ไลฟ์สไตล์

ยักษ์ใหญ่นสพ.จับมือเปิดเว็บข่าวออนไลน์

ยักษ์ใหญ่นสพ.จับมือเปิดเว็บข่าวออนไลน์

26 ม.ค. 2554

นสพ.ยักษ์ใหญ่ของโลกจับมือเปิดตัวเวบข่าวออนไลน์ที่คิดค่าบริการเดือนละ 7 ดอลลาร์

หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของโลกหลายฉบับจับมือกันเปิดตัวเวบไซต์ข่าวที่คิดค่าบริการ โดยมั่นใจว่าจะมีคอข่าวยอมควักเงินเพื่อรับข่าวสารที่รวบรวมจากหลายแหล่งและไม่มีโฆษณาให้รำคาญสายตา

เวบไซต์ ongo.com เปิดตัวเมื่อวานนี้ โดยการผนึกกำลังกันระหว่างบริษัทผู้ผลิตของหนังสือพิมพ์ เดอะ วอชิงตัน โพสต์, เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ และ ยูเอสเอ ทูเดย์ โดยลงทุนกันรายละ 4 ล้านดอลลาร์หรือราว 120 ล้านบาท เวบไซต์จะรวบรวมรายงานข่าว บทบรรณาธิการ สารคดีและอื่นๆจากทั้งสามฉบับ และจากพันธมิตร ได้แก่ เดอะ บอสตัน โกลบ, เดอะ ไมอามี เฮอรัลด์, สเลท และสำนักข่าวเอพี
ของสหรัฐ รวมถึงหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ และการ์เดี้ยนของอังกฤษ

กลยุทธ์ใหม่นี้เกิดขึ้นจากบรรดาหนังสือพิมพ์ในสหรัฐเผชิญกับรายได้โฆษณาและยอดจำหน่ายลดลงต่อเนื่อง จึงต้องการหาแหล่งรายได้ใหม่ๆ และเปิดช่องทางใหม่ให้ผู้อ่านได้ติดตามข่าวสารผ่านทางอินเตอร์เน็ต

ผู้สนใจสมัครสมาชิกเวบไซต์ ongo.com จะต้องเสียค่าบริการเดือนละ 6.99 ดอลลาร์หรือราว 210 บาท สามารถอ่านได้ผ่านคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือ แทบเบล็ต และ ongo.com ได้ประกาศตัวว่าเป็นเวบไซต์ข่าวที่ให้ทางเลือกใหม่แก่ผู้บริโภคในการอ่านและแบ่งปันข่าวสาร
และข้อมูล

อเล็กซ์  กาซิม ซีอีโอ ของ ออนโก อิ้งค์ กล่าวด้วยความมั่นใจว่าจะมีผู้อ่านยอมจ่ายเงินบริการเพื่อประสบการณ์ใหม่ของการอ่านข่าว เหมือนที่ยอมจ่ายค่ากาแฟถ้วยละ 2 ดอลลาร์หรือราว 60 บาทที่ร้านสตาร์บัคส์

ข่าวระบุว่า แม้ผู้อ่านมีทางเลือกในการอ่านข่าวออนไลน์ฟรีได้จากหลายเวบ แต่เวบไซต์ข่าวฟรีมักจะมีแต่หัวข้อข่าวที่จะลิงค์ไปยังข่าวต้นฉบับอีกที แต่เวบไซต์ ออนโก จะมีเนื้อข่าวเด่นๆจากหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับรวมไว้ในเวบไซต์โดยตรง และจะจัดคอลัมน์เหมือนหน้าหนังสือพิมพ์

ขณะนี้ออนโก ดอต คอม เปิดให้ทดลองอ่านฟรีได้หนึ่งเดือนสำหรับคนที่สมัครเป็นสมาชิก ผู้สนใจยังติดตามออนโก ดอต คอม ได้จากเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ด้วย

ก่อนหน้านี้บริษัทนิวส์ คอร์ป.ของเจ้าพ่อสื่อ รูเพิร์ธ เมอร์ด็อก เป็นผู้บุกเบิกให้ผู้ผลิตหนังสือพิมพ์
คิดค่าบริการจากผู้ที่อ่านข่าวผ่านออนไลน์ และเมื่อไม่กี่วันมานี้เพิ่งประกาศเลื่อนการเปิดตัวเดอะ
เดลี่ หนังสือพิมพ์ดิจิตอลบนไอแพด ออกไปจากเดิมกำหนดไว้วันที่ 19 มกราคม