ไลฟ์สไตล์

ไฟดูดเกือบตาย

ไฟดูดเกือบตาย

27 ม.ค. 2554

ดิฉันประสบเหตุถูกไฟฟ้าดูดจากเครื่องทำน้ำอุ่น ขณะอาบน้ำในรีสอร์ทแห่งหนึ่งที่เขาใหญ่ เมื่อคืนวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553 เวลาประมาณ 11.00 น.

ดิฉันไม่ได้ล็อกประตูห้องน้ำ เพื่อนต่างชาติพักอยู่ด้วยกันอีก 2 คน ได้ยินเสียงล้มในห้องน้ำ มาเคาะประตูเรียก ระหว่างนั้นดิฉันช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ขยับตัวไม่ได้ พูดไม่ได้ ฟักบัวยังอยู่ในมือขวา สลัดไม่หลุด เพื่อนตัดสินใจผลักประตูห้องน้ำเข้ามา แรงกระแทกจากประตูถูกศีรษะ ทำให้ฟักบัวที่อยู่ในมือกระเด็นหลุดออกไป
 เพื่อนบอกว่า ตอนแรกที่เห็นสภาพของดิฉันนึกว่าคงไม่รอด เหมือนคนตาย ซีดทั้งตัว ไม่มีเลือดเลย จากนั้นเพื่อนก็ลากดิฉันออกจากห้องน้ำ แล้วโทรไปที่เคาน์เตอร์ของรีสอร์ท แต่ไม่มีคนรับสาย เพื่อนดิฉันพูดภาษาไทยไม่ได้ ภาษาอังกฤษแค่พอรู้เรื่อง ดิฉันจึงพยายามโทรหาศูนย์กู้ชีพนเรนทร 1669 ประมาณ 20 นาที รถพยาบาลก็มาถึงพร้อมเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ท เพื่อนำตัวดิฉันส่งโรงพยาบาล
 รีสอร์ทแจ้งว่าไฟฟ้ารั่ว เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร และไม่มีระบบตัดไฟ
 ดิฉันนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพปากช่องรวม 12 คืน รีสอร์ทบอกว่ามีประกันสุขภาพให้แก่ลูกค้า จะรับผิดชอบเรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด และรับปากว่าจะรับผิดชอบค่ารักษาต่อเนื่องหลังจากนั้นด้วย ดิฉันต้องทำกายภาพบำบัดและรักษาด้วยยา มีค่าใช้จ่ายครั้งแรก 4,300 กว่าบาท ครั้งที่ 2 จำนวน  9,700 บาท สามารถเบิกได้
 ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ดิฉันแจ้งผู้จัดการรีสอร์ท ขอเบิกค่ารักษาประมาณ 7,500 บาท เป็นการรักษาต่อเนื่อง ผู้จัดการแจ้งว่า เจ้าของรีสอร์ทไม่อนุมัติเรื่องค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องใดๆ ให้ดิฉันอีก รวมถึงเรื่องการที่ดิฉันได้ขอชดเชยรายได้ที่ดิฉันสูญเสียระหว่างรักษาตัว และค่าทำขวัญที่ทำให้ดิฉันได้รับทุกขเวทนาทั้งทางร่างกายและจิตใจ
 ผู้จัดการรีสอร์ทบอกว่า ถ้าอยากให้รีสอร์ทชดใช้อีก ให้ดิฉันตั้งทนายฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากรีสอร์ท ดิฉันเรียกร้องค่าชดเชยรายได้ ซึ่งดิฉันมีอาชีพเป็นไกด์นำเที่ยว รับแปลภาษา และผู้ประสานงานทางท่องเที่ยว รายได้เดือนละประมาณ 265,000 บาท รวมทั้งค่าสินไหมทำขวัญอีก 1 ล้านบาท โดยคิดจากที่ดิฉันได้รับความทุกข์ทรมานเกือบตาย ซึ่งเรียกร้องตามความรู้สึก และค่ารักษาต่อเนื่องประมาณ 1 ล้านบาท โดยปรึกษาทนาย รวมทั้งปรึกษาแพทย์ผู้รักษาว่าจะต้องรักษาต่อเนื่องประมาณเท่าไหร่ อย่างไร และมีการรักษากับหมอสูติด้วย เนื่องจากประจำเดือนขาดหายไปหลังจากเกิดเหตุ แพทย์ให้กินยาปรับโฮโมน ยาคุม เพื่อให้ประจำเดือนมาปกติ
 ค่าชดเชยที่ดิฉันเรียกร้องไปนั้นน่าจะสมเหตุสมผลแล้วกับสถานการณ์ใกล้ตายที่ดิฉันประสบมา ตอนที่ดิฉันชักอยู่ในห้องน้ำ คิดได้เพียงอย่างเดียวว่าไม่รอดแน่...เป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิต
 ดิฉันอยากให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนอื่นๆ รีสอร์ทไม่มีการบำรุงรักษาอุปกรณ์ ไม่มีการควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ตอนนี้ดิฉันกำลังปรึกษาทนายเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
ไกด์ผู้ประสบเหตุ
ตอบ
 ผู้จัดการรีสอร์ท ชี้แจงว่า รีสอร์ทรับผิดชอบเบื้องต้นตามกรมธรรม์ที่ทำประกันไว้สำหรับลูกค้า ส่วนที่นอกเหนือจากกรมธรรม์ รีสอร์ทดูแลและให้ความห่วงใยลูกค้าโดยตลอดตั้งแต่เกิดเหตุ รวมทั้งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการรักษาอย่างต่อเนื่อง จ่ายให้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่ารถแท็กซี่ในการเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าเพื่อนเดินทางไปเยี่ยมในขณะที่พักรักษาอยู่โรงพยาบาลกรุงเทพปากช่อง ดูแลรักษาอย่างวีไอพี รีสอร์ทรับผิดชอบมาโดยตลอด
 จนกระทั่งมีการเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มอีก 3 กรณี
 1.ค่าเสียเวลาการทำงาน เรียกค่าชดเชยประมาณ 5 แสนบาท
 2.ค่าทำขวัญ ตกใจ 1.5 ล้านบาท
 3.ค่ากลัวจะเป็นหมันอีก 3 ล้าน
 รีสอร์ทเห็นว่าเป็นการเรียกร้องที่เกินจริง ไม่สามารถเจรจาตกลงกับลูกค้าได้ จึงจำเป็นต้องแจ้งให้ลูกค้าดำเนินการตามกฎหมาย ให้ศาลเป็นผู้พิพากษาตัดสินดีกว่า
 ผู้จัดการรีสอร์ทบอกว่า รีสอร์ทมีการติดตั้งสายดินเครื่องทำน้ำอุ่น และตรวจเช็กตามระยะเวลา โดยทำเป็นรายงานไว้ตลอด กรณีนี้เป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ 
ลุงแจ่ม