ไลฟ์สไตล์

ประเวศดันวัฒนธรรมอาเซียนเข้มแข็ง

ประเวศดันวัฒนธรรมอาเซียนเข้มแข็ง

25 ม.ค. 2554

"หมอประเวศ" ชี้ผู้นำอาเซียนผนึกกำลังวัฒนธรรมสร้างเศรษฐกิจ แนะวธ.ชูศูนย์กลางแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอาเซียน ดันงานวัฒนธรรม-ท่องเที่ยวพัฒนาประเทศสมาชิกให้เข้มแข็ง ปลัดวธ. เตรียมหารือ "เลขาธิการอาเซียน" หาแนวทางลดการครอบงำ

เมื่อวันที่ 25 ม.ค. นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ตนได้หารือร่วมกับ ศ.นพ. ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เกี่ยวกับการดำเนินงานทางด้านวัฒนธรรมในการดำเนินงานจัดทำยุทศาสตร์อารยธรรมสุวรรณภูมิ โดยศ.นพ.ประเวศ ได้แสดงความคิดเห็นว่า จุดแข็งของประเทศไทยมีอยู่ใน 3 อารยธรรม ได้แก่ จีน อินเดีย และสุวรรณภูมิ

 ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นจะต้องมีการจัดทำยุทศาสตร์การจัดการวัฒนธรรมของประเทศในเขตดินแดนอารยธรรมสุวรรณภูมิ โดยเห็นว่า จุดเปลี่ยนทางอารยธรรมของไทยมีความเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากแนวคิดของชาติตะวันตกที่ประเทศไทยนำเอาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีทางด้านอุตสาหกรรมนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ ซึ่งมีการใช้ทรัพยากรอย่างไม่จำกัดและต้องมีการแย่งชิงกัน ซึ่งเป็นการสวนทางกับหลักอารยธรรมสุวรรณภูมิ ที่พยามยามที่จะอนุรักษ์ทรัพยากรและวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน

 ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ศ.นพ.ประเวศ ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ประเทศไทยต้องก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนทางอารยธรรมของการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะลดการพึ่งพาทรัพยากรมาสู่การพึ่งตนเองและคำนึงถึงวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์และมนุษย์กับธรรมชาติ

 ทั้งนี้ ภารกิจที่ วธ. ควรจะต้องนำไปขยายผลต่อ ในการจัดสร้างยุทธศาสตร์ดังกล่าว คือ เป็นหน่วยงานหลักในการจัดเวทีหารือร่วมกันระหว่างประเทศอาเซียน นักวิชาการ ผู้นำท้องถิ่น และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันจัดทำยุทธศาสตร์ระดับประเทศ เพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการผลักดันให้มีการปรึกษาหารือกันอย่างต่อเนื่อง ในการสร้างนโยบายร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน และนำไปสู่แนวปฏิบัติในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้แต่ละประเทศเกิดสำนึกร่วมในฐานรากของวัฒนธรรมสุวรรณภูมิ

 นอกจากนี้จำเป็นจะต้องผลักดันให้รัฐบาลของแต่ละประเทศอาเซียนผนึกกำลังในการดำเนินกิจกรรมร่วมกันทางด้านวัฒนธรรมเพื่อ ให้ประเทศอาเซียนมีกำลังต่อรองทางด้านสังคมและวัฒนธรรมนอกเหนือจากด้านการเมือง เศรษฐกิจ รวมทั้งจะต้องสร้างให้ประเทศอาเซียนเกิดการสร้างระบบการท่องเที่ยว และเป็นแหล่งศึกษาองค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมได้อีกด้วย

 “ผมจะนำผลการหารือดังกล่าว นำเสนอต่อนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน ในวันที่ 7 ก.พ. นี้ เพื่อขอให้ช่วยผลักดันการจัดทำยุทธศาสตร์ดังกล่าวแก่ประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อลดการครอบงำวิธีคิดในการพัฒนาประเทศแบบชาติตะวันตก และให้หันกลับมาใช้ภูมิปัญญาของคนสุวรรณภูมิ ที่พึ่งตนเองเป็นหลักในการขับเคลื่อนประเทศ นอกจากนี้จะหารือกับมูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส นักวิชาการอิสระ ในการแปลงแนวยุทธศาสตร์เพื่อให้เกิดการปฏิบัติได้อย่างแท้จริง รวมทั้งจะจัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้ทีส่วนเกี่ยวข้องทุกด้านอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลา 2 เดือน” ปลัด วธ. กล่าว