
อาลัย ทองใบ ทองเปาด์-มนู จรรยงค์และแถลงการณ์ร้อนๆ
0ในนามของ "คมชัดลึก" และคอลัมน์ "คลื่นคนวรรณกรรม" ขอแสดงความคารวะและอาลัยอย่างยิ่งกับการจากไปของ "ทองใบ ทองเปาด์" หรือ ทนายคนยาก ของประชาชนที่เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมา
ในความเป็นจริงแล้ว ทองใบ ทองเปาด์ มีบทบาทเป็นทนายความที่ยืนเคียงข้างกับประชาชนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม หรือถูกเอารัดเอาเปรียบในเรื่องคดีความต่างๆ มาโดยตลอด ขณะเดียวกันยังเป็นทั้งนักหนังสือพิมพ์ นักต่อสู้อำนาจเผด็จการ นักเขียน และเป็นนักวิชาการด้านกฎหมายอีกด้วย โดยเฉพาะความเป็นนักหนังสือพิมพ์นั้น หลังจากศึกษาจบนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ก็เข้าทำงานเป็นทนายความ ควบคู่กับการทำงานหนังสือพิมพ์ไปด้วย และผ่านการทำงานหนังสือพิมพ์หลายฉบับ เช่น ไทยใหม่, พิมพ์ไทย, สยามนิกร, สุภาพบุรุษ-ประชามิตร, ข่าวภาพ, เดลินิวส์ นอกจากนี้แล้วในระหว่าง ปี พ.ศ.2527- 2529 ทองใบ ทองเปาด์ ยังได้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เป็นนายกคนที่ 8 และมีผลงานเขียนบทความที่ให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ประชาชนตามสื่อต่างๆ มากมายจนกระทั่งวาระสุดท้ายแห่งชีวิต....
0และในนามของ "คมชัดลึก" และคอลัมน์ "คลื่นคนวรรณกรรม" อีกเช่นกัน ที่ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ น้านู หรือ มนู จรรยงค์ ที่ต้องสูญเสีย มนู จรรยงค์ ไปเมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา ด้วยโรคหัวใจล้มเหลว ในวัย 80 ปี...สำหรับน้านูนั้น วิ่งรับส่งต้นฉบับให้พ่อหรือมนัส จรรยงค์ราชา เรื่องสั้นแห่งเมืองไทยตั้งแต่เด็กๆ และใช้ชีวิตเป็นนักเขียนนักข่าว และคอลัมนิสต์มาตลอดชีวิต โดยศพของมนู จรรยงค์ตั้งสวดบำเพ็ญกุศลที่วัดเทพศิรินทร์ และฌาปนกิจ วันจันทร์ที่ 31 มกราคม นี้
0นอกจากสถานการณ์ทางการเมืองจะร้อนแรงมากขึ้นทุกขณะแล้ว...ในวงการนักเขียนและศิลปินก็พลอยร้อนแรงตามไปด้วย โดยล่าสุดได้มี แถลงการณ์ของกลุ่มนักเขียนเชียงใหม่ ที่มีต่อการประชุมสมัชชาเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป (ภาคเหนือ) แล้ว ซึ่งเนื้อหาสาระของแถลงการณ์นั้น ใคร่ขอยกบางตอนบางส่วนมาบอกเล่าเก้าสิบดังนี้
"...สืบเนื่องจากคณะกรรมการเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป จะจัดให้มีการประชุมสมัชชาเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป(ภาคเหนือ)ที่ห้อง แกรนด์บอลรูม โรงแรมเทวราช อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 28-29 มกราคม โดยส่งจดหมายเชิญให้ศิลปินสาขาต่างๆ รวมทั้งนักเขียนและกวีในภาคเหนือเข้าร่วมการประชุมตามวันเวลาที่ระบุแล้ว นั้นต่อการประชุมดังกล่าว กลุ่มนักเขียนและกวีเชียงใหม่ได้จัดการประชุมเมื่อวันที่ 22 มกราคม เพื่อกำหนดท่าทีต่อการประชุมของสมัชชาเครือข่ายศิลปินฯ และมีความเห็นด้วยเสียงส่วนใหญ่ คือที่ประชุมของนักเขียนเชียงใหม่แม้สนับสนุนการปฏิรูป แต่ไม่เชื่อว่าการดำเนินการตามแผนการนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปประเทศไทยที่แท้จริง เป็นแต่เพียงการจัดฉากหรือเป็นการปฏิรูปกำมะลอแบบขอไปที เพื่อสร้างความชอบธรรมและเป็นข้ออ้างในการดำรงไว้ซึ่งอำนาจเก่า ตามเป้าหมายเบื้องต้นที่กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว"
และยังมีอีกว่า...
"การประชุมที่จัดขึ้นเพื่อรับฟังความเห็นของศิลปินสาขาต่างๆ ครั้งนี้ยังไร้ ซึ่งความชัดเจน ตั้งแต่องค์กรผู้จัดการประชุมและหัวข้อการเสวนา ที่ ประชุมนักเขียนเชียงใหม่ไม่เคยมีส่วนร่วมและไม่เคยรับทราบว่า ‘เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป’ และ ‘เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป (ภาคเหนือ)’ เป็นใครและจัดตั้งมาตั้งแต่เมื่อใด อีกทั้งหัวข้อการปาฐกถาและเสวนา เช่น ‘ศิลปินกับกระบวนการคิดสร้างสรรค์เพื่อสังคมไทย’ และหรือ ‘ศิลปะจะมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมได้อย่างไร’ มิใช่ประเด็นที่เหมาะสมกับสถานการณ์การปฏิรูปประเทศไทย ทั้งมิควรเป็นหัวข้อที่จะนำมาแลกเปลี่ยนความเห็นกันเพื่อจะสร้างข้อสรุปไป สู่การปฏิรูปประเทศไทย การจัดหัวข้อเสวนาเช่นนี้ หากมิใช่ความมืดบอดด้วยอวิชชาของผู้จัด ก็คงเป็นด้วยความตั้งใจจะเลี่ยงประเด็นด้วยเจตนาอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งที่ประชุมนักเขียนเชียงใหม่มิอาจยอมรับ ทั้งแคลงใจว่าการเสวนาภายใต้หัวข้อเช่นนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปที่แท้จริงได้หรือ?
การรับฟังความคิดเห็นแบบจัดฉากและการเสวนาแบบเลี่ยงประเด็นย่อมนำไปสู่การ ปฏิรูปแบบกำมะลอ มิอาจก่อให้เกิดมรรคผลใดๆ ทั้งเป็นการพร่าผลาญงบประมาณอันเป็นภาษีของประชาชนอย่างมหาศาล เชื่อว่าการเสวนาเช่นนี้คงมีการจัดขึ้นอย่างกว้างขวางตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ในเร็ววันนี้ ทั้งหมดนั้นเพียงเพื่อประทับความชอบธรรมให้แก่ระบอบเก่าได้สืบทอดอำนาจและผล ประโยชน์ต่อไป"
ส่วนในท้ายสุดของแถลงการณ์ได้สรุปเอาไว้ว่า..
"นักเขียนเชียงใหม่ผู้เข้าร่วมการประชุมมิใช่กลุ่มบุคคลที่สังกัดในฝักฝ่าย ความขัดแย้งหนึ่งใด แต่คือผู้ปรารถนาจะเห็นความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกครั้งใหญ่อุบัติขึ้นในประเทศ ไทย เป็นความเปลี่ยนแปลงเพื่อสิทธิเสรีประชาธิปไตย และเพื่ออำนาจอธิปไตยของประชาชนที่สนองผลประโยชน์ให้แก่ผู้คนทุกหมู่เหล่า กลุ่มนักเขียนเชียงใหม่จึงมิอาจเห็นด้วยกับการปฏิรูปแบบกำมะลอ ทั้งจะไม่เข้าร่วมการประชุมแบบฉัดฉากที่มีขึ้นในจังหวัดน่านในระหว่างวันที่ 28-29 มกราคม
กลุ่มนักเขียนเชียงใหม่ดังปรากฏในรายนามแนบท้ายแถลงการณ์นี้ไม่ประสงค์จะ สร้างความขัดแย้งกับบุคคลหนึ่งใดในกระบวนการปฏิรูปประเทศไทยที่ดำเนินอยู่ รวมทั้งผู้จัดการประชุมสมัชชาเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป (ภาคเหนือ) ทว่าการแสดงออกด้วยแถลงการณ์ฉบับนี้ก็เพื่อ ‘ขัดแย้งเชิงนโยบาย’ ต่อการปฏิรูปแบบกำมะลอเช่นนั้น ทั้งจะไม่แทรกแซงหรือก้าวก่ายสิทธิของผู้ใดที่ปรารถนาจะเข้าร่วมการประชุม ดังกล่าว."
ทั้งหมดนั้นเป็นแถลงการณ์จากที่ประชุมนักเขียนเชียงใหม่เมื่อวันที่ 22 มกราคม ซึ่งเป็นความเห็นต่าง....แต่อย่าแตกแยกก็แล้วกันนะ เพราะเท่าที่เห็นหน้ากันอยู่ทุกวันนี้ก็ล้วนแล้วแต่เพื่อนพ้องน้องพี่กันทั้งนั้นแหละ
0สำหรับรายชื่อ นักเขียนกลุ่มเชียงใหม่ ที่ร่วมลงนามในแถลงการณ์ครั้งนี้ก็มี เช่น คำผกา, เพ็ญ ภัคตะ, มิตร ใจอินทร์, แพรจารุ, ถนอม ไชยวงษ์แก้ว, ชลธี ตระพัง, อัคนี มูลเมฆ, มาลานชา, วิภู ชัยฤทธิ์, อรรคพล สาตุ้ม,อรุณรุ่ง สุตย์สวี, มหรรณพ โฉมเฉลา, รวิวาร, กานต์ ณ กานท์ เป็นต้น
0
ขอแสดงความยินดีกับ วรนัยน์ วาณิชกะ ที่ได้รับรางวัลนักเขียนบทความดีเด่น ปี 2553 จากกองทุน ม.ร.ว.อายุมงคล โสณกุล โดย หม่อมเจ้ากรณิกา จิตรพงศ์ จะเสด็จเป็นประธานในพิธีมองรางวัล ณ วังสวนผักกาด ถ.ศรีอยุธยา กทม. ในบ่ายวันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ นี้
0อยากให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองหนังสืองั้นรึ...ต้องไม่ลืมงานนี้นะ...ขอเชิญชวนชาวกรุงเทพมหานครและผู้รักการอ่านทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่จะพลิกฟื้นกรุงเทพฯ ให้เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่ง “การอ่าน” ทุกมุมเมืองในงาน “การประชุมสมัชชาการอ่าน BANGKOK READ FOR LIFE” ในวันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00-16.00 น. ณ ห้องเพลนารี 1-2 และมีทติ้ง รูม 1-4 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นการประชุมระดมความคิด ครั้งยิ่งใหญ่พบเครือข่ายกว่า 500 องค์กรร่วมมือกันผลักดันให้กรุงเทพมหานคร เป็น “มหานครแห่งการอ่าน” ภายในงานนอกจากพบปะกับนักเขียน นักแปล นักวาดภาพประกอบ ฯลฯ รวมถึง สำนักพิมพ์ทุกประเภท ยังมีการออกร้านจำหน่าย เวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนประเด็นการอ่าน และแนวทางที่จะนำพา กทม.สู่เมืองนักอ่านมากมาย สอบถามได้ที่ กุลยา กาศสกุล (ยิ้ม) 08-9777-0541 ดวงพร เทียนทอง (ส้ม) 08-4599-4588
0อยากเป็นนักเขียนอย่ามัวแต่นั่งฝัน.....สำนักพิมพ์แจ่มใส ชวนคนรักงานเขียนและงานดีไซน์ทุกเพศทุกวัย ร่วมโครงการประกวด Jamsai Award สนามความคิด...สะกิดไอเดียรัก ครั้งที่ 4 ในหัวข้อ “เพราะเธอคือความรัก” เพื่อค้นหานักเขียนนิยายรักและนักออกแบบหน้าใหม่ประดับวงการนักเขียน ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่าทั้งหมดกว่า 200,000 บาท พร้อมโล่รางวัล โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
1. การเขียนนิยายรัก 2.การวาดภาพประกอบหนังสือ 3.การออกแบบที่คั่นหนังสือ สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดได้แล้ววันนี้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน ที่ บริษัท แจ่มใส พับลิชชิ่ง จำกัด 285/33 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 31 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กทม. 10700 (กรณีส่งทางไปรษณีย์ระบุมุมซองว่า ส่งผลงาน Jamsai Award - พร้อมระบุประเภทผลงาน) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม Jamsai Customer Care 0-2840-4800 หรือที่เว็บไซต์ www.jamsai.com
0ขอเชิญชวนชาวกรุงเทพมหานครและผู้รักการอ่านทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่จะพลิกฟื้นกรุงเทพฯ ให้เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่ง “การอ่าน” ทุกมุมเมืองในงาน “การประชุมสมัชชาการอ่าน BANGKOK READ FOR LIFE” ในวันอังคารที่ 1 ก.พ.54 เวลา 9.00-16.00 น. ณ ห้องเพลนารี 1-2 และมีทติ้ง รูม 1-4 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นการประชุมระดมความคิด ครั้งยิ่งใหญ่พบเครือข่ายกว่า 500 องค์กรร่วมมือกันผลักดันให้กรุงเทพมหานคร เป็น “มหานครแห่งการอ่าน” ภายในงานนอกจากพบปะกับนักเขียน นักแปล นักวาดภาพประกอบ ฯลฯ รวมถึง สำนักพิมพ์ทุกประเภท ยังมีการออกร้านจำหน่าย เวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนประเด็นการอ่าน และแนวทางที่จะนำพากทม.สู่เมืองนักอ่านมากมาย สอบถามได้ที่ กุลยา กาศสกุล (ยิ้ม) 089 777 0541 ดวงพร เทียนทอง (ส้ม) 084 599 4588



