
ขีดเส้น15วันแก้สัญญามือถือครม.ตีกรอบให้ไอทีซีกล่อมใช้สัญญาเดิม
ครม.ให้เวลาไอซีที 15 วัน เจรจาค่ายมือถือ 4 รายแก้สัญญาร่วมทุน ตีกรอบให้คู่สัญญากลับไปใช้สัญญาตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ เดิม สั่งไอซีทีเตรียมหามาตรการรองรับผลการเจรจา ให้รัฐและประชาชนไม่ได้รับผลกระทบ ด้านสิงเทลผู้ถือหุ้นใหญ่เอไอเอสพบนายกฯ ขอความมั่นใจ พร้อมยันเด
นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ไอซีทีตั้งคณะทำงานเพื่อเจรจาแนวทางแก้ไขสัญญาร่วมการงานโทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่างบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับบริษัทเอกชนคู่สัญญา 4 ราย ที่ไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ก่อนนำกลับมาเสนอให้ ครม.พิจารณาชี้ขาดอีกครั้ง
"กรอบการเจรจาคือ ให้คู่สัญญากลับไปใช้สัญญาเดิม เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ และให้รัฐได้ประโยชน์กลับคืนมาเหมือนเดิม ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร ต้องขึ้นอยู่กับคณะทำงานว่าจะสามารถเจรจากับคู่สัญญาให้กลับมาใช้สัญญาเดิมได้มากน้อยเพียงใด และจะมีค่าปรับหรือดอกเบี้ยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการเจรจา" นายจุติกล่าว
สำหรับคู่สัญญาดังกล่าวประกอบด้วย 1.กรณีการแก้ไขสัญญาเพิ่มเติมระหว่างทีโอทีกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส 2.การแก้ไขสัญญาระหว่าง กสท กับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค 3.การแก้ไขสัญญาระหว่าง กสท กับบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และ 4.การแก้ไขสัญญาระหว่าง กสท กับบริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด (ดีพีซี)
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากนี้ไปกระทรวงไอซีทีต้องเตรียมมาตรการรองรับ หากมีผลการเจรจาเป็นอย่างไร ก็จะต้องสามารถดูแลผลประโยชน์ของหน่วยงานรัฐและประชาชนผู้รับบริการได้ด้วย ซึ่งการให้กลับไปเจรจาภายใน 15 วัน เป็นข้อเสนอของกระทรวงไอซีที ที่จะต้องเอาเรื่องทั้งหมดไปเจรจา เมื่อเจรจาเสร็จแล้วก็ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ก่อนการประชุม ครม. นางชัวร์ ซก คุง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทสิงคโปร์เทเลคอมหรือสิงเทลและคณะ อาทิ นายอเลน หลิว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สิงเทล สิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในเอไอเอส เดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า การเข้าพบของผู้บริหารสิงเทล เพื่อขอความมั่นใจในการทำธุรกิจ และยืนยันว่ายังอยากจะทำธุรกิจในประเทศไทย



