ไลฟ์สไตล์

จม.ถึงผู้แทน
ถึง รมว.คลัง

จม.ถึงผู้แทน ถึง รมว.คลัง

28 ม.ค. 2554

อยากขอเรียนเชิญให้ คุณกรณ์ จาติกวณิช รมว.การคลัง เข้าไปดูระบบแบบแผนการทำงานของธนาคาร ที่มีการแข่งขันเรื่องดอกเบี้ยเงินฝากสูงมาก

และมีธุรกิจขายประกันชีวิตซึ่งแทบจะกลายเป็นธุรกิจหลักไปแล้ว ถ้าเป็นธนาคารเอกชนใหญ่ๆ พนักงานทุกคนจะถูกบีบบังคับให้ขายประกันให้ได้ตามเป้าหมาย
 ธนาคารรัฐวิสาหกิจก็ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน มุ่งแต่หากำไรเพื่อแข่งขันกับธนาคารเอกชนรายใหญ่ๆ อยากให้ รมว.กรณ์ ช่วยวิเคราะห์บทบาทของธนาคารรัฐวิสาหกิจแห่งนี้ว่า ควรจะมีแนวทางการบริหารงานไปในแนวทางใด จะให้เป็นรัฐวิสาหกิจต่อไป หรือเป็นธนาคารของเอกชนเต็มรูปแบบไปเลย
 ผู้บริหารเสนอนโยบายการขายที่มีเป้าหมายหลัก เช่น ขายประกันชีวิตทุกรูปแบบ ขายบัตรเครดิต NPA กองทุนต่างๆ เป็นต้น แต่เมื่อพนักงานได้รับนโยบายแล้ว ต้องขายให้ได้ทุกคน พนักงานไม่ได้จบการตลาดทุกคน แต่สุดท้ายมีสภาพเหมือนกันคือเป็น "พนักงานขาย" มากกว่าเป็น "พนักงานธนาคาร"
 พนักงานทุกคนกดดันมากจากการขายทุกอย่าง แต่ละปีพนักงานจะได้รับเป้าหมายทุกคน เช่นปีนี้ขายได้ตามเป้าหมาย ปีหน้าต้องขายให้ได้มากกว่าเดิม 3 เท่า ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่มีผลงาน แถมใช้เป็นเกณฑ์วัดในการพิจารณาขึ้นเงินเดือน
 ขอเพียงขยันขายผลิตภัณฑ์ให้ได้มากๆ งานหลักด้านบริการลูกค้าซึ่งเป็นหน้าเป็นตาของธนาคารไม่ต้องสนใจ โอกาสทองมาถึงแล้ว ถ้าลูกค้าออกจากธนาคารไปก็หมดสิทธิ์ เป็นการทำงานเพื่อชิงดีชิงเด่น ก่อให้เกิดความแตกแยก มีเรื่องเงินและผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้พนักงานเห็นแก่ตัว ทำเพื่อเงิน บริการลูกค้าช้าๆ ประจบลูกค้าเพื่อขายผลิตภัณฑ์ให้ได้
 ขอแนะนำแนวทางแก้ไข ด้วยการจ้างเด็กจบใหม่ด้านการตลาด เป็นพนักงานประจำสาขาละ 1 คน ทุกสาขา ในตำแหน่ง "พนักงานขายผลิตภัณฑ์ทุกอย่างของธนาคาร" แล้วยกเลิกตัวแทนประกันในเครือของธนาคารออกไป ให้พนักงานทุกคนช่วยพนักงานใหม่ขายผลิตภัณฑ์ รายได้และคอมมิชชั่นทั้งหมดที่ขายได้ถือเป็นรายได้ของสาขา เพื่อเป็นการลดช่องว่างความขัดแย้ง ต้องทำงานเป็นทีมมากขึ้น ความกดดันก็จะหายไป พนักงานก็จะทำงานด้วยความสบายใจมากขึ้น งานก็จะออกมาดี
 ทำได้ไหม?
ชาวกรุงไทย