
ต้องรื้อส่วนต่อเติมทุกบ้าน
ดิฉันซื้อทาวน์เฮ้าส์สองชั้น ขนาด 30 ตร.ว. ห้องมุม ในซอยอุทัยรัตน์ พญาไท เมื่อปี 2531 โดยที่ดิฉันไม่เคยต่อเติมอาคารตั้งแต่ซื้อมา ดิฉันพักอาศัยอยู่กับครอบครัวอย่างเป็นสุขมากว่า 20 ปี
อยู่ดีๆ มีคำสั่งจาก นายสว่าง บุญยสิทธิ์ ผอ.เขตพญาไท ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 กล่าวหาว่า ดิฉันและบุตรสาวคนโตที่มีชื่อร่วมในโฉนด กระทำขัดข้อบัญญัติ กทม. พ.ศ. 2522 หมวดที่ 7 ข้อ 7 (3) และ (4) ที่ออกใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งที่จริงข้อบัญญัติ กทม. พ.ศ. 2522 ถูกยกเลิกไปเมื่อมีการออกข้อบัญญัติ กทม. พ.ศ.2544 ดิฉันและบุตรสาวได้มอบหมายให้สามี ไปยื่นคำร้องที่เขตพญาไทตามขั้นตอน เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2552 แต่ไม่ได้รับคำตอบใดๆ
เงียบ! ...
ต่อมาเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2553 ดิฉันและบุตรสาวได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา จากการเข้าแจ้งความของเขตพญาไทว่า ร่วมกันต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ดิฉันตกใจมาก เนื่องจากขณะนี้ลูกสาวทำงานที่สำนักงานเลขาธิการอาเซียน นครจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย จึงได้ร้องขอความเป็นธรรมกับ ดร.วัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษา ผู้ว่าราชการ กทม. ที่ได้มอบหมายให้สำนักกฎหมายและคดี กทม. เข้ามาดูข้อกฎหมาย
จากการดูรายละเอียดพบว่า คดีความดังกล่าวขาดอายุความไปหลายปีแล้ว
ดิฉันขอให้ท่านประธานที่ปรึกษาขอร้องให้ผู้อำนวยการเขตพญาไทไปถอนแจ้งความ แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง ทั้งๆ ที่ข้าราชการทำผิดไม่ยอมรับผิดเพียง แค่อ้างว่าถูก ป.ป.ช. สอบอยู่ ดิฉันและลูกสาวที่ต้องลางานและมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา จึงกลายเป็นแพะรับบาป
ถ้าจะกรุณา ขอช่วย ปลัด กทม. สั่งให้ ผู้อำนวยการเขตพญาไท ไปถอนแจ้งความดิฉันและลูกสาวด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง
ขวัญใจ
ตอบ
นายสว่าง บุญยสิทธิ์ ผู้อำนวยการเขตพญาไท ชี้แจงว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมาเกือบปีแล้ว เป็นเรื่องระหว่างบ้าน 2 หลังที่อยู่ติดกัน ซึ่งบ้านหลังหนึ่งเดิมเป็นบ้านเก่า แต่บ้านที่ร้องเรียน เป็นบ้านของ ดร.ท่านหนึ่ง ซึ่งมาฟ้องที่เขตว่า บ้านอีกหลังต่อเติมอาคาร โดยไปยื่นเรื่องไว้ที่เขต ซึ่งปรากฏว่า อยู่ในข่ายของการซ่อมแซมเท่านั้น ทางผู้ร้องเรียนก็บอกว่า ทำให้บ้านข้างเคียงเดือดร้อนรำคาญ บ้านแต่ละหลังก็ว่าตัวเองถูก โดยไม่มีใครยอมใคร เพราะส่วนที่มีการซ่อมแซมด้านหน้านั้น ถือว่าไม่ผิด อยู่ในเกณฑ์ซ่อมแซมเพราะชำรุด
ปรากฏว่า บ้านทุกบ้านได้ทำการต่อเติมด้านหลังของบ้านแทบทุกอาคาร ถือว่าเป็นความผิด ก็ได้อธิบายให้ประชาชนฟัง แต่ปรากฏว่าบ้านของทั้ง 2 รายไม่ยอมตกลงกัน ทางเขตได้ทำการไกล่เกลี่ยให้ แต่สุดท้ายก็ไม่ยอมกัน
สุดท้ายเขตไกล่เกลี่ยไม่ได้ จึงได้แจ้งให้ทั้งสองฝ่ายแก้ไขในสิ่งที่ผิดตามกฎหมายอาคารทั้งสองบ้าน ช่วงแรกต่างคนต่างก็ไม่ยอมแก้ไข สุดท้ายบ้านที่ถูกร้องเรียนยอมรื้อด้านหลังอาคารออก และให้เขตบังคับให้บ้าน ดร. รื้อถอนด้วย จึงได้เรียกประธานชุมชนของหมู่บ้านมาประชุมเพื่อไกล่เกลี่ยให้จบสิ้น แต่ตกลงกันไม่ได้อีก ไม่มีใครยอมใคร
ต่อมา บ้านที่ยอมรื้อถอนไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ว่า เขตละเลยหน้าที่ เขตจึงร้องขอให้บ้าน ดร. รื้อถอน ถ้าไม่รื้อถอน เขตจะมีความผิดไปด้วย ในที่สุดก็ต้องดำเนินคดีกับ ดร. ถ้าทางผู้ใหญ่เข้าใจในวิธีการทำงาน ทางเขตก็ไม่มีอะไร
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่เขตพญาไท ตกอยู่บนกองทุกข์ ถ้า ดร.ยอมรื้อถอนการต่อเติมด้านหลังอาคาร ความผิดก็จะบรรเทาลงไป
ลุงแจ่ม



