ไลฟ์สไตล์

หมอทั่วประเทศนัดแต่งดำ7ก.พ.ชุมนุมหน้ารพ.ค้านร่างก.ม.คุ้มครอง

หมอทั่วประเทศนัดแต่งดำ7ก.พ.ชุมนุมหน้ารพ.ค้านร่างก.ม.คุ้มครอง

29 ม.ค. 2554

หมอ-บุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศ ดีเดย์ 7 ก.พ. แต่งดำชุมนุมหน้า รพ.คัดค้านร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ใส่เสื้อดำหรือปลอกแขนดำทุกวัน ย้ำจุดยืนเดิมต้องถอนออกจากสภานำมาทำประชาพิจารณ์ทั่วประเทศ ลั่นสภาถกร่าง พ.ร.บ.เมื่อไหร่ แพทย์รพศ./รพท.ทำตามร่างพ.ร.บ.บังคั

 เมื่อวันที่ 28 มกราคม นพ.เพิ่มบุญ จิรยศบุญยศักดิ์ กรรมการสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) เปิดเผยว่า จากการประชุมตัวแทนองค์กรแพทย์โรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.)/โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) และเครือข่ายผู้ให้การรักษาทั่วประเทศในวันที่ 28 มกราคม มีมติให้มีการเคลื่อนไหวคัดค้านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ....ใน 2 ส่วนสำคัญ คือ 1.บุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศพร้อมใจกันแต่งชุดดำหรือสวมปลอกแขนสีดำ พร้อมป้ายผ้าแสดงการคัดค้าน แล้วชุมนุมกันบริเวณที่สำคัญของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง  เช่น หน้าพระบรมรูปพระราชบิดา หน้าเสาธง เป็นต้น พร้อมแถลงคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ และจะมีการแต่งดำหรือสวมปลอกแขนสีดำ เพื่อไว้ทุกข์กับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ทุกวัน จนกว่าจะมีการถอนร่าง พ.ร.บ.หรือหยุดพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร

 2.ทันทีที่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นี้ในสภา แพทย์ผู้ปฏิบัติรพศ./รพท.ทั่วประเทศ พร้อมใจกันตรวจผู้ป่วยนอกตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยจากเดิมตรวจคนไข้รายละ 3 นาที เป็นให้เวลาในการตรวจผู้ป่วยแต่ละท่าน 15 นาที หรือเทียบได้กับตรวจผู้ป่วย 30 คน ต่อแพทย์ 1 คนต่อเวลาราชการ 7 ชั่วโมง เว้นช่วงพักกลางวัน ต่อ 1 ห้องตรวจโรค โดยจะเริ่มจาก 1 ห้องตรวจในแต่ละโรงพยาบาลและขยายเพิ่มจนกว่าจะมีการถอนร่างพ.ร.บ.ออกจากสภา ซึ่งโรงพยาบาลแต่ละแห่งจะมีแบบฟอร์มให้ผู้รับบริการกรอกด้วยว่าชอบมาตรการนี้หรือไม่

 “ทราบดีว่ากระทบประชาชนแน่ จะมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่มาโรงพยาบาลแล้วไม่ได้รับการตรวจในแต่ละวัน เพราะเวลาไม่พอตรวจคนไข้ที่มีจำนวนมาก แต่รัฐบาลบีบให้ต้องทำ ก็ไม่รู้จะทำให้รัฐบาลเข้าใจผลกระทบที่จะเกิดขึ้น หากมีพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ได้อย่างไร จึงจำเป็นต้องทำให้เห็นภาพและประชาชนเข้าใจด้วยตนเอง ซึ่งการทำแบบนี้เป็นสิ่งที่โรงพยาบาลทุกแห่ง  จะต้องทำให้ได้มาตรฐาน ตามที่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้บังคับให้ต้องทำ จึงต้องนำร่องให้ดูก่อน ก่อนจะออกกฎหมายมาใช้แล้วแก้ไขอะไรไม่ได้ ถ้าประชาชนเดือดร้อนก็ต้องร้องที่รัฐบาล แต่แพทย์ทำสิ่งที่ถูกต้องตามมาตรฐานแล้ว เพราะการตรวจคนไข้คนละ 3 นาทีแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไม่ใช่มาตรฐาน เรื่องนี้ไม่ใช่การจับคนไข้เป็นตัวประกัน เพราะถ้าจะทำแบบนั้นต้องหยุดงานประท้วง”นพ.เพิ่มบุญกล่าว

 นพ.เพิ่มบุญกล่าวต่อไปว่า ถ้ารัฐบาลเข้าใจผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และมีสามัญสำนึกโดยปกติว่า การนำร่างกฎหมายใดๆ ที่ยังมีความขัดแย้งรุนแรง ไม่มีสภาพเร่งด่วน จึงยังไม่ควรนำเข้าพิจารณาให้สมกับคำขวัญวันเด็กปีนี้ที่ว่า รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่เยาวชน ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือการทำประชาพิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ฉบับรัฐบาลที่ถูกบรรจุอยู่ในระเบียบวาระการประชุมของสภาให้ถูกต้อง ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยต้องตั้งคณะกรรมการระดับประเทศในการดำเนินการ ซึ่งจะเป็นการยุติความขัดแย้งเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ เนื่องจากผลประชาพิจารณ์จะไม่มีใครโต้แย้งได้อีกไม่ว่าจะเป็นแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์หรือเครือข่ายผู้ป่วย

 นพ.เพิ่มบุญกล่าวด้วยว่า ทราบว่าขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ยกร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ขึ้นมาใหม่อีก 1 ฉบับ โดยเกิดขึ้นจากการนำร่างฉบับสภาทนายความ ฉบับแพทย์และฉบับรัฐบาลมารวมเข้าด้วยกัน จะไม่เกิดผลใดๆ เป็นเพียงการสร้างความสับสนเท่านั้น เนื่องจากไม่สามารถนำร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวมาใช้ในการทำประชาพิจารณ์ได้ เพราะยังไม่ผ่านกระบวนการยกร่างกฎหมายที่ถูกต้องและยังไม่ผ่านสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หากกระทรวงยังดำเนินการต่อไป แสดงว่าไม่มีความจริงใจ

 นพ.สมชัย ภิญโญพรพาณิชย์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า ได้หารือกับสมาพันธ์แล้ว โดยจะปรับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ โดยนำร่างของกระทรวงสาธารณสุข รวมกับร่าง พ.ร.บ.ที่กลุ่มแพทย์เสนอและเพิ่งได้รับการบรรจุเข้าสู่การพิจารณาของสภา ซึ่งจะปรับให้เป็นร่าง พ.ร.บ.เดียวกัน และนำไปสู่การทำประชาพิจารณ์ในข้อตกลงที่ทุกฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน

 "การทำประชาพิจารณ์ทำได้หลายวิธี ทั้งการนำขึ้นสอบถามความเห็นเหมือนที่ผ่านมา หรือการจัดประชุมขอรับฟังความคิดเห็น สำหรับการทำแบบสอบถามเรื่อง 12 ประเด็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ที่นำขึ้นเผยแพร่บนเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุขก่อนหน้านี้ จะมีการปรับเปลี่ยนโดยเป็นไปตามที่ทั้ง 2 ฝ่ายรับได้ โดยจะชี้แจงในรายละเอียดประเด็นที่มีการเปลี่ยนแปลงต่อไป" นพ.สมชัยกล่าว