
อาการหลวงตาบัวทรุดหนักหัวใจเต้นช้า
อาการหลวงตามหาบัว ยังทรง แพทย์หยุดให้ยาปฏิชีวนะ หลังญาติออกมาเรียกร้องกลับไปใช้แพทย์ทางเลือก ขณะที่พุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์ รวมทั้งพระสายวิปัสสนา ยังมาเฝ้าติดตามอาการที่วัดอย่างต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดเกษรศีลคุณ หรือวัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ถึงอาการอาพาธของพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ 29 มกราคม ว่ายังมีพุทธศาสนิกชนหลายพันคน เดินทางมาทำบุญตักบาตรที่วัดและติดตามอาการอาพาธของหลวงตามหาบัวจำนวนมาก นอกจากนี้พระสงฆ์สายวิปัสสนากรรมฐาน หรือพระวัดป่า ทั้งใกล้และไกล ต่างเดินทางมาเฝ้าอาการหลวงตามหาบัวเช่นกัน
ด้านกลุ่มเครือญาติหลวงตามหาบัวได้ทำจดหมายเวียนลงชื่อ 89 คน ถึงคณะสงฆ์ และคณะแพทย์ คัดค้านคณะแพทย์ใช้ยาปฏิชีวนะกับหลวงตามหาบัว หลังจากประชุมกันเมื่อคืนวันที่ 28 มกราคม
โดยใจความในหนังสือระบุว่า “ด้วยลูกหลาน ญาติพี่น้อง ในองค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้ประชุมกันแล้ว มีความเห็นตรงกันเป็นหนึ่งเดียวว่า ขอปฏิเสธการรักษา โดยใช้ยาปฏิชีวนะทุกประเภท ทุกชนิด ทุกขนาด และปฏิเสธการใช้สารโปรตีนแอลบูลมีน ทุกประการ เพราะเห็นชัดเจนแล้วว่า ก่อนใช้ยาปฏิชีวนะ และสารโปรตีนแอลบูลมีน อาการของหลวงตานั้นแจ่มใส แข็งแรง พอสมควร แต่ภายหลังการใช้ยาดังกล่าวอาการองค์หลวงตาขาดการตอบรับ นอนซึม จนเกือบจะมรณภาพ ทั้งนี้การรักษาพยาบาล และดำเนินการใดๆ ต่อองค์หลวงตา ให้เป็นไปตามนิวรณ์ของท่านอาจารย์วันชัย วิจิตโต โดยความเห็นชอบของหลวงปู่ลี กุสลธโร ตามที่คณะสงฆ์ได้ลงความเห็นร่วมกัน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 มกราคม 2554 ณ กุฏิองค์หลวงตา“
นายสมผล ตระกูลรุ่ง ตัวแทนของกลุ่มญาติของหลวงตามหาบัว และนางสมจันทร์ ศิริสุวรรณ ลูกของนางศรีเพ็ญ โลหิตดี น้องสาวของหลวงตามหาบัว ร่วมกันเปิดเผยว่า ญาติๆ ของหลวงตามหาบัวเห็นว่าการรักษาที่ผ่านๆ มา อาการยังไม่ดี โดยญาติๆ ยังมีความมั่นใจว่าการรักษาโดยวิธีการทางธรรมชาติ ซึ่งเคยรักษามาก่อนแล้วน่าจะเป็นประโยชน์ต่อธาตุขันธ์ต่อองค์หลวงตามหาบัว
“ไม่ได้ปฏิเสธว่าคณะแพทย์ ยังมีประโยชน์ แต่ว่าในภาวะอย่างนี้ธาตุขันธ์ขององค์หลวงตารับไม่ได้กับยาปฏิชีวนะ ญาติๆ ขององค์หลวงตาเป็นห่วงมาก หลวงตาเคยสั่งเอาไว้หลายครั้ง และเคยเทศน์เอาไว้ว่าถูกกับยาจีน และท่านเคยหายจากโรคมะเร็งลำไส้เพราะยาจีน แต่การรักษาโดยคณะแพทย์ทางคณะญาติๆ ก็จะอนุโมทนาจริงๆ“ นายสมผล กล่าว
นางสมจันทร์กล่าวว่า ญาติๆ ของหลวงตามีความเห็นว่า อยากให้ทำการรักษาด้วยยาของอาจารย์วันชัย และการที่ญาติๆ หลวงตามหาบัวออกมาแสดงตัวเช่นนี้ ก็ไม่ได้เจตนาที่ลบหลู่การรักษาของคณะแพทย์
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า กลุ่มญาติหลวงตามหาบัวยังแจกจ่ายเอกสารอีก 1 ฉบับ เป็นข้อตกลงแนวทางการรักษาหลวงตามหาบัว วันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา เป็นบทสนทนาของ นพ.พิชาติ ดลเฉลิมยุทธนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี กับคณะศิษย์ ยอมรับว่า ได้หยุดใช้ยาปฏิชีวนะ และโปรตีนแอลบูลมีนแล้ว ให้แต่น้ำเกลือกับสารอาหาร และเครื่องช่วยหายใจแต่ไม่มาก หลังจากให้การรักษา ความดันก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ต่อมาเวลา 15.45 น. พระครูอรรถกิจ นันทคุณ หรือพระอาจารย์นภดล นนทะโน เจ้าอาวาสวัดป่าดอยลับงา จ.กำแพงเพชร และ นพ.พิชาติ แถลงอาการอาพาธหลวงตามหาบัวว่า วันที่ 29 มกราคม หลวงตามีอาการอ่อนเพลีย หอบเหนื่อย มีเสมหะมาก ยังคงใส่เครื่องช่วยหายใจ แรงดันบวก ตรวจร่างกาย สัญญาณชีพ พบมีไข้ 39.8 องศาเซลเซียส ความดันโลหิต 102/48 ชีพจร 123/ครั้ง หายใจ 23/นาที ออกซิเจนในเลือด 99 เปอร์เซ็นต์ พบว่ามีปัสสาวะออกน้อย ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ความดันโลหิตเริ่มลดต่ำลง อยู่ในระหว่าง 80-90/35-45 มิลลิลิตร ชีพจร 105-25 ครั้ง หายใจ 20-25 ครั้ง
ผลเอกซเรย์ปอดพบว่ามีการอักเสบของปอดทั้งสองข้างมากขึ้น สรุปปัญหาขณะนี้ 1.ปอดติดเชื้อ 2.ความดันโลหิตลดต่ำลง 3.หัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นบางครั้ง ส่วนการรักษาเป็นแบบประคับประครอง โดยให้อาหารทางเส้นเลือด ใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก เพื่อช่วยทางเดินหายใจ และดูดเสมหะเมื่อมีเสมหะมาก
พระครูอรรถกิจกล่าวเสริมด้วยว่า จะต้องทำความเข้าใจกับพระสงฆ์และญาติโยม เพราะคำแถลงของแพทย์อาจจะเข้าใจไม่ตรงกัน อย่างเครื่องช่วยหายใจ หมายถึงหน้ากากออกซิเจนธรรมดา ถอดใส่ง่ายๆ สะดวก ไม่ได้มีอะไรใส่เข้าไปในร่างกาย และตอนนี้เปิดกุฏิให้ญาติโยมเข้าไปกราบหลวงตา คนเข้าไปก็จะเห็นตัวเลขของสัญญาณชีพ ของความดัน ซึ่งมันค่อนข้างแกว่ง คนที่อ่านพอเข้าใจก็จะตกใจ แต่ที่รายงานก็เป็นหน้าที่ของแพทย์
พระครูอรรถกิจกล่าวอีกว่า อาการปอด เอกซเรย์พบน่าจะติดเชื้ออักเสบ มีการปรึกษาคณะสงฆ์ ให้สอบถามความเห็นของหลวงตา ทูลกระหม่อมฟ้าหญิงก็มีรับสั่งถามหลวงตาร่วมกับพระ 3 รูป ซึ่งสรุปทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกัน คือหลวงตาอนุญาตให้มีการบำบัดการติดเชื้อ ก็จะมีประเด็นที่จะต้องสื่อออกไปอีก เพราะในทางการแพทย์ หากบำบัดการติดเชื้อจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ก็จะมีคำพูด อาทิประโยค “อนุญาตให้มีการบำบัดการติดเชื้อ” “ใช้ยาปฏิชีวนะยับยั้งการติดเชื้อ” และ ”สร้างภูมิคุ้มกันเพื่อบำบัดการติดเชื้อ“ การรักษาใช้แบบนี้ คือการบำบัดการติดเชื้อ ด้วยการสร้างภูมิคุ้มกัน ก็เหมือนกับวัคซีน
นอกจากนี้มีตัวช่วยเป็นยาขนานหนึ่ง เป็นยาทางเลือก เป็นยาของเอเชียเรา แต่ใช้วิทยาการที่ทันสมัย ยานี้ยังต้องใช้เวลาในการทดลองกับแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ก็มีพระผู้ใหญ่ และอีกหลายคนใช้ยานี้มาแรมปีได้ผลดี คณะพระยอมรับการใช้วีธีนี้ ใช้มาแล้ว 2 วัน เป็นที่น่าพอใจ
“การติดเชื้อในกระแสโลหิต ไม่ใช้เรื่องธรรมดา หลวงตาอายุขณะนี้แล้ว อวัยวะทรุดโทรม ก็แสดงอาการอยู่บ้าง เราก็จะแก้ไปตามอาการ เรามีความหวังอยู่มาก” พระครูอรรถกิจกล่าว
อาการหลวงตามหาบัวทรุดหนักหัวใจเต้นช้า
ล่าสุดอาการอาพาธของหลวงตา โดยทางคณะแพทย์และคณะศิษยานุศิษย์ได้แถลงอาการ เมื่อเวลา 18.00 น. ความว่า อาการอาพาธของหลวงตาขณะนี้เข้าสู่ภาวะวิกฤติ ความดันโลหิตต่ำลง ภาวะออกซิเจนในเลือดลดลง คณะแพทย์และคณะสงฆ์ได้ให้การดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด โดยการวัดความดันจากเครื่องวัดความดันได้ 80/35



