
จม.ถึงผู้แทน เปิดไฟเขียวให้โจร
ดิฉันอายุ 78 ปีแล้ว ปัจจุบันอยู่คนเดียว สามีเสียชีวิตไปนานแล้ว และไม่มีบุตร ดิฉันมีเงินเก็บในบัญชีอยู่ก้อนหนึ่ง เพื่อไว้ใช้ในบั้นปลายชีวิต
แต่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพ หลอกให้โอนเงินให้เขาจนหมด ลักษณะเดียวกับที่ปรากฏเป็นข่าว
หลังจากได้สติและรู้ว่าถูกหลอก ดิฉันได้ไปแจ้งความที่ สน.สายไหม ร้อยเวรบอกว่า จากการตรวจสอบรู้ชื่อเจ้าของบัญชีที่เงินถูกโอนเข้าไปแล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเจ้าของบัญชีบอกว่าไม่รู้ว่า ผู้จ้างวานให้เปิดบัญชีเป็นใคร
ดิฉันฟังแล้วสับสนกับคำตอบของตำรวจ อย่างนี้เป็นการเปิดช่องว่างให้มิจฉาชีพชัดๆ
อยากขอยกตัวอย่าง กรณีที่คนรับซื้อของโจร ไม่ว่าจะเจตนา หรือไม่เจตนา กฎหมายก็ลงโทษให้เป็นคนผิด แต่ในกรณีนี้ไม่น่าเป็นไปได้ว่าเจ้าของบัญชีไม่รู้ว่าผู้จ้างวานให้เปิดบัญชีเป็นใคร แล้วทำไม เจ้าของบัญชีที่รับโอนเงินจากบัญชีของดิฉันถึงไม่มีความผิด กฎหมายเว้นช่องว่างไว้ทำไม แล้วจะต้องมีผู้เสียหายอีกมากเท่าไหร่ ตำรวจถึงจะปราบแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ได้
ดิฉันเคยดูรายการวิเคราะห์ข่าวทางโทรทัศน์ ที่นำเทปบันทึกเสียงของมิจฉาชีพมาเปิด ซึ่งเป็นคำตอบที่ท้าทายตำรวจว่า "ตำรวจยังทำอะไรกู...ไม่ได้"
ตำรวจจะรู้ไหมว่าดิฉันซึ่งเป็นยายแก่ๆ อายุจะ 80 แล้ว ต้องทนทุกข์ทรมานใจแค่ไหน จากนี้ไป ดิฉันจะมีแรงไปหาเงินที่ไหนมาประทังชีวิต ทำไมตำรวจทำอะไรพวกนี้ไม่ได้
ดิฉันเสียใจและติดใจกับคำพูดของมิจฉาชีพที่ว่า "ตำรวจยังทำอะไรกูไม่ได้" แล้วแบบนี้ประชาชนตาดำๆ อย่างดิฉันจะพึ่งพาใครได้ แล้วควรจะทำอย่างไรต่อไป
อยากให้ผู้มีอำนาจช่วยพิจารณากฎหมายเพื่อปิดช่องว่าง เจ้าของเลขบัญชีน่าจะเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ควรมีความผิดเท่ากับคนอื่นๆ และควรลงโทษเจ้าของบัญชีเพื่อตัดตอน และเตือนผู้ที่คิดจะรับจ้างเปิดบัญชีรายต่อไป เพื่อไม่ให้ออกมาทำร้ายคนสุจริตในสังคมอีก
ป้าชูจิตร



