
หนุนทหารยุคใหม่ ใช้ "เทคโนโลยี" ปราบโจรใต้-โจรค้ายา พัฒนา สัญญาณตัดมือถือ-เครื่องจำใบหน้า-เครื่องแปลภาษา
พิษณุโลก-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกาศใช้ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สนับสนุนหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ปฏิบัติงานอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้และงานปราบยาเสพติดที่ชายแดนไทย-พม่า ด้านภาคเหนือ ที่ยังมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอย่างต
ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยต่อ ทีมงานคุณภาพชีวิตว่า ได้มอบเสื้อเกราะป้องกันกระสุนที่ได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพสูง สามารถป้องกัน “กระสุนปืน” จากอาวุธสงครามเอ็ม 16 ปืนไรเฟล และหัวกระสุนเจาะเกราะได้ จำนวน 47 ตัว ให้แก่กองทัพภาค 3 เพื่อใช้ในภารกิจความมั่นคงและปราบปรามยาเสพติด ที่แพร่ระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะการลำเลียงยาเสพติดที่ขาดแคลนมากในกรุงเทพฯ จึงมีการลักลอบมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้มอบเสื้อเกราะกันกระสุน จำนวน 100 ชุด ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารใช้ป้องกันตัวขณะปฏิบัติในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมอบให้หน่วยงานทหารบก จำนวน 30 ชุด หน่วยงานทหารเรือ จำนวน 40 ชุด และหน่วยงานตำรวจ จำนวน 30 ชุด
งานวิจัยและพัฒนา ที่ ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะนำมาเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงานด้านความมั่นคงเพิ่มเติมจากเสื้อเกราะกันกระสุนแล้ว ยังมีการสนับสนุนเทคโนโลยีด้านเครื่องตัดสัญญาณมือถือที่มีประสิทธิภาพสูง เครื่องหน่วยความจำใบหน้าบุคคล ที่ได้วิจัยและพัฒนาระบบรู้จำใบหน้าบุคคล ในภารกิจปิดล้อม ตรวจค้น จุดตรวจ เป็นต้น รวมถึงโปรแกรมแปลภาษาท้องถิ่น ทั้งภาษามลายูและภาษาชนกลุ่มน้อยในแถบชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน
การพัฒนาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงนี้ จะทำให้การพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติน้อยลง และผลิตภายในประเทศ ลดค่าใช้จ่ายและเป็นการป้องกันรักษาความปลอดภัย แก้ไขปัญหางบประมาณจำนวนมากที่สั่งซื้อจากต่างประเทศ ที่สำคัญลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงได้
ดร.วีระชัยกล่าวว่า พร้อมที่จะสนับสนุนในด้านนโยบายและผลักดันให้เกิดการวิจัยพัฒนาเพื่อให้เกิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มาสนับสนุนงานด้านความมั่นคงของประเทศต่อไป
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และบริษัท พีทีที โพลิเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผลิตเสื้อเกราะกันกระสุนคุณภาพสูงต้นแบบ ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถป้องกันกระสุนปืนระดับเอ็ม 16 และปืนไรเฟิล มีน้ำหนักเบากว่าเสื้อเกราะที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ขณะที่ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าที่ผลิตด้วยวัตถุดิบนำเข้าเกือบเท่าตัว และมีประสิทธิภาพทัดเทียมต่างประเทศ
ซึ่งในเรื่องนี้ ดร.กุลจิรา สุจิโรจน์ หัวหน้าโครงการวิจัยเสื้อเกราะกันกระสุนของเอ็มเทค กล่าวว่า เสื้อเกราะกันกระสุนที่ผลิตขึ้นนี้ เป็นเสื้อเกราะชนิดแข็ง ใช้แผ่นกันกระสุนที่ประกอบด้วยแผ่นกระจายแรงและแผ่นดูดซับแรง แผ่นกระจายแรงทำจากเซรามิกและโลหะ ส่วนแผ่นดูดซับแรงที่พัฒนา โดย รศ.ดร.ทวีชัย อมรศักดิ์ชัย หัวหน้าโครงการวิจัยเสื้อเกราะกันกระสุนของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผลิตจากแผ่นโพลิเมอร์ เอชดีพีอี คอมโพสิตที่มีความแข็งแรงสูง
โดยได้ดำเนินการวิจัยผลิตเส้นใยสมบัติเชิงกลสูงเสริมแรงโพลีเอทิลีน ซึ่งแผ่นเกราะแข็งนี้ มีลักษณะเป็นแผ่นโค้งที่ออกแบบให้รับกับสรีระของคนไทย แผ่นกระจายแรงที่อยู่ด้านนอกจะทำหน้าที่ทำลายหัวกระสุน และด้วยคุณสมบัติของวัสดุเซรามิกที่เบาและแข็ง สามารถทำลายหัวกระสุนที่มีความเร็วสูงให้แตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ได้ ส่วนความแข็งช่วยให้กระจายแรงได้ดี สำหรับแผ่นดูดซับแรงโพลิเมอร์ เอชดีพีอี คอมโพสิตที่อยู่ด้านในทำหน้าที่ลดแรงกระแทกที่เหลือ
งานวิจัยและพัฒนาเสื้อเกราะกันกระสุนนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณการวิจัยและวัตถุดิบเม็ดพลาสติกจาก บริษัท พีทีที โพลีเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (PTTPM) ซึ่งเป็นบริษัทที่ดูแลการจำหน่ายเม็ดพลาสติก InnoPlus HDPE ทั้งหมดของกลุ่ม ปตท.



