวีอยู่ แล้วจะให้ลูกนอน ไฟก็ยังเปิดอยู่ พ่อแม่ควรแยกห้องนอนให้ลูกตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป และในห้องนอนไม่ควรจะมีทีวี คอมพิวเตอร์ ควรจะมีการกำหนดเวลาเข้านอนและตื่นให้เป็นกิจวัตร ถ้าฝึกฝนบ่อยๆ เด็กก็จะชิน เริ่มมีวินัยและความรับผิดชอบตั้งแต่ยังเล็ก
อยากให้ลูกเป็นอย่างไร ก็ช่วยกันปลูกฝังกันตั้งแต่เล็กๆ ที่สำคัญพ่อ แม่ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย เด็กจะได้เห็นพฤติกรรมที่ดี แล้วลูกก็จะเติบโตมาเป็นเด็กดีที่สังคมต้องการ เหมือนอย่างที่โบราณว่าไว้ "อยากได้ลูกอย่างไรก็ให้ทำอย่างนั้นให้ลูกดู" นั่นเอง
0 ทีมข่าวเยาวชน 0



