ไลฟ์สไตล์

ซอฟต์แวร์สืบเบาะแสโลกร้อน

ซอฟต์แวร์สืบเบาะแสโลกร้อน

30 ม.ค. 2554

รณรงค์ให้ใช้ถุงผ้าลดโลกร้อนกันเย้วๆ ได้ผลแค่ไหนมิอาจทราบได้ รู้แต่เพียงว่าเดินเข้าออกร้านสะดวกซื้อยังเห็นคนหิ้วถุงก๊อบแก๊บกันเป็นเรื่องปกติ พนักงานก็ช่างแสนดี จัดของใส่แยกถุงให้อย่างเอาใจใส่ต่อลูกค้า แต่อาจไม่ทันนึกว่า ยิ่งเพิ่มปริมาณถุงพลาสติกย่อยสลายยา

 ถ้ายังฝึกวินัยถือถุงผ้า หรือหิ้วตะกร้าไปซื้อของไม่ได้ คงต้องเลือกวิธีปฏิบัติที่ไม่ฝืนกับชีวิตประจำวันอย่างเช่น เลือกซื้อสินค้าที่มีฉลากติดหราว่า "ลดโลกร้อน"

 ฉลากติดรับประกันสินค้าลดโลกร้อนไม่ได้เขียนกันขึ้นมาลอยๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นต้องวางระบบตรวจสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างคาร์บอนไดออกไซด์จนเป็นภาระต้นทุนของเจ้าของสินค้า เรียกได้ว่า ผู้ผลิต ปลาร้า ปลาจ่อม แหนมป้าย่น สามารถติดฉลากลดโลกร้อนได้ด้วยตัวเอง

 ด้วยซอฟต์แวร์ของห้องปฏิบัติการประเมินวัฏจักรชีวิต ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ผู้ผลิตสินค้าสามารถนำไปใช้งานกับผลิตภัณฑ์ของตน และปรับปรุงกระบวนการผลิตสินค้าให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ง่ายๆ

 นักวิจัยเอ็มเทคใช้เวลาพัฒนาซอฟต์แวร์ดังกล่าวประมาณ 2 ปี เริ่มตั้งแต่ปลายปี 2551 โดยอ้างอิงข้อมูลจากมาตรฐานสากล ISO 14040 เพื่อให้เจ้าของผลิตภัณฑ์นำไปใช้ประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ว่า ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้างตลอดช่วงอายุใช้งานผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ขั้นตอนการหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่งและการแจกจ่าย การใช้งานผลิตภัณฑ์ การใช้ใหม่หรือนำกลับมาแปรรูป และการจัดการเศษซาก

 ดร.จิตติ มังคละศิริ นักวิจัยบอกว่า ซอฟต์แวร์ดังกล่าวอยู่ในช่วงทดสอบใช้งานฟรี ประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้คือ การรับรู้กระบวนการผลิตของตนเองว่า แต่ละขั้นตอนมีการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือก๊าซเรือนกระจกเท่าไหร่ เพื่อนำตัวเลขดังกล่าวมาวางแผนกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 หลังจากดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ไปลงเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้กรอกข้อมูลตามที่ระบบต้องการ อาทิ วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต การใช้น้ำ ใช้ไฟฟ้า ระบบการขนส่ง และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการผลิต ระบบจะประมวลผลออกมาเป็นตัวเลขของแต่ละขั้นตอนให้ทราบ เพื่อประโยชน์ในการวางแผนบริหารจัดการต่อไป

 “ระบบนี้ทำขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมเกิดความตื่นตัวในการปรับปรุงกระบวนการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น และสร้างโอกาสให้แก่ผลิตภัณฑ์ส่งออกในกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งกำลังจะประกาศใช้ฉลากคาร์บอนเป็นกฎหมายภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสินค้าที่จะส่งไปจำหน่ายที่นั่นโดยตรง” นักวิจัย กล่าว

 อย่างไรก็ตาม ซอฟต์แวร์ดังกล่าวเป็นทางเลือกหนึ่งในการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์อย่างง่าย เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงกระบวนการผลิตเท่านั้น ไม่สามารถนำไปเชื่อมโยงกับเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้ การขอฉลากและการรับรองยังต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อความถูกต้องของข้อมูล ฉลากที่ขอไปใช้กับผลิตภัณฑ์จะมีอายุ 2 ปี หลังการประเมิน และต้องมีการตรวจสอบคณะกรรมการปีละครั้ง

 ผู้สนใจซอฟต์แวร์ดังกล่าวสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลข 0-2564-8000 หรือดูวิธีการประเมินได้ที่ http://thaicarbonlabel.tgo.or.th

กานต์ดา บุญเถื่อน