ไลฟ์สไตล์

"นายกฯ"ปัดไม่รู้ประเด็นที่สิงเทลขอพบ

"นายกฯ"ปัดไม่รู้ประเด็นที่สิงเทลขอพบ

20 ม.ค. 2554

"นายกฯ"ปัดไม่รู้ประเด็นที่สิงเทลขอพบ จี้ไอซีทีอย่าเลือกปฏิบัติ สั่งรวบรวมประเด็นปัญหาตามมาตรา 13 และ 22 ของพรบ.ร่วมทุนทุกกรณีเข้าครม.

(20ม.ค.)  เมื่อเวลา 15.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ผู้บริหารสิงเทลสเตรททิจิก อินเวสท์เม้นท์ ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกับกลุ่มเทมาเส็กโฮลดิ้งส์ ของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งถือหุ้น 19% ในบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ขอเข้าพบในวันที่ 26 ม.ค. ว่า ตนเห็นมีคนพูดอยู่แต่ยังไม่มีรายละเอียด ส่วนกรณีที่นายจอร์จ เยียว รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์เดินทางเข้าพบนั้นก็คุยกันในเรื่องกรอบของอาเซียน และความสัมพันธ์เรื่องโครงการความร่วมมือของข้าราชการและในส่วนที่ประเทศไทยจะเร่งรัดคือด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งพูดถึงกรณีที่นายจอร์จ เยียวจะเดินทางไปกับคณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอาเซียนที่จะไปจังหวัดเชียงรายเพื่อเดินทางต่อไปทางตอนใต้ของประเทศจีน รวมทั้งพูดถึงเรื่องภูมิภาคในภาพรวม โดยไม่มีการพูดถึงเรื่องของซิงเทลแต่อย่างใด และหากสิงเทลจะขอเข้าพบในสัปดาห์หน้าจะมีเวลาว่างหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ยังไม่ทราบเลยว่ามีประเด็นอะไร

 เมื่อถามว่าสิงเทลจะมาต้องการคุยในเรื่องที่รัฐบาลดำเนินการในเรื่องมาตรา 22 และมาตรา 13 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐพ.ศ. 2535 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินการตามมาตรา 13 และ 22 ทุกกรณีนั้น ทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)กำลังรวบรวมและต้องเสนอคณะรัฐมตรี(ครม.) ตนก็บอกว่าถ้าสามาถทำได้พร้อมกับทุกกรณีได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดีเพื่อจะได้เห็นความชัดเจนของตัวระบบและความชัดเจนว่าจะเป็นธรรม

 “ จะได้ไม่มีข้อครหาว่ากรณีหนึ่งปฏิบัติแบบหนึ่งหรือไม่ เพราะฉะนั้นผมพูดกับนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่าอยากให้ทำมาให้พร้อมกันมากกว่าที่จะมาทำทีละราย ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

 ส่วนกรณีที่มีความสับสนว่ากรณีของดีแทค และทรูมูฟไม่มีการฟ้องร้อง นายกฯ กล่าวย้ำว่า ตนถึงบอกว่าทุกกรณีควรจะต้องมาพร้อมกัน เนื่องจากคู่สัญญาเป็นคนคู่สัญญากันก็มักจะเกิดปัญหา เพราะฉะนั้นตนบอกนายจุติไปว่าในเรื่องที่จะมีการเสนอครม.ขอให้มาพร้อมกันทั้งระบบ อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพราะการดำเนินการทั้งหมดเป็นในเรื่องข้อกฎหมายทั้งหมดของเราซึ่งคนที่มาลงทุนทำธุรกิจต้องเคารพกฎหมายของเรา เมื่อถามถึงการดำเนินการเรื่องแก้ไขสัญญา นายกฯ กล่าวว่า นายจุติก็ยืนยันมาว่าเร่งดำเนินการเต็มที่ ทั้งนี้หลักของรัฐบาลคือต้องเป็นไปตามกลไกที่มีอยู่ตามกฎหมายว่า เขาเสนอมาอย่างไร

 “ผมขอให้ดูอย่างระมัดระวังว่าไม่มีกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติไม่เหมือนกันในแต่ละกรณี”นายกรัฐมนตรี กล่าว