ไลฟ์สไตล์

สั่งเร่งชงแก้สัญญามือถือเข้าครม. นายกฯย้ำเป็นธรรมกับทุกค่าย-ไม่เลือกปฏิบัติ

สั่งเร่งชงแก้สัญญามือถือเข้าครม. นายกฯย้ำเป็นธรรมกับทุกค่าย-ไม่เลือกปฏิบัติ

21 ม.ค. 2554

นายกฯ สั่งไอซีทีเร่งชงเรื่องแก้ไขปัญหามือถือเข้าครม.ทุกค่ายพร้อมกัน ระบุพิจารณาพร้อมกันทั้งระบบเพื่อความชัดเจนและเป็นธรรม "จุติ" เผยรอผลของทีมคู่ขนานคณะกรรมการมาตรา 22 ด้านบอร์ดทีโอทีถกคดีฟ้องร้องเอกชนและทีโอที ตั้งอนุญาโตฯ ดูแลเรื่องค่าเอซี

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งการให้นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ไอซีที) รวบรวมผลการพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 13 และมาตรา 22 ของพ.ร.บ.ร่วมทุนเกี่ยวกับการแก้ไขสัญญาสัมปทานที่ไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของพ.ร.บ.ร่วมทุน เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาพร้อมกันในคราวเดียว เพื่อจะได้เห็นความชัดเจนของตัวระบบ และความชัดเจนว่าจะเป็นธรรม เพื่อให้ไม่มีข้อครหาว่าปฏิบัติไม่เหมือนกันในแต่ละกรณี จะได้ไม่มีข้อครหาว่ากรณีหนึ่งปฏิบัติแบบหนึ่งหรือไม่

 "หลักของรัฐบาลคือ ต้องเป็นไปตามกลไกที่มีอยู่ตามกฎหมาย และได้ย้ำว่าขอให้ดูอย่างระมัดระวังว่าไม่มีกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติไม่เหมือนกันในแต่ละกรณี ซึ่งนายจุติก็ยืนยันมาว่าเร่งดำเนินการเต็มที่" นายอภิสิทธิ์กล่าว

 ด้านนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคไอซีที กล่าวถึงความคืบหน้าการผลสรุปแนวทางการแก้ไขสัญญาสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งคู่สัญญากับ บมจ.ทีโอที และบมจ. กสท โทรคมนาคม คณะกรรมการมาตรา 22 พ.ร.บ.ว่าพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ว่าคณะกรรมการได้นำส่งให้ตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลสรุปของคณะทำงานคู่ขนานของกระทรวงไอซีที ที่ได้มอบหมายให้กลับไปทบทวนรายงานใหม่ ซึ่งยังไม่สามารถกำหนดวันที่จะเสนอต่อ ครม. ที่ชัดเจนได้ แต่หากนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ส่งผลสรุปพร้อมกันทั้งหมด ก็ยินดีปฏิบัติตาม

 นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา มีการหารือเกี่ยวกับคดีฟ้องร้องระหว่างทีโอทีกับผู้ประกอบการเอกชนกว่า 10 คดี โดยประเด็นอยู่ที่คดีที่ผู้ประกอบการเอกชนภายใต้สัญญาสัมปทานของ บมจ.กสท โทรคมนาคม ประกอบด้วยดีแทค ทรู คอร์ปอเรชั่น และ บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด หยุดจ่ายค่าเชื่อมต่อเลขหมาย (แอ็กเซสชาร์จ หรือเอซี) จำนวน 200 บาทต่อเลขหมายตั้งแต่เดือน 18 พฤศจิกายน 2549 เป็นเหตุให้ทีโอทีสูญเสียรายได้ปีละ 1.5 หมื่นล้านบาท รวมจนถึงขณะนี้เป็นมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งคดีดังกล่าวจะหมดอายุความในเดือนกุมภาพันธ์นี้แล้ว

 "มีการหารือเรื่องคดีที่ค้างอยู่กว่า 10 คดีว่าเราจะเดินหน้าต่อไป ซึ่งประเด็นค่าเอซีทีโอทีได้ตั้งคณะอนุญาโตตุลาการมาดำเนินการแล้ว โดยขั้นตอนเบื้องต้นก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามระบบ แต่ในความเห็นของบอร์ดทีโอทีลงมติว่า ทีโอทีกับกสท ควรเคลียร์ปัญหากันภายในก่อนไม่ควรมีคดีฟ้องร้องต่อกัน เพราะก็ถือเป็นรัฐวิสาหกิจเช่นเดียวกัน" นายอารีพงศ์ กล่าว