
สทศ.สอบรอบพิเศษให้เด็กเหตุสุดวิสัย1มี.ค
สทศ.เตรียมสอบรอบพิเศษให้เด็กที่มีเหตุสุดวิสัย 1 มี.ค. พร้อมประกาศผลเร็วขึ้นเป็น 15 มี.ค เพื่อให้โรงเรียนนำคะแนนไปใส่ไว้ในทรานสคริปเป็นปีแรก หวังผลักดันให้โรงเรียนใช้คะแนนโอเน็ตให้เป็นประโยชน์เพิ่ม
ที่รร.ราชวินิตมัธยมเวลา 9.00 น.วันที่ 2 ก.พ. ดร.สืบแสง พรหมบุญ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการพร้อมด้วยรศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)ได้เดินทางตรวจเยี่ยมสนามสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ชั้นม.3โดย โดยมีคณะผู้บริหารรร.ราชวินิตมัธยมให้การต้อนรับ ทั้งนี้ดร.สืบแสง เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมสนามสอบ การสอบเป็นไปอย่างเรียบร้อยดี โดยในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)มีแนวทางสนับสนุนให้โรงเรียนนำผลโอเน็ตไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาคุณภาพตนเอง และใช้ในการเข้าศึกษาต่อในชั้นม.1 และ ม.4
รศ.ดร.สัมพันธ์ กล่าวว่า สทศ.กำหนดวันสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต รอบพิเศษ สำหรับนักเรียนป.6 และม. 3 ซึ่งเกิดเหตุสุดวิสัย ไม่สามารถมาสอบโอเน็ตได้เมื่อวันที่ 1-2 ก.พ.ตามที่กำหนดได้ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วยกะทันหัน เช่น กรณีนักเรียนลูกเสือ จากจ.กระบี่ จำนวน 300 คน ที่เดินทางมาเข้าค่ายลูกเสือที่ กรุงเทพฯ แต่เกิดอาหารเป็นพิษเข้าโรงพยาบาลและกลับไปไม่ทันสอบ เป็นต้น โดยนักเรียนที่ขาดสอบ จะต้องแจ้งความประสงค์ผ่านโรงเรียนที่เรียน พร้อมแจ้งเหตุผลที่ขาดสอบ โดยโรงเรียนจะเป็นผู้คัดกรองและรับรองรายชื่อส่งให้กับสทศ. ทางเว็บไซด์ สทศ. ที่ www.niets.or.th และเข้าระบบโอเน็ตโดยโรงเรียนสามารถส่งรายชื่อนักเรียนตั้งแต่วันที่ 7-15 ก.พ.นี้ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบวันที่ 21 ก.พ. และจัดสอบโอเน็ตรอบพิเศษสำหรับป.6 และ ม.3 วันที่ 1 มี.ค. นี้ สำหรับสนามสอบนั้นเนื่องจากเด็กป.6 และ ม. 3 ยังถือเป็นเด็กเล็กสทศ. มีนโยบายอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด โดยจะจัดสนามสอบให้อยู่ภายในจังหวัดที่เด็กเรียนอยู่ เพื่อที่เด็กจะได้ไม่ต้องเดินทางไกลเกินไป
“แต่จะต้องประกาศผลสอบให้ทันตามกำหนดพร้อมกันในวันที่ 15 มี.ค.ซึ่งถือว่าสทศ.ประกาศเร็วขึ้นจากเดิมที่กำหนดไว้วันที่ 20 มี.ค.เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอให้สทศ.ประกาศผลเร็วขึ้นเพื่อให้โรงเรียนสามารถนำผลสอบโอเน็ตไปใส่ไว้ในใบเอกสารการวัดและประเมินผลตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพ.ศ.2551 (ปพ.1) หรือทรานสคริป ของนักเรียนที่จบทั้ง 3 ช่วงชั้นได้ทัน ถือว่าเป็นครั้งแรกเพราะที่ผ่านมาสทศ.ประกาศผลหลังจากโรงเรียนออกใบปพ.1เรียบร้อยแล้ว และหากโรงเรียนใดต้องการใช้ผลสอบโอเน็ตในการเข้าศึกษาต่อก็สามารถนำไปใช้ได้ทันที ทั้งนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนให้โรงเรียนนำผลคะแนนไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เท่ากับว่าจากนี้ในใบปพ.1ของนักเรียนจะมีคะแนนเฉลี่ยนสะสมตลอดหลักสูตรหรือGPAX แล้ว ก็จะต้องมีคะแนนโอเน็ตอยู่ด้วย”รศ.ดร.สัมพันธ์กล่าว



