ไลฟ์สไตล์

สรพงศ์ ชาตรีกราบขอขมาหลวงตาบัว

สรพงศ์ ชาตรีกราบขอขมาหลวงตาบัว

01 ก.พ. 2554

ศิษยานุศิษย์ร่วมบริจาคงานบุญหลวงตามหาบัว 2 วัน ได้เงินกว่า 6 ล้าน พร้อมเปิดโรงทานกว่า 100 โรง รองรับผู้มาร่วมงาน เจ้าของรถเช่าในสนามบินอุดรฯ บริการส่งถึงวัดฟรีจนเสร็จพิธี "พระครูอรรถกิจ" ยันไม่มีการตั้งกองทุนผ้าป่าช่วยชาติ พร้อมขอให้งดตั้งแผงบูชาวัตถุมง

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พระอาจารย์วันชัย วิจิตโต รองเจ้าอาวาสวัดเกษรศีลคุณ หรือวัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี  และผู้จัดการมรดกพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้ถือบาตรของหลวงตามหาบัว นำพระสงฆ์ออกบิณฑบาตบริเวณหน้าวัด ท่ามกลางศิษยานุศิษย์ที่มารอใส่บาตรจำนวนมาก ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็นอุณหภูมิ 14.0 องศาเซลเซียส และมีฝนตกลงมาเล็กน้อย หลังจากพระสงฆ์ปฏิบัติกิจและฉันภัตตาหารเช้าที่ศาลาการเปรียญชั้นล่างเสร็จ จึงได้อนุญาตให้ศิษยานุศิษย์ขึ้นไปกราบสักการะหลวงตามหาบัวบนชั้นสองของศาลาได้

  กระทั่งเวลา 10.00 น. พระครูอรรถกิจนันทคุณ (พระอาจารย์นพดล นันทโน) เจ้าอาวาสวัดป่าดอยลับงา จ.กำแพงเพชร กล่าวว่า มีเรื่องแจ้งไปยังญาติโยมหลายเรื่อง อันดับแรกขอยืนยันว่างานบุญประทายข้าวเปลือก ของวัดป่าบ้านตาด ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ ยังคงจัดกันไปตามปกติ ส่วนผู้ที่เดินทางมาที่วัดป่าบ้านตาด เอาของดีมาโชว์เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แต่หากถึงขั้นตั้งแผงโชว์ มันไม่งาม ไม่ดี เป็นข้อห้ามของทางวัด ก็ขออย่าให้ทำเลย อย่าให้ต้องรุนแรงกัน และเมื่อเช้ามีข่าวมาจากกรุงเทพฯ เรื่องการตั้งกองทุนผ้าป่า ก็ขอบอกทุกท่านบอกต่อๆ กันว่ากองทุนผ้าป่าไม่มี มีเรื่องตึกสงฆ์อาพาธตอนนี้ชะลอไว้ก่อน การตั้งกองทุนใหม่ของวัดป่าบ้านตาดไม่มี

 "หลวงตาสั่งไว้ว่า เงินทำบุญในงานท่านทั้งหมด ให้รวบรวมไว้ซื้อทองแล้วมอบเข้าคลังหลวง ที่มอบไปแล้วก็ 2 ตันเศษ กำลังเข้าสู่ตันที่ 13 ทุกบาททุกสตางค์ที่ประชาชนมาร่วมทำบุญ จะมีจุดเดียวที่เป็นตู้อยู่รอบๆ บริเวณศาลาตั้งสรีระของหลวงตา ทั้งข้างบนและข้างล่าง ตกเย็นก็จะเอามานับเหมือนหลวงตาไปรับผ้าป่าช่วยชาติ เมื่อวันที่ 30 มกราคม เป็นวันแรกที่นับได้เงิน 2,658,448 บาท วันที่ 31 มกราคม 3,268,497 บาท 264 ดอลลาร์ ทองคำจำนวนหนึ่งยังไม่ได้ชั่ง" พระครูอรรถกิจนันทคุณ กล่าว
 
 พระครูอรรถกิจนันทคุณ กล่าวว่า สำหรับค่าใช้จ่ายในงานครั้งนี้ เป็นเรื่องของลูกศิษย์รวมกัน ส่วนใหญ่เป็นพระ แล้วลูกศิษย์ของพระก็มารวมกันอีกที อันนี้มีการประกาศ ฝากกันเป็นการภายใน ถ้าลูกศิษย์คนไหนอยากจะช่วย ก็เอาไปช่วยอาจารย์ของตัว อาจารย์ก็รวมกันมาถือเป็นงานพ่อแม่เรา ตามธรรมดาเขามีพินัยกรรม มีกองมรดก เขาจะมอบให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ คือคนที่ไปแล้วทำมรดกไว้ให้คนอยู่ แต่วันนี้พวกเราทั้งหลายจะได้ทำมรดกไว้ให้หลวงตา ก็คือคนอยู่ทำให้คนไป

 พระครูอรรถกิจนันทคุณ กล่าวอีกว่า ในส่วนการดำเนินการก่อสร้างเมรุลอย ขณะนี้ อบจ.อุดรธานี เทศบาลนครอุดรธานี และลูกศิษย์ ได้นำเครื่องจักรหนัก ทั้งรถเกรด รถบด รถบรรทุกสิบล้อ ขนดินมาปรับฐานเมรุ หน้าศาลาใหญ่หน้าวัด ขึ้นเป็นทรงกลม ตามแบบที่สำนักงานพระพุทธศาสนาและสำนักพระราชวังได้จัดทำขึ้น
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การก่อสร้าง “เมรุชั่วคราว” นั้น นายกิตติชัย ไชยเอีย อดีตรองนายก อบจ.อุดรธานี ได้นำเครื่องจักรขนาดใหญ่ของบรรดาลูกศิษย์เข้าปรับพื้นที่ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ด้วยการปรับพื้นดินจากบริเวณคอกวัว ทางทิศตะวันออกของเมรุชั่วคราว เป็นพื้นที่ตั้งโรงทานแห่งใหม่ และนำดินมาสร้างเป็นเมรุชั่วคราว ขณะนี้พื้นดินชั้นแรกเกือบเสร็จแล้ว และจะเสร็จก่อนวันพระราชทานเพลิงศพแน่นอน

 น.ส.สุวรรณี บุญกอง อายุ 54 ปี นำคณะโรงทานหลวงพ่อมหาปิ่น ชลิโต มาจาก จ.ราชบุรี กล่าวว่า ได้มาตั้งโรงทานตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม โดยพระครูวิโรจน์ธรรมาจารย์ (บุญเรือง กิตติปุญโญ) และหลวงพ่อมงคล สิริมังคโล วัดป่าห้วยกระทิง จ.ราชบุรี ได้นำคณะลูกศิษย์ 20 คน มาตั้งโรงทานเพื่อเป็นสังฆทาน ช่วงเช้าจะทำอาหารถวายพระสงฆ์ถือว่าเป็นการทำบุญ จากนั้นก็จะทำอาหารมากกว่า 10 อย่าง ให้ประชาชนที่มาวัดได้กิน ถือว่าเป็นการทำทาน และคิดรายการอาหารใหม่ทุกวัน ส่วนวัตถุดิบทั้งข้าวสารอาหารแห้ง ประชาชนจะบริจาค คณะก็จะนำมาส่ง ส่วนที่พักก็จะกางเต็นท์พักในป่า ในศาลา และจะอยู่จนกว่าจะเสร็จงานพระราชทานเพลิงศพหลวงตา แม้จะไม่มีหลวงตาแล้ว ถ้าวัดมีงานทำบุญก็จะมาตั้งโรงทานเหมือนเดิม เพราะหลวงตามีคุณูปการต่อประเทศชาติ ส่วนโรงทานของชาวบ้านตาด ซึ่งถือว่าเป็นโรงทานของเจ้าบ้าน ได้ตั้งโรงทานเป็นข้าวเหนียว ส้มตำ ผัดหมี่ แจกจ่ายประชาชน

 นางขันทอง พงษ์ประเทศ อายุ 52 ปี ชาวบ้านตาด กล่าวว่า นายสมัย น้อยรามสูร กำนันตำบลบ้านตาด ได้นำชาวบ้านมาตั้งโรงทาน โดยมีชาวบ้านนำข้าวสารและเงินมาบริจาครวมกันเพื่อนำมาตั้งโรงทานตั้งแต่หลวงตาเริ่มป่วย โดยจะเน้นอาหารอีสาน ถ้าใครเหนื่อยจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ข้าวเหนียวจะนึ่งวันละ 500 กิโลกรัม มะละกอหมดวันละ 100 กิโลกรัม และจะตั้งโรงทานจนกว่างานพระราชทานเพลิงศพจะเสร็จ

 นายปรเรศร์ ศิรินทร์ภาณุ เจ้าของบริษัท มะลิไท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการรถเช่าในสนามบินนานาชาติอุดรธานี กล่าวว่า ได้จัดรถตู้ขนาด 10 ที่นั่ง มาให้บริการศิษยานุศิษย์หลวงตามหาบัวที่เดินทางมาทางเครื่องบินไปส่งถึงวัดป่าบ้านตาด ฟรีทุกวันและทุกเที่ยวบิน ส่วนใครที่ไม่ได้เดินทางมาทางเครื่องบินแต่ต้องการเดินทางไปกราบสักการะหลวงตามหาบัว ก็สามารถมาใช้บริการได้ฟรีเช่นกัน แต่ต้องมาขึ้นรถที่สนามบินอุดรธานี ตามเวลาที่เครื่องบินลง หรืออาจจะโทรศัพท์มาสอบถามก่อน หากว่ารถเต็มก็จะได้จัดหารถเสริมเข้ามาเพิ่ม และจะให้บริการแบบนี้ไปจนกว่างานพิธีของหลวงตามหาบัวจะแล้วเสร็จ
 
 “เนื่องจากว่าปกติจะมีลูกศิษย์ของวัดป่าบ้านตาดที่เดินทางด้วยเครื่องมาใช้บริการรถเช่าของทางบริษัทเพื่อเดินทางไปที่วัดป่าบ้านตาดอยู่แล้ว ในช่วงนี้ก็มีผู้มาใช้บริการมากขึ้น ทางบริษัทเห็นว่าเพื่อเป็นความสะดวกแก่ลูกศิษย์ จึงจัดรถพิเศษเสริมเข้าไปบริการให้ฟรี แต่เน้นว่าผู้มาใช้บริการจะต้องมาใช้บริการตามเวลาที่เครื่องลงสนามบินเท่านั้น” นายปรเรศร์กล่าว

 นายสุทัศน์ แพรสุรินทร์ กรรมการสมาคมโรงแรมไทย สมาคมโรงแรมไทยอีสาน ผู้จัดการฝ่ายห้องพัก โรงแรมเจริญโฮเต็ล เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ห้องพักใน จ.อุดรธานี เต็มเกือบทุกที่แล้ว โดยเฉพาะโรงแรมเจริญโฮเต็ลมีการสั่งจองห้องพักล่วงหน้ามาก่อนหน้านี้ร้อยละ 80 เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น ประกอบกับมีงานหลวงตามหาบัวเพิ่มมาเข้าอีก คาดว่าจำนวนห้องพักตามโรงแรมต่างๆ จะเต็มในไม่กี่วันนี้ 

 การละสังขารของหลวงตามหาบัว ทำให้ลูกศิษย์ลูกหาและผู้มีจิตศรัทธาเดินทางไปกราบไหว้จำนวนมาก ขณะที่บรรดานักเสี่ยงโชค ต่างก็นำเอาเลขวันเกิด เลขอายุ เลขจำพรรษา วันมรณภาพ และเลขวันเวลาที่หลวงตาละสังขาร ไปซื้อหวยใต้ดินและสลากกินแบ่ง แผงขายลอตเตอรี่ทุกจังหวัดทั่วประเทศถูกกว้านซื้อไปจนหมด

 นายธงชัย สุรติกุล พ่อค้าลอตเตอรี่ ใน จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า หลังหลวงตามหาบัวละสังขารลง ทำให้ชาวบ้านพากันแห่มาหาซื้อหวยเลขเด็ดของท่านไปจนหมด ทำให้หวยตัวอื่นขายไม่ออก

สรพงศ์ ชาตรีกราบขอขมาหลวงตาบัว

 เมื่อเวลา 14.50 น. นายกรีพงศ์ เทียมเสวต หรือสรพงศ์ ชาตรี พระเอกภาพยนตร์และละครรุ่นใหญ่ และนางสาวดวงเดือน จิไทสงค์ ภรรยา อดีตรองนางสาวไทย ได้เดินทางมาพร้อมคณะ เพื่อมากราบสรีระหลวงตามหาบัว โดยนายกรีพงศ์สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยสูทสีดำ กางเกงสีดำ ส่วนนางสาวดวงเดือน สวมชุดขาว ทำให้ประชาชนที่ยืนอยู่ในวัดต่างตื่นตาตื่นใจ ที่เห็นพระเอกสรพงษ์มาในงานด้วย นายกรีพงศ์ได้เดินถือพานธูปเทียนแพร ส่วนนางสาวดวงเดือนถือพานพวงมาลัยมะลิ เดินนำคณะขึ้นบันไดศาลาการเปรียญด้านทิศตะวันออก เข้าไปกราบขอขมาสรีระหลวงตา หลังจากนั้นได้ถวายปัจจัยใส่ตู้บริจาค

 นายกรีพงศ์ กล่าวว่า เมื่อครั้งหลวงตายังอาพาธและกลับมาจากโรงพยาบาลศิริราช นอนรักษาตัวอยู่ที่กุฎิด้านนอก ตนและภรรยาพร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางมากราบหลวงตา ซึ่งพระอุปัฏฐากได้เมตตาพวกตนมาก ได้อนุญาตให้เข้าไปกราบหลวงตาในกุฏิ ซึ่งตนถือว่าน้อยคนนักจะได้มีโอกาสเข้าไปแบบนี้ แม้ว่าหลวงตาจะอาพาธ แต่ก็ยังได้มองดูตน ตนรู้สึกอิ่มเอิบใจมาก และได้ถวายปัจจัยสร้างห้องปลอดเชื้อ 5 หมื่นบาท

  “สำหรับวันนี้ผมมาเพื่อขอขมาหลวงตา เพราะหลวงตาเป็นอริยสงฆ์ ตนเป็นปุถุชนคนธรรมดา อาจจะทำการสิ่งใดด้วยความประมาท จึงมากราบขอขมาหลวงตา แม้ว่าวันนี้หลวงตาจะละสังขารไป และไม่มีหลวงตาแล้ว แต่ผมจะยึดธรรมของหลวงตา ยึดคำสั่งสอนของหลวงตา ถ้าหากจิตเราดี เราก็จะมีแต่สิ่งดีๆ ทั้งชาตินี้และชาติต่อๆไป และก็จะติดตามเราไปทุกที่ ซึ่งวันนี้ตนและคณะได้ถวายปัจจัย 2 หมื่นบาท" นายกรีพงศ์ กล่าว