ไลฟ์สไตล์

แขกรับเชิญ-เข็มทิศจิตใต้สำนึก

แขกรับเชิญ-เข็มทิศจิตใต้สำนึก

24 ม.ค. 2554

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเรื่องบางเรื่อง คนบางแบบถึงเข้ามาในชีวิตคุณ ทำไมปัญหาบางอย่างจึงปรากฏขึ้นในชีวิต สิ่งที่ดูเหมือนปัญหา ที่จริงแล้วคือความปรารถนาดี ที่จะให้คุณพัฒนาความเข้าใจบางอย่าง เพื่อพาชีวิตไปสู่ความสุข ความรัก ความสำเร็จ ในระดับที่ดียิ่งขึ้น ปัญหา

คนแต่ละคนมีสิ่งที่ดีที่สุดอยู่ในตัวเอง เกิดมาเพื่อพัฒนาสิ่งดีๆ ในตัวเองนี้ ดึงมันออกมาใช้ทำประโยชน์ให้โลก ทำประโยชน์ให้ตัวเอง มีชีวิตอย่างมีคุณค่ามีความหมาย แล้วโลก ก็ตอบแทนเป็นความสุข ความรัก ความสำเร็จ ความรู้สึกพึงพอใจในชีวิต ที่เรารู้สึกอยากตื่นขึ้นมาแต่เช้าทุกวัน มีพลัง จดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำ

 ผู้หญิงอายุกว่า 50 ปีคนหนึ่ง สงสัยว่าทำไมเธอจึงได้รับผลตอบแทนน้อย ทั้งๆ ที่เป็นคนมีความสามารถ แต่คนมักปฏิบัติกับเธอแบบเป็น ภาระ มากกว่าเป็น คนที่มีค่า วันที่เธอ มาเข้าหลักสูตรเข็มทิศจิตใต้สำนึก ขณะที่เข้าสู่ภาวะผ่อนคลาย ที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่าคลื่นสมองช้าลง จนถึงระดับธีตา เธอจำความรู้สึกขณะที่เป็นเด็กทารกได้ เธอรู้สึกว่าขณะนั้น แม่ไม่ต้องการให้เธออยู่ในท้อง เธอเป็นภาระ เธอรู้สึกไม่เป็นที่ต้องการ เธอได้เห็นเหตุผลเลยว่าทำไมตลอดทั้งชีวิต ความรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการถึงอยู่กับเธอเสมอ จนทำให้เธอมีแฟนตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุ 17 ปี เพื่อจะได้มีใครสักคนรักเธอกอดเธอ เลือกแฟนที่ดูทึ่มที่สุด แต่มั่นคง เพื่อเขาจะได้ยอมทน อยู่กับเธอไม่ทิ้งเธอไป ทั้งที่เธอเป็นคนสวย ใจดี แต่คนอื่นๆ มักจะปฏิบัติกับเธอไม่ดีเสมอ

 เธอเก็บความอยากรู้อันนี้ไว้ไม่ไหว ว่าทำไมแม่ไม่ต้องการเธอ วันนี้แม่อายุกว่า 70 ปี แต่เธอต้องรู้ให้ได้ ปรากฏว่า ความจริงคือ ตอนที่แม่ตั้งครรภ์ พ่อไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นเพียงแค่ครั้งเดียว แต่ติดเชื้อซิฟิลิสมา ทำให้แม่เป็นห่วงมากกลัวว่าเธอจะพิการ แม่เลยเฝ้าแต่คิดขณะตั้งครรภ์ว่าลูกไม่น่ามาตอนนี้เลย มันอันตรายมาก แม่ไม่รู้เลยว่า ความรู้สึกไม่อยากให้เธอมาอยู่ในท้อง ได้ผ่านทุกอณูความรู้สึกของแม่ ไปบันทึกไว้ในจิตใต้สำนึกส่วนที่ลึกที่สุดของเธอเรียบร้อยแล้ว

 เวลาที่เราเป็นเด็ก สมองบางส่วนยังพัฒนาไม่เต็มที่ เราไม่เข้าใจว่านี่คือนานหรือแค่ชั่วขณะเดียว ทันตแพทย์หญิงอีกคนที่อยู่ในห้องเรียนเดียวกัน จำได้ตั้งแต่ตัวเองยังเป็นทารกแบเบาะ อายุ 7เดือน ร้องไห้ในเปลแล้วไม่มีคนมาอุ้ม สมองที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ไม่เข้าใจเรื่องเวลา คิดว่าเวลาครึ่งชั่วโมงที่ร้องแล้วไม่มีใครอุ้ม คือตลอดกาล คิดว่าตัวเองไม่มีใครรัก ทั้งๆ ที่นั่นไม่ใช่ความจริงเลย แต่ในสมองของคน อะไรคือจริง อะไรคือไม่จริง

 ผู้ชายคนหนึ่ง ตอนเด็กๆ พ่อไปมีเมียน้อย ทิ้งลูกไว้กับแม่ไม่ไปเยี่ยมไม่ไปดูแล วันหนึ่งลูกได้ข่าวว่าพ่อไปเที่ยวเมืองนอก เด็กน้อยอุตส่าห์นั่งรถเมล์ไปรอรับพ่อที่สนามบินดอนเมือง พอไปถึงก็ยืนเกาะลูกกรงรอด้วยใจจดจ่อ

 ทันทีที่พ่อลงเครื่องมาเห็นลูกมารอโดยไม่ได้นัดหมาย พ่อตกใจมาก ด้วยความประหลาดใจ พ่ออุทานว่า มาทำไมล่ะแก อยากได้ของฝากล่ะสิ ตอนที่พ่อพูดอย่างนั้น ลูกช็อก ภาษาทางจิตใต้สำนึกเรียกว่าเกิด brain pattern interruption หรือสมองช็อก ส่วนที่ปกป้องความเชื่อ critical factor เปิดออก วินาที ที่ใครบางคนทำให้เราสะดุ้งตกใจ จนส่วนที่ปกป้องเราไม่ได้ระวังตัว สิ่งที่เขาพูดต่อจากนั้น ไหลตรงเข้าสู่ จุดบรรจุความเชื่อของเราทันที่ เหมือนเวลาที่เราคิดว่าคนจะชม เรารอรับคำชม แต่พอกลายเป็นโดนว่า เราจะเสียใจมากกว่าปกติ เจ็บปวดมากกว่าปกติ

 วินาทีที่ลูกกำลังตกใจ พ่อพูดต่อว่า อยากได้ของฝากล่ะสิ คนอย่างแกน่ะ ไม่คู่ควรกับการได้อะไรดีๆ หรอก

 ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้อายุ 50 กว่าปีแล้ว ผู้ชายคนนี้ สร้างความสำเร็จมาถึงจุดหนึ่งทีไร เขาทำพังลงทุกที จนมาค้นพบ ความเชื่อที่ตัวเองไม่เคยรู้ แล้วเพิ่งได้เห็นว่า มีบางสิ่งบางอย่างในตัวเขาทำพังโดยไม่รู้ว่าทำไม

 ในหลักสูตร เข็มทิศจิตใต้สำนึก เขาถูกพากลับไปในเหตุการณ์นั้นอีกครั้งแบบผู้ใหญ่ ที่มีความรู้ความเข้าใจ มีประสบการณ์ มีความกล้าหาญแบบผู้ใหญ่กลับไปด้วย เขาเจ็บปวด กลัว ไม่กล้า ไม่อยากกลับไปที่จุดนั้นอีก

 แต่ก็ต้องไปเพื่อสะสางให้ความเชื่อนี้หยุดส่งผลในชีวิตของเขาเสียที

 ด้วยสายตาที่กลับไปแบบผู้ใหญ่ เขากลับเห็นว่าตอนนั้นพ่อเหงื่อแตกเต็มตัว แววตารู้สึกผิด ละอายใจ หน้าเสีย เขาเพิ่งเห็น เพิ่งเข้าใจว่า ที่จริงแล้ว พ่อแค่รู้สึกผิด ที่ไม่ได้ซื้อของมาฝากเขา รู้สึกผิดที่ทิ้งเมียกับลูกไปมีความสุข ไม่ได้กลับไปดูแล จนลูกต้องมาตาม

 พ่อแค่รู้สึกผิด และไม่ได้มีอะไรผิดพลาดในตัวเขา เขาปกติ ไม่ได้บกพร่องจนพ่อไม่รัก เขาปกติดี คู่ควรกับสิ่งดีๆ พ่อแค่พูดเพราะพ่อไม่รู้จะรับผิดชอบกับความรู้สึกของเขากับแม่ได้อย่างไร เหมือนที่เวลาเขากลับบ้านดึกแล้ว สงสารเมีย เขาก็จะพาลหาเรื่องว่าบ้านรก อาหารไม่อร่อย ทั้งหมดที่พูดไป ก็เพราะรู้สึกผิดต่อเมียเท่านั้นเอง ไม่ใช่เป็นเพราะความบกพร่องของเมียแต่อย่างใด ซาบซึ้งในความดีความอดทนของเธอเสียด้วยซ้ำ

 ตั้งแต่ผู้ชายคนนี้สลัดความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับตัวเองออกไป คุณลองนึกภาพดูว่าชีวิตที่ไม่ได้แบกขยะเป็นคันรถ จะมีความสุข มีพลังขนาดไหน

 ผลลัพธ์ในชีวิต เป็นสิ่งที่มาเตือน ให้เราสนใจดูแล พัฒนาสิ่งดีๆ ยอดเยี่ยมในตัวที่เรามี เราแต่ละคนเกิดมาเพื่อทำสิ่งดีงามที่ยิ่งใหญ่ ถ้าเมื่อไรที่เราเก็บความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโลกเกี่ยวกับตัวเองไว้ หรือไปอยู่กับองค์กรผิดๆ คนผิดๆ ชีวิตจะส่งความยากเข้ามา เพื่อท้าทายให้เราลุกขึ้นมาดู มาเปลี่ยน หยุดดำเนินชีวิต ที่ขับเคลื่อนแบบอัตโนมัติ ตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าสิ่งที่เราเชื่อ คนที่เราเชื่อ สิ่งที่เราฝากชีวิตไว้ จะพาเราไปถึงเป้าหมายที่เราต้องการจริงหรือ และมากไปกว่านั้น เป้าหมายที่เราวิ่งเข้าหา ใช่สิ่งที่ชีวิตของเราต้องการหรือเปล่า

 เราทุกคนมีสิ่งดีงามที่สุดอยู่ในตัว ความท้าทายต่างๆ มาเพื่อเจียระไนสิ่งที่ดีที่สุดในตัวคุณให้เปิดเผยออกมา

ฐิตินาถ ณ พัทลุง เฟซบุ๊ก/เข็มทิศชีวิต ฐิตินาถ
บล็อค <http://kemtid.blogspot.com/>
www.compassNLP.com