ไลฟ์สไตล์

บีบให้ออก ยึดเงินประกัน

บีบให้ออก ยึดเงินประกัน

01 ก.พ. 2554

โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.พัทลุง เรียกเก็บเงินเข้าทำงาน 15,000 บาท สัญญา 2 ปี แต่ส่วนใหญ่ทำงานได้แค่ 6 เดือนก็ต้องลาออก เพราะถูกบีบให้ออก โดยสั่งให้ทำงานเกินเวลาทั้งเช้าและเย็น

 จนกระทั่งทนอยู่ไม่ได้ต้องลาออกก่อนครบสัญญา เกือบ 20 คนแล้ว ทั้งครูและธุรการ
 ส่วนใหญ่ไม่ได้รับเงินคืน แต่ไม่มีใครกล้าร้องเรียน เพราะคนที่ร้องเรียนก่อนหน้านี้เคยไปร้องเรียนที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแต่ถูกข่มขู่จากทางโรงเรียน โดยให้ผู้ใหญ่ในองค์กรหนึ่งโทรไปข่มขู่ครูให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าวซะ...
 อยากได้เงินคืนต้องทำอย่างไร
ครูลูกจ้าง/พัทลุง
ตอบ
 ผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชนที่ถูกร้องเรียน ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง ถูกกลั่นแกล้งให้เสื่อมเสียชื่อเสียง มีการเรียกเก็บเงินค้ำประกันก่อนเข้าทำงานจริง เฉพาะผู้ที่ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงิน หากผู้ร้องเรียนคิดว่าตนเองไม่ผิด ก็ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายกับโรงเรียนได้เลย โรงเรียนก็จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่จะทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียงเช่นกัน
 ด้าน นายศลใจ วิบูลกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพัทลุง เขต 1  ชี้แจงว่า เท่าที่ทราบมีครูแค่คนเดียวที่ร้องเรียนไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพัทลุง ครูคนดังกล่าวสมัครเข้าทำงานที่โรงเรียนโดยมีข้อตกลงและทำสัญญาเป็นเงื่อนไขทางกฎหมาย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งหน้าที่การงานด้วย หากมีการเรียกเก็บเงินค้ำประกันการทำงาน น่าจะต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องเงิน และถ้าผิดสัญญาก็ว่ากันไปตามกฎหมาย
 ส่วนกรณีที่ครูถูกกลั่นแกล้งนั้น มีกฎหมายคุ้มครองครูใหญ่ และครูโรงเรียนเอกชน ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว หากตรวจสอบแล้ว โรงเรียนทำถูกต้อง ครูก็ต้องทำตามสัญญา แต่ถ้าโรงเรียนทำผิด ก็ต้องคืนเงินให้แก่ครู
 ขอให้คุณครูที่ออกไปแล้ว และเข้าใจว่าถูกบีบให้ออก โดยไม่ได้รับเงินค้ำประกันคืน รวมตัวกันไปร้องเรียนโดยตรงที่ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพัทลุง เขต 1 บอกว่า เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในคราวเดียวกัน
ลุงแจ่ม