
เริงเรย์สไตล์บูทิคที่บางสิบหมื่น(1)
สวัสดีครับแฟนๆ ชาวคนรักบ้าน ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณบรรดาแฟนๆ ทั่วประเทศที่ได้ให้ความสนใจ บ้านมวลชนไม่บาน ในชุด เรือนขวัญจิตต์ ที่ผมตั้งใจจะเผยแพร่ในปี กระต่ายทอง นี้ครับ ผมเชื่อว่าไม่แน่นะครับอาจจะเป็นอีก หนึ่งทางเลือก (อันเป็นทางรอด) ของ ชาวบ
นอกจากนั้น ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับบรรดาผู้จัดการธนาคารและสถาบันการเงินหลายต่อหลายแห่ง ก็ยินดีให้การสนับสนุนโดยการให้เงินกู้ระยะยาวแก่บรรดาผู้มีรายได้น้อย (โดยสามารถผ่อนสบายๆ เพียงแค่ 1,800++ บาทต่อเดือนเท่านั้นครับ) จะเห็นได้ว่าหากทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจกัน การที่ชาวคนรักบ้านจะมีบ้านที่ “พอเพียง งามง่าย เป็นทั้งที่รักและที่พัก” สักหลังนับแต่นี้ไปก็ไม่ใช่เรื่องยากหรือไกลเกินเอื้อมครับ
ยิ่งถ้าทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้การสนับสนุนอย่างจริงจังและจริงใจ ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนจะสามารถมีบ้านได้อย่างแน่นอน และเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมมั่นใจว่าที่ผมคิดผมฝันเอาไว้ไม่ใช่เป็นเรื่องไกลเกินตัวเลยครับ เพราะตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาผมได้นำร่องโดยมีการทดลองสร้างจริงขึ้นมาหลายหลังในหลายพื้นที่ อีกทั้งผมยังได้มีการติดต่อประสานงานกับสถาบันการเงินถึงความเป็นไปได้ที่จะสนับสนุนให้บรรดา “ชาวคนรักบ้าน” สามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้ เป็นผลให้ปัจจัยต่างๆ ก็ดูจะมีความพร้อมมากขึ้นทุกที เฝ้าเพียงแต่รอเวลาเหมาะสมที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปทั่วประเทศเท่านั้นครับ
เป็นเรื่องที่น่าชื่นใจครับ ที่แฟนๆ ชาวคนรักบ้านในหลายต่อหลายจังหวัดได้ติดต่อกันเข้ามาขอเป็น “ศูนย์เผยแพร่ความรู้” เกี่ยวกับแนวคิดในการออกแบบและกรรมวิธีในการก่อสร้าง “บ้านมวลชนไม่บาน” ในชุด “เรือนขวัญจิตต์” ก็คงต้องร่วมด้วยช่วยกันคนละไม้คนละมือครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่คนไทยไม่ “รู้รักสามัคคี” อีกทั้งยังตกอยู่ในช่วง “เศรษฐกิจตกสะเก็ด” เป็นผลให้ “ข้าวยากหมากน้ำมันแพง” (โดยเฉพาะน้ำตาลและน้ำมันพืช ที่ใช้ปรุงอาหารนอกจากจะแพงมากแล้วยังหาซื้อได้ยากอีก) จึงขอวิงวอนผู้มีอำนาจวาสนาใน คณะรัฐบาล ต้องไม่นิ่งนอนใจ และต้องถือว่าเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่จะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้สังคมชาวคนรักบ้านทั่วประเทศ “อยู่ดี มีสุข” ถึงพร้อมด้วย “ปัจจัยสี่” ที่หลายประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศ “สแกนดิเนเวียน” มักเรียกแนวคิดนี้ว่า “รัฐสวัสดิการ” เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ที่หน่วยงานของรัฐต้องกำกับดูแลประชาชนไม่ว่าจะยากดีมีจนเพียงใด “ปัจจัยสี่” ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตต้องถึงพร้อมครับ
ในสัปดาห์นี้เพื่อต้อนรับปี “กระต่ายทอง” ที่ข้าวของต่างพากันขึ้นราคาทำให้ชาวประชาเดือดร้อนกันไปทั่วทุกหย่อมหญ้า (ขึ้นกันไปไม่เว้นแม้กระทั่ง “ดอกเบี้ย”) ในช่วงเศรษฐกิจที่กำลังตกสะเก็ดในต้น “ปีเถาะ” นี้พอพูดถึง “บ้านไม่บาน” ของ “คนเมือง” ก็คงหนีไม่พ้น “อพาร์ตเมนต์ไม่บาน” เพราะในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้ “คนเมือง” ส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่มีกำลังพอที่จะซื้อบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ หรือแม้กระทั่งคอนโดมิเนียม จึงจำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่ใน “อพาร์ตเมนต์” ซึ่งการใช้ชีวิตอยู่ใน “อพาร์ตเมนต์” นั้นไม่ว่าท่านจะชอบหรือไม่ก็ตาม ก็ได้กลายเป็นมาตรฐานสากลของการดำรงชีวิตในเมืองใหญ่ไปทั่วโลก เพราะเมื่ออยู่ “อพาร์ตเมนต์” ไปสักพักหนึ่ง พอเก็บหอมรอมริบได้ระยะหนึ่งจึงค่อยขยับขยายเปลี่ยนสถานภาพจากผู้เช่า “อพาร์ตเมนต์” เป็นผู้เช่าซื้อ “คอนโดมิเนียม” หรือ “บ้านแฝด”, “โฮมออฟฟิศ” หรือ “บ้านเดี่ยว” ตามลำดับ
สำหรับ “อพาร์ตเมนต์ไม่บาน” ที่ผมจะนำเสนอในสัปดาห์นี้จัดได้ว่าเป็นประเภท “บูทีค” ครับ ซึ่งผมเชื่อว่ากระแสนี้จะเป็น “กระแสหลัก” ที่มาแรงในปี “เถาะ” และคาดว่าจะมาแรงไปอีกหลายปีครับ คำว่า “บูทีค” (Boutique) ถ้าแปลแบบครอบจักรวาลก็คงหมายถึง “ความงามอันเป็นปัจเจกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว” ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น พอขึ้นชื่อว่าเป็นสไตล์ “บูทีค” จึงมีความหลากหลายมากครับขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของอาคารนั้นๆ ต้องการนำเสนอ “เอกลักษณ์เฉพาะตัว” ในรูปแบบใดแก่ผู้ที่เข้ามาพัก นอกจากนั้น จะต้องสร้างความประทับใจและก่อให้เกิดเป็นประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ที่เข้ามาพักไปพร้อมกัน
ในสัปดาห์นี้ผมจะพาไปชื่นชมความงามของ “อพาร์ตเมนต์ไม่บาน”ประเภท “บูทีค” ที่มีชื่อโครงการกิ๊บเก๋สุดเท่ว่า “เริงเรย์” เพราะมีทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้ชายทะเล “บางสิบหมื่น” หรือ “บางแสน” โดยตามสภาพความเป็นจริงแล้ว โครงการ “เริงเรย์” แบ่งเป็น 2 โซนครับ บริเวณด้านหน้าจะเป็น “โฮมออฟฟิศ” ประเภท “บูทีค” ที่มีขนาดความสูง 4 ชั้นครึ่ง จำนวน 8 ยูนิต ด้านหลังเป็น “อพาร์ตเมนต์ไม่บาน” ประเภท “บูทีค” ที่มีขนาดความสูง 5 ชั้น (มีวิวทิวทัศน์งดงาม สามารถเห็นทะเลและภูเขาได้อย่างชัดเจน) มีจำนวนห้องพักกำลังพอดี 50 ห้อง ที่ไม่มากหรือน้อยเกินไป สาเหตุที่อาคารประเภทที่เป็น “บูทีค” ที่มีความงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมักจะไม่มีขนาดใหญ่เกินไป ก็เพราะจะทำให้ขาดเอกลักษณ์ทั้งในด้านการตกแต่ง การให้บริการ ตลอดจนเอกลักษณ์ในด้านรูปลักษณ์ของอาคารที่สร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็นและเข้ามาใช้บริการ ซึ่งโดยปกติเจ้าของจะเป็นผู้บริหารกิจการเองครับ
โครงการ “เริงเรย์” เป็นการออกแบบภายใต้กรอบความคิดแบบ “บูทีค” เป็นผลงานที่ผมชื่นชมชื่นชอบอีกชิ้นหนึ่งของคณะทำงาน “อพาร์ตเมนต์ไม่บาน” ที่ได้ฝากฝีไม้ลายมือไว้ให้แก่ “บางสิบหมื่น” หรือ “บางแสน” นอกจากเป็นอาคารทันสมัยถูกใจ “ขาโจ๋” ที่นิยมชมชอบการออกแบบในสไตล์ “บูทีค” แล้ว ยังเป็นอาคารที่ “งามง่าย พอเพียง เป็นทั้งที่รักและที่พัก” อีกด้วย นอกจากนั้น ยังมีงบประมาณในการก่อสร้างที่ “พอเหมาะ พอดี พอควร” ไม่มากจนเกินไปหรือไม่น้อยจนเกินไป (มูลค่าก่อสร้างรวมตกแต่งเบ็ดเสร็จอยู่ในงบประมาณ 17-18 ล้านบาท) ด้วยเม็ดเงินลงทุนที่ไม่มากนักทำให้เจ้าของอาคารที่ “งามง่าย พอเพียง” ในสไตล์ “บูทีค” หลังนี้สามารถดำเนินธุรกิจธุรกรรมให้อยู่รอดปลอดภัยได้อย่างสบายๆ คลายกังวล ไม่ว่าสถานการณ์ เศรษฐกิจสังคมและการเมืองในอนาคตจะมีความผันผวนสักเพียงใดครับ
สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้คงมีเพียงแค่นี้ครับ ส่วนแฟนๆ “ชาวคนรักบ้าน” ที่สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมในการลงทุน “อพาร์ตเมนต์ไม่บาน” ในรูปแบบ “บูทีค” หรือรูปแบบต่าง หรือสนใจ “บ้านมวลชนไม่บาน” ในชุด “เรือนขวัญจิตต์” ก็สามารถเขียนจดหมายติดต่อมาได้ที่ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ วังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร หน้าพระลาน 10200 หรือ โทร.0-2245-1399 และ 0-2644-1478 นอกจากนั้นท่านใดที่ต้องการดูข้อมูลย้อนหลังหรือดาวน์โหลดแบบบ้าน+อพาร์ตเมนต์+โรงแรม+รีสอร์ทไม่บานในหลากหลายรูปแบบ ก็สามารถเข้ามาดาวน์โหลดแบบได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่เว็บไซต์ยอดฮิตของ “ชาวคนรักบ้าน” www.homeloverthai.com แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ



