
จม.ถึงผู้แทน พม่าเป็นใหญ่ (1)
ในจังหวัดระนอง มีเด็กต่างด้าวโดยเฉพาะสัญชาติพม่า เข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนร่วมกับเด็กไทยมากมาย ทั้งๆ ที่ เด็กไทยอีกมากมายยังไม่ได้เรียนหนังสือ ยังไม่ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ เด็กต่างด้าวเหล่านี้เรียนจากภาษีของคนไทย
ตอนแรกที่ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองมารับตำแหน่งใหม่ๆ ก็พูดว่า จะปิดโรงเรียนที่เปิดสอนให้แก่เด็กต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย แต่จนถึงวันนี้ โรงเรียนรัฐบาลเหล่านี้ก็ยังเปิดสอนให้รับนักเรียนต่างด้าวเข้าเรียนเหมือนเดิม
คนพม่าที่เข้าเมืองผิดกฎหมายที่ จ.ระนอง ไม่กลัวตำรวจ หรือ ตม. อีกต่อไปแล้วค่ะ เพราะพวกเขา "ร้องเพลงชาติไทยได้ชัดแจ๋ว"
อยากให้รัฐบาลหันมาสนใจเรื่องนี้บ้าง เพราะยังมีเด็กไทยอีกจำนวนมากมายที่ต้องการการศึกษาที่มีคุณภาพจากภาษีของคนไทยด้วยกัน
คนระนอง
หมายเหตุ
นายปรีชา บัวกิ่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ชี้แจงว่า เป็นความจริงที่โรงเรียนในจังหวัดระนองรับลูกหลานของคนต่างด้าว(พม่า)เข้ามาเรียนหนังสือไทยในโรงเรียน ตามระเบียบของกระศึกษาธิการ ว่าด้วยการรับนักเรียนเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ. 2547 โดยได้รับสิทธิทุกอย่างเท่าเทียมกับเด็กไทย ทั้งค่าอาหารกลางวัน นม ค่าอุปกรณ์การศึกษา ประมาณ 1,800 บาท ต่อคน ต่อปี ซึ่งเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน ตามปฏิญญาสากล ว่าด้วยสิทธิเด็ก ที่ประเทศไทยต้องถือปฏิบัติ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนา ซึ่งหมายความรวมถึง "การพัฒนาด้านการศึกษา" ด้วย
"บางโรงเรียนมีนักเรียนชาวพม่ามากกว่าเด็กไทยหลายเท่า เช่น โรงเรียนบางกลาง ซึ่งอยู่ในตัวเมืองจังหวัดระนอง มีนักเรียน 80 คน เป็นเด็กไทยเพียง 20 คน นอกจากนั้น เป็นเด็กพม่า หรือ โรงเรียนบ้านสวัสดิ์ อ.กระบุรี จ.ระนอง มีนักเรียน 42 คน เป็นเด็กไทยเพียง 4 คน นอกนั้นเป็นเด็กพม่าถึง 39 คน ซึ่งไม่สามารถยุบโรงเรียนได้ เพราะผิดต่อระเบียบกระทรวงฯ ตามที่กล่าวมา" ผอ.ปรีชา กล่าว
(อ่านต่อพรุ่งนี้)



