ไลฟ์สไตล์

คนรุ่นใหม่กับอาชีพ"เกษตรกรรม"

คนรุ่นใหม่กับอาชีพ"เกษตรกรรม"

01 ก.พ. 2554

จากอดีตจนปัจจุบันไม่มีใครปฏิเสธว่าประเทศไทยเป็นเมืองเกษตร ประชากรส่วนใหญ่ยึดอาชีพทางการเกษตรเป็นรายได้หลัก สินค้าเกษตรหลายตัวยังคงทำรายได้เข้าประเทศมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยก็ให้ความสำคัญภาคการเกษตรมาโดยตลอด แต่ปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นในวันน

  เห็นข้อมูลจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หรือ แม่โจ้โพลล์ แล้วน่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง จากสำรวจความคิดเห็นของเยาวชนทั่วประเทศ อายุระหว่าง 16-18 ปี จำนวน 821 ราย ระหว่างวันที่ 20-25 มกราคม 2554 ที่ผ่านมา ในหัวข้อ “แนวโน้มอนาคตไทยกับอาชีพเกษตรกรรม” พบว่า

  เยาวชนไม่ต้องการเรียนต่อสาขาด้านการเกษตรสูงถึงร้อยละ 66.6 แต่ต้องการเรียนต่อสาขาวิชาอื่นมากกว่า ทำให้มองได้ว่าประเทศไทยในอนาคตจะประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตร ขาดผู้สืบทอดอาชีพเกษตรกรรม เพราะถึงแม้จะเป็นลูกหลานของเกษตรกรเองก็ยังไม่ต้องการที่จะเรียนต่อสาขาทางด้านการเกษตร 

 แต่เมื่อสอบถามความคิดเห็นของเยาวชนว่าจำเป็นหรือไม่ที่ว่าเราควรมีทักษะความรู้เบื้องต้นทางด้านการเกษตร ร้อยละ 96.8 บอกว่าจำเป็น เพราะสามารถนำความรู้ ทักษะมาใช้ในครัวเรือน ทำให้ลดค่าใช้จ่ายและสามารถสร้างรายได้หรือประกอบเป็นอาชีพเสริมได้ในอนาคต ส่วนสถานศึกษาเองปัจจุบันนี้ร้อยละ 88.2 มีการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนหรือมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร มีเพียงร้อยละ 11.8 เท่านั้นที่ไม่มีการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนหรือกิจกรรมดังกล่าว ส่วนความคิดเห็นว่า “เกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของชาติ”อยู่หรือไม่นั้น เยาวชนร้อยละ 96.8  เห็นว่ายังสามารถใช้คำนี้ได้ในปัจจุบัน     

 วันก่อนมีโอกาสสนทนากับอาจารย์วิโรจ (รศ.ดร.วิโรจ อิ่มพิทักษ์) อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คนที่ 13 และกรรมการบริหาร (บอร์ด) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ระหว่างเป็นประธานในพิธีงาน "ครบรอบ 46 ปีวิทยุ ม.ก.เชียงใหม่" มีหลายเรื่องราวที่น่าสนใจ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าจะแก้วิกฤตินี้ได้ก็คือความต่อเนื่องของระบบการศึกษาภาคการเกษตร อาจารย์บอกว่าจะต้องเน้นทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติจริง ตั้งแต่ประถม มัธยม จนถึงระดับอุดมศึกษา เพราะจะทำให้เด็ก เยาวชนคนรุ่นใหม่มีความรู้ความเข้าใจและมีใจรักในอาชีพนี้มาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่มาเริ่มต้นอย่างจริงจังในระดับอุดมศึกษา

 น่าดีใจที่วันนี้ เรามี "ต้นกล้าอาชีพเกษตร" จากโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำรินำสู่เยาวชนโรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยา ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยความร่วมมือของคนในชุมชน วิทยุ ม.ก.เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมพลังสร้างแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรอย่างครบวงจร

 แม้โรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยา จะเป็นแค่โครงการนำร่องต้นแบบในการสร้างเครือข่าย แต่ก็เป็นไปได้ว่าในอนาคตจะมีการต่อยอดไปสู่ชุมชนอื่นต่อไป เพราะเด็ก เยาวชนคนรุ่นใหม่เท่านั้นที่จะเป็นผู้ชี้ชะตาว่าอนาคตอาชีพเกษตรกรรมไทยจะเดินไปในทิศทางใด!
      
"สุรัตน์ อัตตะ"
[email protected]