
ผู้สูงวัยแล5.5แสนคนขาดคนดูแลพม.ผุดมาตรการรองรับ-แนะพึ่งตนเอง
ผู้สูงวัยไทยขาดคนเหลียวแล5.5 แสนคน พม.ผุด 3 มาตรการรองรับ ระบุกระตุ้นสังคมตระหนักถึงคุณค่าคนชรา ประธานศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนฯ แนะผู้สูงอายุอย่าคิดแต่พึ่งคนอื่น ต้องรู้จักรับผิดชอบตนเอง ห่วงการกล่าวร้ายผู้ใหญ่ไม่ใช่มีแต่ม็อบ เด็กรุ่นใหม่ก็ดูถูกพ่อแม่
เมื่อวันที่7 เมษายนที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ นางนวลพรรณ ล่ำซำ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวในพิธีเปิดการประชุมสมัชชาผู้สูงอายุระดับชาติปี2552 เรื่องการดูแลผู้สูงอายุ ว่าประชากรไทย 63.4 ล้านคนเป็นประชากรสูงอายุประมาณ7.2 ล้านคนหรือร้อยละ11.3 ของประชากรทั้งประเทศแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่ามีผู้สูงอายุที่ต้องอยู่คนเดียวเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2545 ร้อยละ6.3 ปี2548 ร้อยละ7.1 และปี2550 สูงถึงร้อยละ7.7 หรือคิดเป็นประมาณ5.5 แสนคนซึ่งผู้สูงอายุเหล่านี้ขาดคนดูแล แม้แต่กลุ่มที่อยู่กับครอบครัวก็รับผลกระทบเพราะลูกหลานต้องไปทำงาน และความนิยมแยกครอบครัวออกไปอยู่ตามลำพัง
นางนวลพรรณกล่าวอีกว่าภาครัฐ-เอกชนเร่งศึกษาระบบการดูแลผู้สูงอายุ โดย พม.กำหนด3 แนวทางรองรับคือ1.สร้างความตระหนักเรื่องสุขภาพกายใจเศรษฐกิจ และการดูแลตนเอง ต้องเตรียมตัวก่อนชรา 2.เตรียมสังคมให้พร้อมที่จะดูแลผู้สูงอายุอาศัยภาคีเครือข่ายตั้งแต่ระดับชุมชน ถึง ระดับชาติ 3.ส่งเสริมผู้สูงอายุให้มีส่วนร่วมเช่น โครงการคลังปัญญาผู้สูงอายุและโครงการอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
ด้านนายประยงค์รณรงค์ ประธานศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน ต.ไม้เรียงจ.นครศรีธรรมราชปาฐกถาพิเศษเรื่อง เตรียมความพร้อมรับสังคมผู้สูงวัย ว่าต้องปรับวิธีการบริหารจัดการเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 500 บาทต่อเดือนใหม่เน้นให้ผู้สูงอายุรู้จักรับผิดชอบต่อตนเอง ที่สำคัญทำความเข้าใจถึงระดับเยาวชน เพราะกรณีที่มีการพาดพิงผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่ใช่เกิดเฉพาะในม็อบ แต่คนที่มีการศึกษาสูงๆ ก็ทำอะไรแปลกๆ จนมีการพูดกันว่าคนรุ่นใหม่จบจากสถาบันการศึกษา แต่ทำไมสอนลูกให้ดูถูกพ่อแม่ ดูถูกชุมชน ขณะเดียวกันคนรุ่นเก่าก็ดูถูกคนรุ่นใหม่ มองว่าจบออกมาได้ปริญญา แต่เอาตัวไม่รอด ยังต้องขอเงินพ่อแม่ใช้ ดังนั้น ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเพื่อการพัฒนาต้องอาศัยหลัก วิชาการ เทคโนโลยี ร่วมกับประสบการณ์และภูมิปัญญา จะอาศัยด้านใดเพียงด้านหนึ่งไม่ได้



