
งดจ่ายยาข้อเข่าเสื่อม
ผมทราบข่าวเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2554 ว่า โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขขาดทุนทั้งหมด 304 แห่ง และที่ขาดทุนรุนแรงมีทั้งหมด 77 แห่ง
ที่ผมสงสัยคือ ทำไม โรงพยาบาลจุฬาฯ สังกัดสภากาชาดไทย งดยาฉีดเข้าข้อเข่าที่มีราคาแพงมาก เข็มละ 5,000 บาท ยากินชื่อ ไวอาร์ตรีล-เอส และคารทรอด้า ก็ราคาแพง เป็นยาข้อเข่าเสื่อมโดยตรง แต่กระทรวงสั่งงดเด็ดขาด ถ้าแพทย์สั่งจ่าย แพทย์จะต้องรับผิดชอบเอง
โดยเฉพาะกรมบัญชีกลาง ชอบขู่บังคับหมด ทางกระทรวงสาธารณสุขสั่งงดยาแบบนี้ แพทย์ก็อึดอัดใจ ลำบากใจ
ใครก็ตามแต่ ที่มาเป็นรัฐบาล แล้วออกคำสั่งงดจ่ายยาข้อเข่าเสื่อมให้แก่คนไข้ ประชาชนลำบาก ผมในฐานะที่เป็นทหารผ่านศึก รุ่นจงอางศึก และได้บาดเจ็บสาหัสที่ข้อเข่าข้างขวา ผมได้รับผลตอบแทน คือ พ.ส.ร.10 ขั้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นขอให้ผ่อนผันแก่ประชาชนด้วย จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
ทางกรมบัญชีกลางชอบกล่าวอ้างว่า ข้าราชการโกง ถ้าข้าราชการโกงก็เอาเข้าคุกไปซิ และที่ขาดทุน 304 แห่งนั้น ขาดทุน 4,000 ล้านบาท ใครเป็นคนโกง ตอบด้วย
พ.อ.อ.ดำรงค์
ตอบ
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมบัญชีกลาง ชี้แจงว่า สาเหตุที่โรงพยาบาลขาดทุน เป็นเรื่องการดำเนินการของแต่ละโรงพยาบาล ไม่เกี่ยวกับเรื่องการให้ยา หรือฉีดยา ส่วนยาที่ยกเลิกเป็นยาบรรเทาอาการปวดข้อเข่าและยาฉีดข้อเข่าเสื่อม ที่กรมบัญชีกลางไม่สามารถที่สั่งจ่ายได้ จะเป็นกลุ่มยาที่อยู่ในกลุ่มกลูโคซามีน จริงๆ ในทางการแพทย์มีหลายชนิด ยาที่ผู้ร้องมาบอกนั้น ไม่ได้ช่วยให้ลดอาการปวด หรือข้อเข่าเสื่อม เป็นยาบรรเทาอาการ เป็นประเภทเดียวกับอาหารเสริม แต่ช่วยบรรเทาอาการเท่านั้น โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด ส่วนใหญ่จะเกิดกับผู้สูงอายุ หรือคนทำงานหนัก เพราะฉะนั้น โดยหลักการของการรักษาพยาบาล ที่จะให้เบิกชนิดยาที่ใช้ในการรักษาเท่านั้น ต้องไม่เป็นยาในกลุ่มกลูโคซามีน
ขณะนี้ กรมบัญชีกลางกำลังประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้ โดยข้อสรุปของคณะทำงานวิชาการทางการแพทย์ระบุว่า กลูโคซามีนเป็นสารธรรมชาติซึ่งจะพบได้ในร่างกายมนุษย์ มีน้ำตาลกลูโคสเป็นส่วนประกอบหลัก ร่างกายใช้สารนี้ในการสร้างเนื้อเยื่อของกระดูกอ่อน และน้ำในไขข้อ สารตัวนี้ผลิตได้จากเปลือกของสัตว์ทะเล ร่างกายสามารถผลิตกลูโคซามีนได้เองจากกลูโคส มีการศึกษาจากคณะแพทย์เรียบร้อยแล้ว กลุ่มยาบรรเทาอาการที่ใช้กันอยู่ทั่วๆ ไป ถ้าเป็นโรคข้อเสื่อมจริงๆ สามารถสั่งยารักษาได้
อยากได้ตัวยาประเภทนี้ก็ต้องจ่ายเงินเอง ไม่ได้ห้ามหมอสั่ง แต่มาเบิกกับสวัสดิการ แต่ถ้าเป็นยารักษาโรคที่หมอสั่งจ่ายเพื่อการรักษาสามารถเบิกจ่ายได้ และสำหรับบุคลที่มีพฤติกรรมหาผลประโยชน์จากการทุจริตเรื่องของรักษาพยาบาล กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างเฝ้าระวัง
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บอกว่า ผู้ร้องสามารถเปลี่ยนตัวยาได้โดยขอจากแพทย์ที่ให้การรักษา เพราะทางกรมบัญชีกลางยังให้เบิกจ่ายได้ตามปกติ
ลุงแจ่ม



