
การออกแบบสร้างชาติพัฒนาชาติด้วยการออกแบบ และความคิดสร้างสรรค์
จากคำกล่าวของศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ที่ว่า ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น ที่พวกเราเหล่าชาวศิลปากรและผู้ที่มีความรักในศิลปะมีความเข้าใจ และเห็นความสำคัญของศิลปะเป็นที่สุด ชีวิตบนโลกนี้ไม่ได้อยู่ยาวนานถ้าเทียบกับ มรดกทางศิลปะ การก่อเกิดความเป็นชาติและประเทศที่เ
“ทุน” ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย แต่ไม่ใช่การนำทุนมาเป็นตัวกำหนดทุกสิ่งได้ “ปัญญา” ต่างหากคือจุดเริ่มต้นก่อนทุน และผู้สำเร็จในทศวรรษหน้าจะเป็นผู้ที่นำปัญญานำทุน ธุรกิจและบุคคลที่มีจิตสาธารณะจะเป็นผู้นำแห่งทุนยุคใหม่ ทุนที่ไม่สูญหาย ทุนที่มีแต่เพิ่มไม่มีลด คือทุนทางปัญญานั่นเอง
การดำรงชีวิตอยู่บนโลกมิใช่เป็นการอยู่เพื่อกิน เพื่อนอน และความสุขสบายแต่มนุษย์ได้รับการออกแบบให้มีความคิด มีจิตใจ มีจิตวิญญาณ มีความรัก มีความเชื่อ ซึ่งแตกต่างจากสัตว์ มนุษย์จึงไม่ใช่ “สัตว์ประเสริฐ” เพราะแตกต่างจากสัตว์โดยสิ้นเชิง และไม่ควรลดตัวลงไปเปรียบตามลักษณะการออกแบบมนุษย์ขึ้นมาเฉพาะของพระเจ้า
ถ้าจะถามว่าใครเป็นนักออกแบบคนแรกของโลก คำตอบของผมไม่ใช่อยู่ที่ผู้มีชื่อเสียงในการออกแบบของโลกในอดีต แต่ พระเจ้าต่างหากที่เป็นผู้ออกแบบแรกของจักรวาล เราผู้ออกแบบเป็นเพียงแค่ผู้ถ่ายทอดแบบที่พระเจ้าออกแบบไว้ และ “การออกแบบ” คือการกำเนิดของทุกสรรพสิ่งในโลก การออกแบบคือ นิสัยของมนุษย์ที่มักจะคิดอะไรใหม่ๆ ให้กับโลกอยู่เสมอ และมีนวัตกรรมเพื่อโลกตลอดมา
ถ้าคุณเหลียวซ้ายแลขวา มองหน้ามองหลังดูดีๆ ทุกสิ่งจะไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ ทั้งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและสิ่งที่เกิดจากมนุษย์สร้างมา ซึ่งล้วนแล้วมีแผนการทั้งสิ้น ฉะนั้นถ้าเรารู้จักนำปัญญามาสร้างสรรค์ นำการออกแบบมาเป็นจุดดำเนินการใช้ชีวิต เราจะค้นพบความสำเร็จได้โดยง่ายนั่นเอง
ไล่เรียงเสียยาวเลยครับ แท้ที่จริงแล้วกำลังจะโยงใยสู่ “การออกแบบ” ที่มีความสำคัญต่อผมและคุณต่อทุกคนในโลกนี้และต่อธุรกิจเราด้วย
วันนี้จึงอยากจะนำเสนอไอเดียสำหรับผู้อ่านในการนำไปประยุกต์ใช้ต่อธุรกิจที่กำลังจะดำเนินไปในปีนี้ ก่อนอื่นจะขอวิเคราะห์เศรษฐกิจในแวดวงที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนธุรกิจร้านค้าเอสเอ็มอีที่มีโอกาสในปีนี้กันก่อน จากสัญญาณบอกเหตุและปัจจัยหลายอย่างอันเป็นผลต่อเศรษฐกิจไทยที่น่าจะจับตามอง ดังนี้
1.การขยายเวลาของฤดูหนาวในประเทศแถบยุโรป รัสเซีย จีน และประเทศทางตอนเหนือของโลก อันเกิดจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก พฤติกรรมมนุษย์ในโลกจึงเปลี่ยนไป จะมีการย้ายถิ่นฐานเข้าสู่ประเทศที่อุ่นขึ้น และมีผลต่อการท่องเที่ยวในเอเชีย
2.เศรษฐกิจอเมริกากำลังจะดีขึ้น เศรษฐกิจอันขยายตัวมากเข้าไปอีก มีผลต่อการขยายตัวต่อเศรษฐกิจโลก จะมีความต้องการทางเชื้อเพลิง น้ำมัน และพลังงานมากขึ้น ทำให้ทุกอย่างราคาแพงขึ้นในไม่ช้า ความต้องการภาคเกษตรจะขยายตัวอย่างรุนแรง ทำให้ราคาพืชผลที่จำเป็นมีราคาสูงขึ้น เกษตรกรอาจลืมตาอ้าปากได้ เช่น ยางพารา, ข้าว, มันสำปะหลัง, ข้าวโพด, ปาล์มน้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชที่มีผลต่อพลังงานทดแทน และพืชที่มีผลต่ออาหารการกินของคนในโลก
3.ปัจจัยภายในที่เกื้อหนุน ตั้งแต่การเมืองที่ลดความร้อนระอุลง ถึงแรงก็ไม่สาหัสกว่าปีที่แล้ว เพราะเสียแข้งเสีย?ขากันไปเยอะ พรรคการเมืองอาจมีการแยกพรรค แยกอุดมการณ์ อาจจะกลายเป็นสี่ขั้วการเมืองก็เป็นได้ โครงสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่จะเกิดขึ้นและกำลังแล้วเสร็จ เช่น รถไฟฟ้า ท่อระบายน้ำยักษ์ของ กทม. การสร้างแหล่งน้ำในต่างจังหวัด และเพราะคนไทยโดยรวมเป็นคนดี มีเมตตา ยิ้มง่าย ใสซื่อบริสุทธิ์ นี่เป็นจุดขายที่หลายชาติเลียนแบบไม่ได้ รากฐานการปกครองของไทยโดยเฉพาะ “ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” คือ ความแข็งแกร่งของปัจจัยภายใน ที่สำคัญอยู่เมืองไทยประหยัดมาก ถ้าเปรียบกับประเทศอื่นและต้องยอบรับว่าเมืองไทย “อยู่ง่าย” ที่สุด
4.จุดยุทธศาสตร์และภูมิศาสตร์ เมืองไทยอยู่ในชัยภูมิที่ “น่าเจริญ” มากๆ ภัยธรรมชาติเจอบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ไทยสูญเสียความมั่นคงเลย จากการเป็นศูนย์กลางตั้งแต่อดีตระหว่างประเทศยักษ์ใหญ่ 2 ประเทศ คือ จีนและอินเดีย เราจึงเป็นประเทศที่กลมกล่อมทางศิลปะ ถ้ารัฐบาลฉลาดเอาความเชื่อมโยงเหล่านี้ให้เป็นศูนย์กลางทางภูมิภาค จะสามารถสร้างโอกาสดีๆ ให้แก่คนไทยมากมายเลยทีเดียว
จากการวิเคราะห์จุดดีเหล่านั้นจึงสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยเราน่าอิจฉาที่สุดในภูมิภาค คนไทยที่ยังด่าคนไทยด้วยกันเอง อาจจะต้องอายขายหน้าใครก็ตามที่พยายามมีจุดเริ่มต้นแห่งความรักมากกว่าเป็นประเด็นขัดแย้งก็อาจจะต้องม้วนเสื่อกลับ
เราจึงสามารถวิเคราะห์ได้ว่าการออกแบบเป็นตัวแปรต่อยุคใหม่ทางเศรษฐกิจอย่างแน่นอน โดยแนวทางเสนอแนะ มีดังนี้
1) การออกแบบผังเมือง บริบทในการพัฒนาชาติให้ยั่งยืน สะท้อนวิสัยทัศน์ในการบริหารภาพรวมชาติ โดยจะต้องวางแผนสร้างชาติสร้างแผ่นดินด้วยการวางผังเมือง 100 ปี มีการลำดับและขั้นตอนการสร้างอย่างเป็นระบบ มีการระดมสมองครั้งยิ่งใหญ่จากคนทุกกลุ่ม บูรณาการกันอย่างเป็นเอกภาพ
2) การออกแบบโครงสร้างสาธารณะ อย่างแยบยลและงดงาม เช่น วางแผนการมีรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศ และเชื่อม 4 ทิศ 4 ภูมิภาคในอาเซียน เหนือสู่จีน ตะวันออกเวียดนาม ตะวันตกอินเดีย ใต้สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ศูนย์กลางคือประเทศไทย ขอท้าทายให้รัฐบาลทำอย่างเร่งด่วน
3) การสนับสนุนให้ประชาชนออกแบบ และคิดผลงานต้นแบบ ปกป้องคนที่คิดลิขสิทธิ์ สนับสนุนให้ประชาชนคิดเองไม่ลอกเลียนแบบ รู้จักสร้างสรรค์ธุรกิจต้นน้ำไม่ใช่ปลายน้ำ ปลายทาง สนับสนุนงานวิจัยสร้างสรรค์ระดับชาติและส่งเสริมให้งานวิจัยเหล่านั้นนำมาใช้จริงในชีวิตประจำวันและระบบธุรกิจ
4) สนับสนุนรากหญ้าธุรกิจรายย่อยให้มีโอกาส ผลักดันการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีภูมิทางปัญญาไม่ทำซ้ำไปซ้ำมา หรือคิดเหมือนกันไปหมด สนับสนุนการเงินให้เขาสามารถไปลงทุนซื้อเครื่องจักรขนาดเล็กๆ ได้ ขจัดข้อกฎหมายที่ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ ไม่ควรให้ระบบราชการแบบเดิมๆ มาเป็นภาระต่อชาติอีกต่อไป
5) แก้ไขระบบราชการให้ทันสมัยกว่าเอกชน ตรงนี้เหมือนฝัน แต่น่าจะเป็นเป้าหมาย ลดความไม่โปร่งใส ไม่มีสีดำและไม่มีแม้กระทั่งสีเทาอ่อนๆ ด้วย ลดการคอรัปชั่น (โดยด่วน)
6) สนับสนุนระบบการศึกษาไทย และฟื้นฟูการศึกษาอย่างเร่งด่วน สร้างแรงจูงใจให้ครูแม่พิมพ์ของชาติ ให้คนเก่งที่สุดกลับมาเป็นครูผู้ถ่ายทอดความรู้ต่อศิษย์ เพิ่มรายได้ให้ครูโดยด่วนครับ สร้างฐานกำลังทางความคิด และการศึกษา การสร้างชาติควรสร้างที่ “คน” ก่อนเป็นอันดับแรกครับ
เห็นมั้ยล่ะครับว่า “การออกแบบ” ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงาม แต่การออกแบบรุกคืบสู่ทุกคนในการดำรงชีวิต การออกแบบสามารถประยุกต์และบูรณาการสู่ศาสตร์สื่อมากมาย ต้นปีจึงเป็นช่วงที่ทุกคนควรจะสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ตนเองด้วยการหาข้อมูลความรู้ และเตรียมความพร้อมในการหาโอกาสความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
จึงขอเชิญชวนให้ผู้อ่านทุกท่านเข้าร่วมการบรรยายกึ่งเวิร์กช็อปใน 2 โครงการ ดังนี้
- ในงานสัมมนา “ค้นหาโอกาสธุรกิจด้วยดีไซน์” เอสเอ็มอี ณ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ 2554
- และในระหว่างวันที่ 7-8 พฤษภาคม 2554 ในงานสัมมนา หัวข้อ “พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส” ตอน “สร้างสรรค์ธุรกิจโรงแรม และรีสอร์ทแนวใหม่แห่งอนาคต” ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี
ท่านสามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดได้ที่ โทร.0-2984-0091-2 หรือ 08-6331-7433 แล้วพบกันนะครับ
อ. เอกพงษ์ ตรีตรง
www.ideal1group.com



