
รอบรั้วเกษตร (ศุกร์ที่ 28 มกราคม 2554)
***วางแผนรับมือภัยแล้งใต้ตอนบน
เพชรบุรี-นายจรูญ พจน์สุนทร ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 14 กรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนขณะนี้ว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ 2 แห่งมีปริมาณน้ำที่น้อยมาก เนื่องจากฝนที่ตกส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อน โดยขณะนี้เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นแหล่งน้ำต้นทุนของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี มีปริมาณน้ำ 255 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเป็นปริมาณน้ำที่ใช้งานได้เพียง 188 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาและถือว่ามีปริมาณน้ำน้อยที่สุดนับตั้งแต่การก่อสร้างเขื่อนแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการเมื่อปี 2509 ส่วนเขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะนี้มีปริมาณน้ำเพียง 96 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุเก็บกัก 445 ล้านลูกบาศก์เมตร และถือเป็นอีกเขื่อนที่มีปริมาณน้ำน้อยมากที่สุดตั้งแต่สร้างเขื่อนแล้วเสร็จเช่นกัน อย่างไรก็ตามสำหรับน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะน้ำเพื่อทำการประปานั้น กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอจนถึงฤดูฝนปี 2554 นี้ อย่างแน่นอน
***เตรียมจัด "มหกรรมเกษตรอินทรีย์"
กทม.-นายเกรียงศักดิ์ หงษ์โต รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ประธานกรรมการจัดงานมหกรรมเกษตรอินทรีย์ สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดจัดงานมหกรรมเกษตรอินทรีย์ สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 25 ก.พ.-1 มีค. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ทั้งนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ตลอดจนเพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรฯ ที่ได้น้อมนำพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของการใช้สารอินทรีย์ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูเพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาเกษตรอย่างยั่งยืน
***เปิดเส้นทาง R3 รับสินค้าไทย-จีน
กทม.-นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย และกระทรวงควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรค (AQSIQ) สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกันว่าด้วยความร่วมมือด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชตั้งแต่ปี 2547 และต่อมาทั้งสองฝ่ายยังได้เห็นพ้องกันที่จะทำความร่วมมือในด้านการขนส่งสินค้าทางบกเส้นทาง R3 และให้ครอบคลุมสินค้าผลไม้โดยเป็นการทำในลักษณะของพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการตรวจสอบและกักกันโรคสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างประเทศไทยและจีน โดยเส้นทางสาย R3 มีระยะทางประมาณ 1,104 กิโลเมตร เริ่มต้นจากชายแดนไทยที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ผ่านเมืองห้วยทราย บ่อแก้ว หลวงน้ำทาบ่อเต็นของลาว เข้าสู่เมืองโม่หาน จิ่งหง เชียงรุ้ง และไปสู่จุดหมายเมืองคุนหมิงของจีน ซึ่งขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้สำรวจเส้นทาง R3 เพิ่มเติมก่อนการจัดทำและลงนามในพิธีสารเรียบร้อยแล้ว



