ไลฟ์สไตล์

เลียบชายแดนศึกษาสวนป่าเศรษฐกิจปลูกต้นไม้ลดโลกร้อนที่"เกริงกระเวีย"

เลียบชายแดนศึกษาสวนป่าเศรษฐกิจปลูกต้นไม้ลดโลกร้อนที่"เกริงกระเวีย"

23 ม.ค. 2554

ท่ามกลางขุนเขาที่โอบล้อมด้วยผืนป่าธรรมชาติมีอากาศเย็นสบายเกือบตลอดทั้งปี ภายในสวนป่าเกริงกระเวีย หน่วยงานในสังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอยู่ห่างตัว อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ประมาณ 15 กิโลเมตรที่วันนี้ไ

  "ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้หลบความวุ่นวายในเมืองหลวง ลัดเลาะสู่ผืนป่าใหญ่ริมชายแดนทางด้านทิศตะวันตก ของสวนป่าเกริงกระเวีย ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 16,302 ไร่ในท้องที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ได้รับมอบสวนป่าที่ปลูกตามเงื่อนไขสัมปทานของบริษัท กาญจนบุรีทำไม้ จำกัด เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2533 โดยมีพื้นที่รับมอบแปลงปลูกปี 2521 ถึง 2531 รวมเนื้อที่ 17,698.12 ไร่

 โดยพื้นที่ในส่วนนี้ได้ส่งมอบคืนให้แก่กรมป่าไม้ เนื่องจากอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ 1,396 ไร่ แต่ปัจจุบันคงเหลือพื้นที่ในความรับผิดชอบ 16,302.12 ไร่ โดยมีชนิดไม้ที่ปลูกทั้งสิ้น 3 ชนิดประกอบด้วย สัก กระถินยักษ์และซ้อ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นไม้สัก ปัจจุบันมีเนื้อที่ที่เป็นพื้นที่ป่าเศรษฐกิจที่ดำเนินการปลูกสร้างสวนป่าแล้วทั้งสิ้น 6,622.19 ไร่

  สวนป่าแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 158 กิโลเมตรไปตามทางหลวงหมายเลข 323 กาญจนบุรี-ทองผาภูมิ จากนั้นเลี้ยวขวาตรงสามแยกไฟแดง ก่อนถึง อ.ทองผาภูมิประมาณ 500 เมตรไปตามเส้นทางทองผาภูมิ-สังขละบุรีอีก 15 กิโลเมตร ริมถนนด้านซ้ายจะเห็นป้ายขนาดใหญ่เขียนว่า "สวนป่าเกริงกระเวีย" ศูนย์ศึกษาธรรมชาติครบวงจร

 "สวัสดีครับทุกท่าน ยินดีต้อนรับสู่สวนป่าเกริงกระเวีย" เสด็จ ฮุยอวน หัวหน้าสวนป่าเกริงกระเวีย พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพวกเรา ก่อนแนะนำความเป็นมาของสวนป่าแห่งนี้ พร้อมภารกิจของหน่วยที่ดำเนินการจากอดีตจนถึงปัจจุบัน 

 เสด็จบอกว่าสวนป่าเกริงกระเวียแห่งนี้ ปัจจุบันสำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 276/26 หมู่ 4 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี บนเนื้อที่ 150 ไร่ นอกจากมีภารกิจหลักในการดำเนินการบริหารจัดการสวนป่าในเชิงพาณิชย์บนเนื้อที่กว่า 17,698.12 ไร่ แล้วยังใช้เป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติสวนป่าเกริงกระเวียเพื่อให้ผู้สนใจทั่วไปเข้ามาศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติอย่างครบวงจร พร้อมทั้งยังให้บริการบ้านพักรับรองแก่บุคคลทั่วไปอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้เกิดความคิดในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพัฒนาสวนป่าให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยั่งยืนสืบไป

 "ที่สวนมีกิจกรรมต่างๆ ไว้รองรับนักท่องเที่ยวและผู้สนใจที่อยากจะศึกษาธรรมชาติ อย่างเช่นกิจกรรมการเดินป่าระยะทางประมาณ 3-5 กิโลเพื่อศึกษาพันธุ์ไม้ป่าหลากหลายชนิด กิจกรรมการดูนกสำหรับพวกที่สนใจดูนก ที่นี่เรามีนกทั้งในพื้นที่และต่างถิ่นกว่า 150 ชนิด การศึกษากล้วยไม้ป่าหายาก ขานาง รองเท้านารีสายพันธุ์ต่างๆ ที่นี่มีให้ดูเยอะมาก"

 หัวหน้าสวนป่าเกริงกระเวียเปิดเผยข้อมูลระหว่างพาเยี่ยมชมตามจุดต่างๆ พร้อมทั้งระบุว่า สวนป่าแห่งนี้ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2535 ตามผลการดำเนินงานขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ได้กำหนดให้เร่งสร้างรายได้จากสวนป่าเพื่อให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้และมีเป้าหมายให้เป็นศูนย์กำไรแก่ อ.อ.ป.ในอนาคต โดยกำหนดพัฒนาสวนป่าของ อ.อ.ป.ที่มีศักยภาพด้านท่องเที่ยวสูงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน

 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนองนโยบายของ อ.อ.ป. สวนป่าเกริงกระเวียเป็นสวนป่าที่มีลักษณะพื้นที่และภูมิประเทศที่สวยงาม มีศักยภาพที่สามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนที่ถาวร ประกอบกับพื้นที่บริเวณใกล้เคียงมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามหลายแห่ง เช่น น้ำตกไดช่องถ่อง น้ำตกคลีตี้ น้ำตกเกริงกระเวีย ด่านเจดีย์สามองค์ น้ำพุร้อนหินดาด เขื่อนวชิราลงกรณ์ (เขื่อนเขาแหลม) จึงเหมาะสมอย่างมากที่จะพัฒนาสวนป่าแห่งนี้ให้เป็นสถานที่ให้บริการท่องเที่ยวต่อไป

  "นอกจากกิจกรรมในสวนป่าที่ให้บริการแล้ว เรายังมีเครือข่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีการเชื่อมโยงกัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมล่องแพไม้ไผ่ ตามลำแม่น้ำแควน้อย นั่งช้างทัวร์ป่าศึกษาธรรมชาติ พรรณไม้ สัตว์ป่าและนกประจำถิ่น ศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของปูราชินี (ปูสามสี) และศึกษาความหลากหลายทางมวลชีวภาพของป่าพรุ ในพื้นที่สวนป่าทองผาภูมิ ศึกษาศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชาวมอญและกะเหรี่ยง" หัวหน้าสวนป่าเกริงกระเวียกล่าว 

 เขายอมรับว่าในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวชมและศึกษาธรรมชาติในสวนป่าแห่งนี้ปีละไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน มีทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศก็มาเข้าค่ายศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติจำนวนไม่น้อยในแต่ละปี ซึ่งภายในสวนป่าก็จะมีที่พักให้บริการทั้งบ้านพักและเต็นท์ให้บริการด้วย

 ด้าน ไพศาล เชิดชูชาติ นักท่องเที่ยวจาก จ.ปทุมธานี บอกว่าเพิ่งมาเที่ยวที่สวนป่าเกริงกระเวียเป็นครั้งแรกก็รู้สึกประทับใจในความเป็นธรรมชาติผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีอากาศที่หนาวเย็นไม่แพ้ทางภาคเหนือ นอกจากนี้ทางสวนป่าจะจัดกิจกรรมไว้ให้สำหรับนักเที่ยวที่สนใจอย่างหลากหลาย ทั้งการเดินป่าศึกษาพันธุ์ไม้หายาก ดูนก ส่องสัตว์ในเวลากลางคืน ที่สำคัญระยะทางก็ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ใช้เวลาเดินทางเพียง 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น

 "เพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก รู้สึกชอบมาก บรรยากาศไม่แพ้ทางภาคเหนือ ที่สำคัญทางสวนป่ามีกิจกรรมให้ทำหลายอย่างแล้วแต่จะเลือก อย่างผมและครอบครัวก็ร่วมกิจกรรมปลูกป่าเพื่อจะช่วยกันลดภาวะโลกร้อนด้วย" นักท่องเที่ยวคนเดิมกล่าวอย่างภูมิใจ

 สวนป่าเกริงกระเวีย สังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของรัฐ นอกจากดำเนินกิจกรรมปลูกป่าเชิงพาณิชย์ ยังเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติสำหรับผู้สนใจอีกด้วย

สุรัตน์ อัตตะ