
โรดแม็พกนป.สู่ปฏิรูปการศึกษารอบ2
บ้านอัมพวา รีสร์อท แอนด์ สปา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ที่ห้องประชุมแก้วมุกดา เมื่อวันที่ 22-23 มกราคม 2554 ถูกจัดเป็นห้องประชุมลับ เพื่อระดมความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพื่อบูรณาการข้อเสนอยุทธศาสตร์และนโยบายการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ในประ
เพื่อเสนอคณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.) ที่มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อใช้เป็นแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อสรุปดังนี้
ประเดิมด้วย ครูยุคใหม่/ครูพันธุ์ใหม่ ให้ความสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยจะพัฒนาครูประจำการให้เป็นครูยุคใหม่ ด้วยวิธีการพัฒนาที่หลากหลาย บนพื้นฐานของการปฏิบัติงานจริง (Work-based Professional Development), ผลิตครูพันธุ์ใหม่จากผู้มีจิตวิญญาณครู โดยมีการเร่งรัดสรรหา และคัดกรองคนดี คนเก่ง อยากเป็นครู และพัฒนาทักษะการเป็นวิทยากรกระบวนการ (Facilitator), คืนครูให้แก่ศิษย์ โดยลดภาระงานที่ไม่ใช่งานสอนของครู เพื่อให้ครูได้ทำหน้าที่ครูที่ดีอย่างเต็มที่, พัฒนาศึกษานิเทศก์ยุคใหม่ ครูนิเทศให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องและเฉพาะวิชา เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำและพัฒนาครูในการปฏิบัติงานจริงในสถานศึกษา และครูของครู ครูอาชีวศึกษา ครูทางเลือก ครูวิทย์ ครูคณิต
อันดับสอง "สถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ใหม่" ให้มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการ (เอ็มโอยู) ระหว่างผู้บริหาร ครู เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนอย่างหลากหลาย, สนับสนุนโรงเรียนดีประจำตำบล อำเภอ จังหวัด และพัฒนาคุณภาพด้วยระบบเครือข่าย โรงเรียนคู่พัฒนา ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนประจำตำบล และแหล่งเรียนรู้อื่นๆ โดยมีการทบทวนและหาทางพัฒนา สนับสนุน อปท.
ส่งเสริมแหล่งเรียนรู้สำหรับแรงงาน ทั้งในภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร และแรงงานต่างด้าว, ส่งเสริมเอกชน ชุมชน สถาบันศาสนา สถานประกอบการ องค์กรสังคมอื่น ฯลฯ ให้มีบทบาทและหรือมีส่วนร่วมในการจัดและสนับสนุนการจัดการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม, ส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยมีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกระดับอย่างน้อย 1 จังหวัด ด้วยรูปแบบหลากหลาย รวมถึงเลิร์นนิ่งคลัสเตอร์ (Learning Cluster) พัฒนาศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ (innovative center)
สร้างโอกาสการเข้าถึงมาตรฐานการศึกษาและเทคโนโลยีสารสนเทศ 3Ns ที่เท่าเทียมกันทั้งประเทศ โดยเชื่อมโยงการพัฒนาระบบเครือข่ายใยแก้วนำแสงความเร็วสูง (UNINET) รวมทั้งระบบไร้สายให้เข้าถึงทุกโรงเรียนและชุมชน, ส่งเสริมสถานศึกษารูปแบบใหม่ ได้แก่ โรงเรียนนิติบุคคล โรงเรียนพันธะสัญญา โรงเรียนในกำกับ โรงเรียนวิทยาศาสตร์ โรงเรียนเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ สถานศึกษาทางเลือก
อันดับสาม "กระบวนการเรียนรู้ใหม่" ต้องปรับหลักสูตรและการจัดกระบวนการเรียนการสอนและการประเมินผลในรูปแบบใหม่ โดยเน้นกิจกรรมมากขึ้น (70 : 30), ให้ผู้เรียนมีทักษะวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยดำเนินการให้เป็นวาระแห่งชาติ, ส่งเสริมพัฒนาสุขภาวะในการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน และครอบครัว, ส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาทางเลือก ด้วยความร่วมมือของชุมชนและครอบครัว รวมทั้งเพิ่มโอกาสทุกรูปแบบ ทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ที่เชื่อมโยงกับการศึกษาในระบบ
สร้างความเป็นพลเมือง และมีมาตรการยกย่องคนดีอย่างเป็นรูปธรรม, จัดให้มีระบบคัดกรอง และส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งรวมถึงเด็กที่มีความสามารถพิเศษ, ใช้สื่อมวลชนและการสื่อสารสาธารณะ สื่อท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ใหม่ โดยเฉพาะการสร้างตัวแบบที่ดีแก่เยาวชน, ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนแบบใหม่ โดยใช้การวิจัย โครงงาน และกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และแก้ปัญหาเป็น เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้มากขึ้นและคิดวิเคราะห์
อันดับสี่ "การบริหารจัดการใหม่" ปรับบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นหน่วยอำนวยการ สนับสนุน ส่งเสริม กำกับติดตามประเมินผล ตลอดจนยกเครื่องระบบการบริหารงานบุคคล (ปรับระบบการประเมินวิทยฐานะครูเป็นเชิงประจักษ์) เพื่อให้เกิดการจัดการศึกษาที่หลากหลายอย่างมีคุณภาพ เน้นเรื่องการกระจายอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบ (accountability) และการมีส่วนร่วม รูปแบบการจัดการร่วมกับองค์กรอื่น, ส่งเสริม พัฒนาสถาบันผลิตครูพันธุ์ใหม่ และพัฒนาครูยุคใหม่ให้มีความเข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพ สถาบันคุรุศึกษา สถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานที่มีศักยภาพในระดับภาค, ปรับระบบการจัดสรรงบประมาณ ที่เน้นอุปสงค์หรือผู้เรียน (Demand side) ด้วยมาตรการทุกรูปแบบ/งบประมาณอัตราครูเกษียณบางส่วนมาเสริมการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านอื่นๆ
ส่งเสริมเครือข่ายและความเป็นหุ้นส่วนทางการศึกษาขององค์กร ตลอดจนการจัดกิจกรรมรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ด้านการศึกษา โดยเฉพาะเพื่อแก้ปัญหา เฝ้าระวัง ป้องกัน ส่งเสริม และพัฒนาเด็กและเยาวชน การจัดศูนย์เด็กเล็กในสถานประกอบการ การสร้างงานระหว่างเรียน การจัดการศึกษาสำหรับเด็กในสถานพินิจฯ ส่งเสริมให้สิทธิประโยชน์เชิงภาษีต่อภาคเอกชน
จัดระบบ “คูปองการศึกษา” ให้ครูในการเพิ่มพูนความรู้และทักษะใหม่ๆ/อุดมศึกษา, จัดระบบ “คูปอง” ให้แก่ผู้ด้อยโอกาสได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างมีคุณภาพ, เพิ่มประสิทธิภาพและลดความสูญเปล่าของโรงเรียนขนาดเล็กด้วย มาตรการที่เหมาะสมภายในระยะเวลาที่เหมาะสม (ภายใน พ.ศ.2561) ได้แก่ การควบรวม การปรับปรุงประสิทธิภาพ การสร้างเครือข่าย ตลอดจนสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา, ปรับระบบบริการและและการจัดการระบบอุดมศึกษา
สร้างกลไกความร่วมมือทางสังคมดูแลเด็กในพื้นที่เสี่ยง และการบริหารจัดการที่เอื้อให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันภายในกระทรวงศึกษาธิการกับหน่วยงานอื่นๆ (เร่งรัดให้มีการบูรณาการองค์รวมโดยเร่งด่วนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)
เหนืออื่นใด กรอบงบประมาณปี 2555-2556 ยังจะทุ่มให้แก่การพัฒนาครูยุคใหม่/ครูพันธุ์ใหม่ มากที่สุดในสัดส่วนร้อยละ 35 ขณะที่สถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ใหม่จะจัดสรรงบให้ร้อยละ 35 ส่วนกระบวนการเรียนรู้ใหม่ให้ร้อยละ 20 และการบริหารจัดการใหม่ให้ร้อยละ 10
0 กมลทิพย์ ใบเงิน0 รายงาน



