
พยากรณ์รัตนโกสินทร์
สมัยที่อยุธยาเป็นราชธานี พระมหากษัตริย์เมื่อมีพระราชประสงค์จะทดสอบภูมิรู้ทางปริยัติและปฏิบัติของพระมหาเถระ ก็จะทรงผูกปริศนาธรรมส่งไปถวาย พระสงฆ์จะประชุมกันพิจารณา แล้วเขียนตอบพระราชปุจฉาถวายพระมหากษัตริย์
ก็อาจยึดแนวทางมาจากการที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทำนายสุบินนิมิตของพระเจ้าปัสเสนทิโกศล หรือการซักปัญหาระหว่างพระกุมารกัสสปะ กับ พระเจ้าปายาสิ หรือการโต้กันระหว่างพระนาคเสน กับ พระยามิลินท์ ซึ่งอยู่ในหนังสือมิลินทปัญหา (ควรอ่านสำนวนเดิม)
วิธีการนี้ กระบวนการศึกษาและวินิจฉัยธรรมของพระสงฆ์และภิกษุณีทิเบตยังให้ปฏิบัติอยู่ แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีพระราชปุจฉามานานแล้ว หรือบางทีพระสงฆ์สงสัยก็จะถวายพระมหากษัตริย์เพื่อขอทราบพระบรมราโชบาย
ในครั้งกรุงศรีอยุธยายังรุ่งเรือง ก็มี "ปริศนาพยากรณ์" คราวเมื่อถึงต้นรัตนโกสินทร์ก็ยังคงเคยเห็นปริศนาพยากรณ์ เมื่อครั้งยังเป็นสามเณร เดินทางจาก อ.เสนา สายบ้านแพนอยุธยา มาทางเรือด่วนขึ้นที่ท่าเตียน นั่งรออาจารย์อยู่ที่วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ ก็ได้อ่านปริศนาชะตาโลก ซึ่งเพียรสอบถามอาจารย์ว่า "มันหมายความว่าอย่างไร ?" อาจารย์ก็ตอบว่า "มันเป็นปริศนา ถ้าไม่คิดก่อน มันก็ไม่เป็นปริศนา แต่ขอให้เณรรู้ว่า สิ่งทั้งหมดนี้ผมตายก่อน แต่เณรจะต้องพบอย่างแน่นอน" ปริศนาชะตาโลกนั้นมีดังนี้
ฝูงหงส์จะลงหนอง หงส์ทองจะเป็นกา
เสือเผ่นจะเป็นหมา พยัคฆาจะทิ้งไพร
พระฤาษีจะหนีถ้ำ อันหนองน้ำจะแห้งไป
ปฐมีจะเป็นไฟ ชลาลัยจะไร้ปลา
อัคคีไม่มีแสง พระพายแรงไม่พัดพา
สกุณีเป็นสกุณา กุมาราเป็นกุมารี
นอกจากนั้น ท่านเจ้าคุณพระธรรมรัตนดิลก (เชิด จิตฺตคุตฺโต ป.ธ.๙ ) คณะ ๑ วัดสุทัศน ฯ ท่านเคยพูดให้ฟังเมื่อราว พ.ศ.๒๕๑๕-๒๕๑๖ ว่ามีผู้เขียนพยากรณ์เรื่องศาสนกับมนุษย์ไว้ ท่านบอกว่าจำคนเขียนไม่ได้ แต่เขาเขียนไว้ดังนี้ว่า
ศาสนาชักจะเรียวแล้วเดี๋ยวนี้ กุมารีเพิ่มพรากจุกจากหัว
ดูคายคมหัวนมเท่าเม็ดบัว พูดเรื่องผัวชอบใจกระไรเลย
อ้อมค้อมอ้อมคุ้งอ้อมทุ่งมาเสียนาย ยังไม่ได้บอกปริศนาเพื่ออนาคตเลย เอาเป็นอันว่าครั้งหน้ามาดูกันมาทายกันซิว่า "ปริศนาอนาคตมีอะไรบ้าง ? และ มันคืออะไร ? มีผลต่ออนาคตอย่างไร ?"
"พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ)"



