
สภาที่ปรึกษาฯจี้แก้ไขกฎหมายคณะสงฆ์
สภาที่ปรึกษาฯจี้แก้ไขกฎหมายคณะสงฆ์ ชี้ ครม. รับทราบหลักการแล้ว สำนักพุทธฯเตรียมตั้งคณะทำงานพิจารณา
(24ม.ค.) นายสมพร เทพสิทธา ประธานคณะทำงานการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2553 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้รับทราบความเห็นของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ ที่ได้เสนอแนวทางเกี่ยวกับเรื่อง พระพุทธศาสนากับภาวะวิกฤติของชาติ ตามที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ เสนอ ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากการประชุมของคณะทำงานการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เมื่อช่วงเดือนส.ค. 2553 ได้มีมติเสนอแนวทาง พระพุทธศาสนากับภาวะวิกฤติของชาติ ต่อครม.
ประกอบด้วยแนวทางต่างๆ อาทิ รัฐบาลควรกำหนดนโยบายการทำนุบำรุงส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้ชัดเจน ควรระบุว่า รัฐบาลจะอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาตามแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 79 รัฐบาลควรให้มีแผนทำนุ บำรุงส่งเสริมพระพุทธศาสนา จัดทำยุทธศาสตร์ ติดตามผล ประเมินผล และที่สำคัญยังเสนอแนวทางในด้านของกฎหมายและโครงสร้างหน่วยงานรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา โดยรัฐบาลควรเร่งรัดในการออกร่างพ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา รัฐบาลควรปรับปรุงพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขพ.ศ.2535 ซึ่งใช้มามากกว่า 40 ปีแล้ว เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
นายสมพร กล่าวต่อไปว่า หลังจากที่ครม.รับทราบแล้ว ตนจะติดตามการดำเนินงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในการดำเนินงานตั้งคณะทำงานในเรื่องนี้ เนื่องจากทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งไปยังพศ.เพื่อให้พศ.หารือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพื่อเสนอมายังครม.ด้วย โดยจากการประชุมดังกล่าวของพศ. ได้ข้อสรุปว่า ข้อเสนอของสภาที่ปรึกษาฯมีประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ควรมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาแล้วสรุปข้อเสนอต่อรัฐบาล ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร ซึ่งตนจะคอยติดตามการทำงานของพศ.ต่อไป เพราะโดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ควรจะมีการปรับปรุงพ.ร.บ.คณะสงฆ์ และปรับโครงสร้างมหาเถรสมาคม(มส.)ใหม่ เพราะปัจจุบันเป็นการรวมอำนาจทุกอย่างอยู่ที่ มส. มาเกินไป จึงควรมีการกระจายอำนาจ แบ่งการทำงานคณะสงฆ์เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ อย่างชัดเจน
“ ร่างฉบับแก้ไขพ.ร.บ.คณะสงฆ์ ได้มีการดำเนินการแล้วในสมัยสมัยรัฐบาลที่มีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และยังผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุม มส.แล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ ซึ่งนานมากแล้ว และเห็นว่าควรที่จะมีการกลับไปพิจารณาร่างพ.ร.บ.คณะสงฆ์ดังกล่าวอีกครั้ง เพราะเชื่อว่าจะมีประโยชน์ต่อคณะสงฆ์ ” นายสมพร กล่าว



