ไลฟ์สไตล์

แกะปมค้านซื้อขายไข่ไก่เป็นกิโล
ความคัดแย้งบนความไม่คุ้นเคย

แกะปมค้านซื้อขายไข่ไก่เป็นกิโล ความคัดแย้งบนความไม่คุ้นเคย

31 ม.ค. 2554

พลันที่รัฐบาลประกาศให้นำร่องการซื้อขายไข่ไก่โดยการชั่งกิโล ตามนโยบายประชาวิวัฒน์ ที่ นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า จะเริ่มวันพรุ่งนี้ (1 ก.พ. 2554) ในตลาดสดเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อน 20% อาทิ ตลาดมีนบุรี ยิ่งเจริญ เสรี แล

 ทั้งนี้ข้อมูลจากการสำรวจของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ที่สอบถามความคิดเห็นประชาชนในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จำนวน 1,262 คน โดยเปิดเผยเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2554 (สำนักข่าวเนชั่น) ระบุว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 66.29% ไม่เห็นด้วยกับการขายไข่ชั่งกิโล เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก นอกจากนี้ 56.63% เห็นว่า การขายไข่ชั่งกิโลจะมีข้อเสียมากกว่าข้อดี เพราะไม่สามารถซื้อไข่แบบฟองได้ ผู้ซื้ออาจถูกโกงตาชั่ง
 
 มี 12.06% เห็นด้วยกับการชั่งกิโล เพราะเห็นว่าเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อไข่ และสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ซื้อและผู้ขาย มี 13.85% เห็นว่า มีข้อดีในการช่วยลดขั้นตอนและต้นทุนในการคัดแยกไข่ อีก 21.65% ยังรู้สึกไม่แน่ใจ และอีก 29.52% เห็นว่ามีข้อดีและข้อเสียพอๆ กัน เพราะเป็นนโยบายที่รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ต่างพิจารณาเห็นชอบร่วมกัน แต่ในทางปฏิบัติยังมีปัญหาอยู่

 สำหรับกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้เลี้ยงเป็ด ไก่ไข่รายย่อย และกลุ่มผู้พ่อค้าคนกลาง โดยให้เหตุผลว่า การซื้อ-ขายจะยุ่งยาก หวั่นโกงตาชั่ง อย่าง นางบุญนำ เกษระกำ แม่ค้าขายไข่ในตลาดเทศบาลตำบลหนองฉาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี บอกว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะได้ทดลองชั่งไข่ไก่ที่รับมาเพื่อขาย พบว่าไม่ต่างจากการนับฟองขาย ที่สำคัญขั้นตอนการชั่งไข่อาจทำให้ไข่แตกเสียหายมากกว่า

 เช่นเดียวกับ น.ส.ศรินรัตน์ เนติเฉลิมวัฒน์ เจ้าของร้านเจ้ยุ้ย ตลาดสดรังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเลือกร้านของเธอให้ขายไข่แบบชั่งกิโลด้วย โดยกำหนดราคาให้ขายกิโลกรัมละ 52 บาท จากการทดลองทำได้เพียง 2 วันต้องเลิก เพราะประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อหายังคงนิยมซื้อคัดขนาดตามเบอร์มากกว่า ที่สำคัญสถานประกอบการอย่างโรงแรม ร้านอาหารจะคัดเฉพาะที่มีขนาดใหญ่ จึงเห็นว่าการขายแบบชั่งคงไม่สามารถปฏิบัติได้

 ขณะที่มุมมองผู้ประกอบการเลี้ยงไก่ใข่ขนาดใหญ่ที่รวมตัวเป็นองค์กลับมองว่า เห็นด้วยกับนโยบายซื้อขายโดยการชั่งกิโล เพราะจะได้ลดขั้นตอนในการคัดเลือก และเกษตรกรจะซื้อไข่ในราคาที่ถูกกว่าด้วย คนคัดค้านหรือไม่เห็นด้วย เกิดจากความที่คุ้นเคยกับระบบเดิมเท่านั้น อย่าง นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ กล่าวว่า เห็นด้วยกับนโยบายประชาวิวัฒน์ทั้ง 9 มาตรการของรัฐบาล รวมถึงการให้ซื้อขายไข่ไก่ชั่งกิโล เพราะเป็นนโยบายที่รัฐบาลพยายามลดค่าครองชีพให้แก่ผู้บริโภค โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องถูกต้อง ประชาชนไม่เสียผลประโยชน์ เพราะการจำหน่ายไข่ตามท้องตลาดในขณะนี้ เราต้องยอมรับว่า มีผู้ค้าบางรายนำไข่ไก่ที่ผิดเบอร์มาจำหน่าย เพื่อหวังผลกำไรที่เพิ่มขึ้น 

 "ผมสนับสนุนนโยบายนี้ แต่ถึงวันนี้ยังไม่ได้รับการประสานให้เข้าร่วมตามนโยบายนี้ เข้าใจว่าทางกระทรวงพาณิชย์อาจติดต่อโดยตรงกับผู้เลี้ยงที่เป็นสมาชิกของสมาคม ถ้าได้รับการติดต่อก็พร้อมจะร่วมมือ ตอนนี้ได้คำนวณต้นทุนแล้วว่า ราคาไข่แบบชั่งกิโลบวกต้นทุนค่าขนส่งแล้ว อยู่ที่กิโลกรัมละ 47 บาท แม่ค้าตามแผงขายกิโลกรัมละ 50-52 บาท บางคนที่คัดค้าก็เพราะยังไม่คุ้นเคยกับระบบใหม่ หากปล่อยไปสักระยะทุกอย่างดีขึ้น ส่วนที่บอกว่าจะมีการโกงนั้น ทุกวันนี้ใครทราบบ้างว่า ที่แม่ค้าชี้ว่าเป็นไข่เบอร์ใหญ่ใช้วิธีคำนวณด้วยสายตา เบอร์จริงหรือไม่ คนซื้อบางคนไม่ทราบ ถ้าชั่งเป็นกิโลจะโกหกไม่ได้ เพราะมีน้ำหนักบอกชัดเจน ตอนนี้ทราบว่าทางกระทรวงพาณิชย์กำลังจัดหาตาชั่งดิจิทัล ที่บอกน้ำหนักและราคาเรียบร้อยให้แก่แม่ค้าแล้ว" นายมาโนช กล่าว

 เช่นเดียวกับ นายอาทร ช่วยณรงค์ ประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา บอกว่า เห็นด้วยกับนโยบายซื้อขายไข่แบบชั่งกิโล แต่ต้องปล่อยให้ขายแบบเก่าได้ด้วย เพราะบางพื้นที่ยังไม่พร้อม ไม่คุ้นเคย ที่เห็นด้วยเพราะเป็นการลดต้นทุนอย่างชัดเจน ไม่ต้องใช้เครื่องคัดเบอร์ไข่ที่มีมูลค่านับล้านบาท บางเครื่องอย่างดีๆ ตกเครื่องละเกือบ 30 ล้านบาท หากวิธีชั่งกิโล ไม่ต้องบวกต้นส่วนนี้ ขณะนี้ทางหสกรณ์ได้คำนวณต้นทุนในการรับซื้อไข่จากสมาชิกหน้าฟาร์มแล้ว คำนวณจากราคาปัจจุบันไข่ฟองละ 2.70 บาท หากช่างกิโล ตกกิโลกรัมละ 43-45 บาท ส่งแม่ตามตลาดในราคากิโลกรัมละ 47 บาท     

 "บางคนยังเข้าใจว่า การซื้อขายไข่แบบชั่งกิโลต้องซื้ออย่างน้อย 1 กิโลกรัม ที่จริงจะซื้อ 1 ฟองก็ได้ 10 ฟองก็ได้ เพียงแต่จับไข่ใส่ถุง ยื่นให้แม่ค้าชั่ง มีน้ำหนักเท่าไหร่คำนวณราคาเอา ยิ่งตอนนี้สะดวก ชั่งสมัยใหม่กำหนดน้ำหนักและราคาครบ ไม่มีโกง ไม่ลำบาก เพียงแต่ทั้งคนซื้อและคนขายยังเคยชินแบบเรียงเบอร์ พอลองสักระยะทุกอย่างลงตัว และพบว่าคนซื้อได้ประโยชน์ เพราะถ้าไข่ไก่เบอร์ใหญ่สุดคือเบอร์ 0 น้ำหนักเกินฟองละ 71 กรัม ไข่ไก่เบอร์เล็กสุดคือเบอร์ 6 น้ำหนักไม่เกิน 45 กรัม เฉลี่ยไข่ไก่คละเท่ากับไข่ไก่เบอร์ 3 น้ำหนักฟอง 55-60 กรัม ไข่ไก่คละ 1 กิโลกรัม มี 17-18 ฟอง ขายส่งราคา 47 บาท  ถ้าซื้อแบบกระบะมี 30 ฟอง ขายส่งกระบะละ 90 บาท ตัวเลขออกมาขายแบบชั่งกิโลจะถูกกว่า" นายอาทร กล่าว

 สอดคล้องกับการยืนยันของนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก่อนหน้านี้ว่า นโยบายดังกล่าวจะทำในบางพื้นที่เท่านั้น ไม่ได้ทำทั่วไป และที่สำคัญ การขายไข่ไก่แบบชั่งกิโลกรัมก็ต้องถูกกว่าราคาตลาดโดยทั่วไป และจากการนำร่องที่มีนบุรีกับที่รังสิตพบว่าราคาถูกกว่า

 ฉะนั้นหากประเมินจากผู้ประกอบการรายใหญ่ ผสมผสานกับการยืนยันของ นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ระบุว่า การขายไข่ไก่ชั่งกิโลที่จะเริ่มในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 นั้น ใช้เวลา 3 เดือนจะประเมินผล หากไม่ได้รับการตอบรับพร้อมจะยกเลิก นั่นหมายถึงว่า การขายไข่ไก่โดยการชั่งกิโล เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งที่รัฐบาลจะให้ผู้บริโภคเลือกซื้อไข่ในราคาที่ถูกกว่า แต่ต้องอยู่บนพื้นที่ฐานที่เกษตรกรอยู่ได้

 สรุปว่า การคัดค้านขายไข่ไก่โดยการชั่งเกิดจากคนส่วนใหญ่ยังเคยชินกับระบบเก่า และไม่สามารถปรับตัวกับระบบใหม่ได้อย่างทันที ต้องปล่อยให้เป็นตามภาษิตที่ว่า "ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน" นั่นเอง

"ดลมนัส กาเจ"