
มนต์เสน่ห์ของฤดูหนาว
โลกของเรามีความเป็นอนิจจะลักษณะ หรือความผันผวนปรวนแปรแห่งฤดูกาล ให้เป็นที่ปรากฏอยู่เนืองนิตย์ จากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน จากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว และหลังจากฤดูหนาวก็จะเป็นฤดูร้อนอีกนั่นแหละ ทุกฤดูกาลต่างมีความสุขและความทุกข์ คลุกเคล้าสลับสับเปลี่ยนกันเสมอมา แ
ปราชญ์ท่านหนึ่งสอนว่า “ฤดูแล้ง สร้างวงปีให้กับต้นไม้ ความทุกข์สร้างบารมีให้กับชีวิต” และในช่วงฤดูหนาวก็เป็นฤดูแล้งพร้อมไปด้วยโดยปริยาย นับเป็นช่วงแห่งการหยุดพักยาวของสัตว์บางชนิด เพื่อความเจริญเติบโตยิ่งขึ้นต่อไปตามปกติ
ในพระวินัยของภิกษุมีอยู่ข้อหนึ่งใน ๒๒๗ ข้อคือ “ภิกษุจุดไฟเพื่อจะผิง เป็นอาบัติปาจิตตีย์ จุดเพื่อเหตุอื่นไม่เป็นอาบัติ” นั่นแปลว่า พระพุทธเจ้าต้องการให้พระสงฆ์มีความแข็งแกร่งแห่งฤดูกาล มิใช่ว่าจะประคบประหงมตนเองอยู่กับไออุ่นข้างกองไฟอยู่นั่นแล้ว เพราะนั่นเป็นลักษณะของคนเกียจคร้าน โดยที่มีคำตรัสของพระพุทธเจ้าเป็นที่ชัดเจนว่า “ธรรมใดวินัยใดเป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน ธรรมนั้นวินัยนั้นมิใช่ของเราตถาคต ธรรมใดวินัยใดเป็นไปเพื่อความขยัน ธรรมนั้นวินัยนั้น เป็นของเราตถาคต”
ข้าพเจ้าเป็นนักบวชผู้ถือพระวินัยไม่จุดไฟผิง แต่มักจะนั่งสนทนาธรรมรอบกองไฟที่อุบาสกจุดไว้กลางลานดินอยู่เสมอ ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา มีกิจกรรมสวดมนต์และฟังธรรมข้ามปี โดยจัดเป็นรูปแบบ “ธรรมะรอบกองไฟ” ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ช่วยให้เกิดบรรยากาศแห่งความสงบอบอุ่นมิใช่น้อยเลย และหลังจากนั้นจนถึงวันนี้ กิจกรรมธรรมะรอบกองไฟก็ดำเนินต่อเนื่องเป็นอาจิณวัตร
ฤดูหนาว เป็นฤดูกาลแห่ง “อัตตา หิ อัตตะโน นาโถ” ไม่ควรเรียกร้องให้มีการบริจาคผ้าห่มกันอย่างพร่ำเพรื่อทุกปีไป เพราะการพึ่งตนเองเพื่อหาทางออกในการแก้หนาว และการทำให้ร่างกายมีความอบอุ่นขึ้นนั้น มีได้หลายวิธี การทำงานก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ว่ากันว่า เมื่อหนาวให้อาบน้ำเย็นแล้วร่างกายจะอบอุ่นมากขึ้น เป็นการแก้ปัญหาแบบหนามยอกเอาหนามบ่ง สอดคล้องกับคำตรัสของพระพุทธเจ้าที่ว่า “การตั้งตนอยู่บนความลำบาก กุศลธรรมเจริญยิ่งขึ้น การตั้งตนอยู่บนความสบาย อกุศลธรรมเจริญยิ่งขึ้น”
ขอเสริมเสน่ห์ให้กับฤดูหนาวด้วยบทกวีที่ประพันธ์ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ในฤดูหนาวเมื่อหลายปีมาแล้วว่า “หนาวสั่นสั่นหนาวร้าวรันทด กำหนดตื่นฟื้นจากคืนหนาว สู้ทนทนสู้ฤดูร้าว ยืนยาวอิทธิบาทมิขาดแรง / ความทุกข์สอนสู้ให้รู้ทุกข์ ตื่นลุกปลุกสู้ให้รู้แจ้ง สัจธรรมมีค่าราคาแพง กล้าแกร่งทนสู้สิรู้ซึ้ง / ทนอดอดทนมิบ่นเบื่อ เอาเนื้อแลกหนาวสักคราวหนึ่ง หนาวฟ้าหนาวลมมิล้มตึง หนาวจึงสร้างจิตมหิทธา / ร่างกายถูกประสาทจากธาตุสี่ เกิดเป็นชีวีอันมีค่า เพราะรู้สร้างบารมีแห่งชีวา ไขว่คว้าสิ่งทิพย์คือนิพพาน”
ท่านจันทร์ www.prajan.com



