ไลฟ์สไตล์

กอด ”ไทม์สแควร์” ในคืนข้ามปี

กอด ”ไทม์สแควร์” ในคืนข้ามปี

29 ม.ค. 2554

จะมีสักกี่เมืองในโลก ที่เสรีได้อย่างสุดเหวี่ยง ไม่ว่าคุณอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร อยากใช้ชีวิตแบบไหน หรือฝันของคุณหน้าตาเป็นยังไง ก็ลงมือทำได้อย่างเต็มเหนี่ยว ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึงนิวยอร์ก เมืองที่เป็นสุดยอดมหานคร ที่แม้แต่มหานครลอนดอน มหานครปารีส

  นี่เป็นอีกครั้งที่พาตัวเองบินข้ามทวีปลัดฟ้าไปหาอเมริกา  แถมคราวนี้ไม่ได้แค่ไปเที่ยวธรรมดา  แต่ตั้งใจไปชิมและชมบรรยากาศยามค่ำคืนของการเคาท์ดาวน์ที่ไทม์สแควร์ เรียกว่าดั้นด้นไปกอดไทม์สแควร์ในคืนข้ามปี

 ลำพังไปนิวยอร์กในช่วงอื่น  เรื่องการหาที่พักก็แพงลิ่วชวนเวียนหัวอยู่แล้ว  เพราะที่นี่แพงสมราคามหานครจริงๆ  นี่ไปพักช่วงเทศกาลปีใหม่  เลยต้องเตรียมใจไปเจอกับห้องพักที่อาจจะหายาก เผลอๆราคาอาจจะถูกดึงขึ้นไปเกินเท่าตัว   แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป เพราะเว็บไซต์จองที่พักอย่างอโกดา (www.agoda.co.th) ก็ทำให้การหาที่พักง่ายดายขึ้น เพราะมีห้องพักให้เลือกเยอะมาก แถมรับประกันว่ามีห้องพักราคาถูกที่สุดด้วย และทุกการจองนำไปสะสมแต้มเพื่อเป็นส่วนลดในการจองห้องพักครั้งต่อไปได้ด้วย

 มานิวยอร์กเที่ยวนี้เตรียมเสื้อผ้าอาภรณ์มารับมือกับอากาศหนาวเอาไว้อย่างดี  เป็นอันรู้กันว่าฤดูหนาวของนิวยอร์กอุณหภูมิบางวันดำดิ่งลงไปติดลบ ยิ่งถ้ามีลมหนาวมาช่วยสมทบด้วยล่ะก็ เรียกว่าหนาวเข้าเส้นเชียวล่ะ  แต่ก็ดี  ที่ได้มาสำรวจวินเทอร์แฟชั่นในเมืองหลวงของโลกแฟชั่น ก็ตื่นตาตื่นใจไปอีกแบบ

 แต่ไม่ว่าจะมานิวยอร์กฤดูไหน   ที่นี่ก็ยังเป็นเมืองที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คนและตึกสูงระฟ้าเสมอ  และความใจกว้างของนิวยอร์กที่เปิดโอกาสให้ผู้คนจากทั่วมุมโลกมาใช้ชีวิตที่นี่แหละ ที่กลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของมหานครแห่งนี้  เวลาเดินเหินไปตามท้องถนน  มักจะได้ยินเสียงพูดคุยของผู้คนด้วยภาษาแปลกๆ จากทั่วโลก

 สารภาพอย่างไม่กลัวเสียลุค ว่าตื่นเต้นพอหอมปากหอมคอ  คิดดูเอาเถอะ จะได้ไปอยู่ในมุมที่เป็นสุดยอดการเคาท์ดาวน์ของโลก ในค่ำคืนที่มีผู้คนไปกองรวมกันที่ไทม์สแควร์เยอะที่สุด มันน่าตื่นเต้นมั้ยล่ะ

คงไม่ใช่เราคนเดียวที่ตื่นเต้น  เพราะถึงไฮไลท์จะอยู่ตอนเที่ยงคืน  แต่ตอนบ่ายสามที่เดินออกไปสำรวจบรรยากาศก็ดูเหมือนจะเริ่มคึกคักแล้ว   ผู้คนเริ่มออกมาเดินเหินกับแน่นถนน  เพราะข่าวจากทีวีเขาประกาศว่า รถใต้ดินจะไม่จอดแถวสถานีกลางเมืองตั้งแต่ 6 โมงเย็น ถ้าจะเข้าไทม์สแควร์ก็ต้องเดินเท้าเข้าไป 

 เรื่องการคุมเข้มเรื่องความปลอดภัยก็ต้องบอกว่าเขาเข้มจัดจริงๆ  ทุกคนที่เฉียดเข้าไทม์สแควร์ห้ามแบกเป้หรือกระเป๋าใบใหญ่เข้าไป  เพิ่มกล้องวงจรปิดใจกลางกรุงนิวยอร์กอีก 500 ตัว มีทีมแม่นปืนพร้อมอาวุธครบมือประจำอยู่ตามดาดฟ้าตึก แถมยังมีตำรวจนอกเครื่องแบบที่เดินปะปนกับนักท่องเที่ยวอีกนับไม่ถ้วน  ฟังข่าวจากทีวีแล้วเหมือนกำลังจะเข้าไปอยู่ในฉากของหนังฮอลีวู้ดยังไงไม่ทราบ  ดึงให้น้ำหนักของความตื่นเต้นควบขยับไปข้างหน้า  แต่ถึงยังไง ก็ไม่เห็นมีใครกลัว ถนนทุกสายก็ยังคงมุ่งไปหาถนนหมายเลข 42 อันเป็นที่ตั้งของไทม์สแควร์

 อดีตของไทม์ สแควร์อาจจะไม่งดงามนัก  แถวนี้เคยเป็นแหล่งอโคจร มั่วสุมยาเสพติด และเป็นที่สิงสถิตของบรรดามิจฉาชีพ   แต่วันนี้ไทม์ สแควร์ถูกขัดสีฉวีวรรณใหม่ นี่คือสี่แยกที่โด่งดังที่สุดในนิวยอร์ก และศูนย์รวมแห่งความบันเทิงเริงใจ แหล่งรวมโรงละครบรอด์เวย์กว่า 40 โรง  เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ตลาดหุ้นแนสแดก  ตึกของเอ็มทีวีและเต็มไปด้วยป้ายโฆษณาขนาดใหญ่แขวนระเกะระกะอยู่บนผนังตึก   ว่ากันว่า  นี่คือป้ายโฆษณาที่ค่าเช่าพื้นที่แพงที่สุดในโลก 

 จำได้ว่าเคยมาช่วงเดือนร้อน  พื้นที่ตรงนี้เขาเนรมิตให้เป็นลานอาบแดด  เทศบาลนิวยอร์กเอาเก้าอี้ผ้าใบมาตั้งเรียงรายแน่นลานกว้าง เอาไว้ให้คนนั่งกินลมชมแสงสี  แต่พอเป็นเดือนหนาว คงไม่ดีเท่าไหร่ค่ะที่จะมานอนตากหนาวชมแสงไฟ เก้าอี้ถูกเก็บเรียบ แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยรอยเท้าของนักเดินทาง

 กลางวันไทม์สแควร์อาจจะดูสะลึมสะลือในช่วงที่ถูกอาบไว้ด้วยแสงตะวัน   แต่เมื่อไหร่ที่ดวงตะวันหมดหน้าที่ และถูกแทนที่ด้วยแสงนีออน  ไทม์สแควร์ก็จะเปลี่ยนเป็นคนละคน  เพราะแสงไฟที่อาบไล้ตึกสูงระฟ้าทำให้ดูโฉบเฉี่ยวสวยผิดหูผิดตา ชวนให้แขกเหรื่อของนิวยอร์กตื่นตื่นตาตื่นใจกับแสงสีตระการตา

 ในวันปกติไทม์ สแควร์ก็คึกคักที่สุดในนิวยอร์กอยู่แล้ว   ยิ่งเป็นคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ อย่าให้พูดถึงเลย  ที่เห็นอยู่ตรงหน้า เป็นคลื่นคนที่มารอเคานท์ดาวน์กันชนิดมืดฟ้ามัวดิน   วินาทีแรกในวันแรกของปีที่แสนเหน็บหนาว  ทุกคนก็พากันส่งความสุขตะโกน Happy New Year กันเซ็งแซ่ไทม์สแควร์ไปหมด บางคู่ก็โผเข้ากอดกัน  บางคู่บรรจงประทับริมฝีปากของคนรักอย่างแผ่วเบา  เป็นบรรยากาศสนุกนาน ชื่นบานที่น่าจดจำจริงๆ

 ฉบับหน้ายังพาไปซึมซับบรรยากาศวินเทอร์ อิน นิวยอร์กกันต่อ แล้วจะเชื่อว่าไม่ว่าฤดูไหนๆ เสน่ห์ของมหานครแห่งนี้ยังคงจัดจ้านเสมอ

"กาญจนา หงษ์ทอง"