ไลฟ์สไตล์

มูลนิธิเพื่อทะเลเล็งสำรวจแนวปะการัง

มูลนิธิเพื่อทะเลเล็งสำรวจแนวปะการัง

27 ม.ค. 2554

คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสบความสำเร็จเพาะพันธุ์ปะการังด้วยเทคนิคใหม่ แบบไม่อาศัย ได้ตัวอ่อนปะการัง กว่า 10 สายพันธุ์ พร้อมปลอยลงทะเลเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ ยันอัตรารอดมากกว่า 50%

(27ม.ค.) นายวิทเยนทร์ มุตตามระ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการมูลนิธิเพื่อทะเล กล่าวว่า ในวัน ศุกร์ที่ 28 ม.ค.   2554 เวลา 09.00 น. ที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทางมูลนิธิฯได้จัดเสวนาระดมสมองเพื่อหามาตรการร่วมกันในการบริหารจัดการพื้นที่แนวปะการังอย่างยั่งยืนจากวิกฤติการณ์ปะการังฟอกขาว โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมจำนวนมากอาทิ ตัวแทนจากสมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งประเทศไทย ผู้แทนจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ผู้แทนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเล ผู้แทนกลุ่มครูสอนดำน้ำ โดยการเสวนาจะข้อเสนอแนวทางแก้ปัญหาต่อนายกรัฐมนตรี

 นายวิทเยนทร์ กล่าวว่า นอกจากนี้จัดเสวนาแล้วมูลนิธิเพื่อทะเลยังเตรียมพร้อมหากหน่วยงานภาครัฐต้องการกำลังอาสาสมัครนักดำน้ำระดับอาชีพและนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ลงสำรวจความเสียหายของแนวปะการังเพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดทิศทางมาตรการการบริหารจัดการแนวปะการัง ซึ่งเคยทำมาแล้วในการฟื้นฟูวิกฤตปะการังหลังเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ

จุฬาฯโชว์เทคนิคเพาะพันธุ์ปะการังรอดสูง

รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ทีมวิจัยจากจุฬาลงกรณ์ได้ร่วมกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองทัพเรือ เดินหน้าเพาะขยายพันธุ์ปะการังด้วยการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เพื่อการฟื้นฟูแนวปะการัง มาตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งปัจจุบันได้ประสบความสำเร็จจากการขยายพันธุ์ตัวอ่อนปะการังแล้วกว่า 10 ชนิด ที่มีอัตรารอดสูงถึง 50%

 โครงการวิจัยดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเพื่อค้นหาวิธีการขยายพันธุ์ปะการังแบบใหม่เพื่อทดแทนวิธีการขยายพันธุ์แบบเดิม หรือแบบหักกิ่ง ปักชำ ซึ่งเป็นวิธีการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ ซึ่งมีอัตราการรอดน้อยกว่า 0.01% อีกทั้งมีอัตราการอยู่รอดต่ำเมื่อเกิดการฟอกขาว

 "ขณะที่ทีมวิจัยได้ทดลองเพาะขยายพันธุ์ปะการังด้วยเทคนิคใหม่ โดยการเก็บเซลล์สืบพันธุ์ที่ถูกปล่อยตามธรรมชาติมาทำการปฏิสนธิในโรงเพาะฟักปะการัง บนวัสดุที่เตรียมไว้จนกว่าจะเติบโตเป็นปะการังที่สมบูรณ์ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปี กว่าที่จะปล่อยลงทะเลได้" นักวิจัยกล่าว

 ทั้งนี้ตามธรรมชาติปะการังเป็นสัตว์ที่เจริญเติบโตช้า เพียง 4-10 เซนติเมตรต่อปี ขึ้นอยู่กับแหล่งอาศัยและปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เช่น น้ำและอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป ทำให้การขยายพันธุ์เป็นไปอย่างลำบากและยากต่อการฟื้นฟูเมื่อได้รับผลกระทบอย่างหนัก

 "การฟื้นฟูปะการังโดยปกติมีค่าใช้จ่ายสูง หากปล่อยให้ธรรมชาติฟื้นฟูตัวเองต้องใช้เวลากว่า 30 ปี รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นขณะนี้เกิดกว่าธรรมชาติจะเยียวยาได้ทัน ดังนั้นการเพาะพันธุ์ปะการังจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยได้ระดับหนึ่ง" เธอกล่าวย้ำ และว่า ตัวอ่อนปะการังที่ได้จากการเพาะขยายพันธุ์เมื่อนำไปปล่อยลงทะเลและรอดชีวิต ก็จะเป็นปะการังพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ที่ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศในธรรมชาติต่อไป

 รศ.ดร.สุชนา ได้นำตัวอย่างปะการังอายุ 3 ปี อาทิปะการังดอกกะหล่ำ ปะการังลูกโป่ง ปะการังเขากวาง และปะการังสมอง ที่พร้อมจะปล่อยลงทะเล บริเวณเกาะแสมสาร สัตหีบ จังหวัดชลบุรี มาจัดแสดง พร้อมกล่าวว่า ทีมวิจัยจะยังคงเดินหน้าเพาะพันธุ์ปะการังบนแผ่นกระเบื้องอีกกว่า 2,000 แผ่น เพื่อสร้างปะการังตัวอ่อนที่มีความแข็งแรงคืนสู่ทะเลต่อไปในอนาคต