
ผ้าคลุมผมสตรี ฝีมือแม่บ้านจือแร งานฝีมือสร้างรายได้ฝ่าวิกฤตไฟใต้
ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มรุนแรงในบางช่วงเวลาจนส่งผลให้บรรดาแม่บ้าน กลุ่มสตรีสัมพันธ์ จือแรรวมใจ ไม่สามารถออกไปรังสรรค์งานฝีมือได้ ณ ที่ทำการกลุ่ม ต.กอตอตือระ อ.รามัน จ.ยะลา ได้เหมือนปกติ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้ส
สุไบด๊ะ บอกว่า อดีตที่ผ่านมามีสมาชิกแม่บ้านที่ว่างเว้นจากการทำสวนยางพาราและสวนผลไม้จำนวน 15 คน รวมตัวกันทำขนมอบสังขยา จำหน่ายในท้องตลาดและละแวกชุมชน กระทั่งปี 2548 ได้ยกระดับด้วยการศึกษาการผลิตเครื่องแต่งกายมุสลิม โดยเฉพาะผ้าคลุมผมเนื่องจากเห็นว่าตลาดมีความต้องการสูงอีกทั้งมีแนวโน้มสดใส หากผลิตสินค้าอย่างประณีตและตั้งใจ ในช่วงแรกของการเริ่มต้นผลิตได้รับการอนุเคราะห์ความรู้ จากหน่วยงานภาครัฐทั้งในท้องถิ่น และระดับจังหวัดทำให้สามารถนำสินค้าออกวางจำหน่ายในพื้นที่ยะลา ปัตานี และนราธิวาส ปรากฏว่ามีกระแสตอบรับอย่างดีจากลูกค้า ทำให้ยอดสมาชิกเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนบางรายผันตัวจากการเป็นอาชีพเสริมเป็นอาชีพหลักทันทีเพราะมีรายได้ดี
ประธานกลุ่มสตรีสัมพันธ์จือแรรวมใจ ระบุว่า สิ่งที่ทำให้ผ้าคลุมผมของกลุ่มเป็นที่ต้องการของลูกค้า นั่นคือ การเย็บอย่างละเอียด ประณีต รวมถึงลวดลายที่ออกแบบมีความลงตัวและสอดรับกับสมัยนิยม และที่สำคัญผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นใช้ “ผ้าบาวา” เกรดเอ 100 เปอร์เซ็นต์ทุกผืน โดยมีคุณสมบัติคือสีไม่ตก ทนทาน และพลิ้วไหวทุกครั้งที่สวมใส่ สามารถดึงดูดใจให้แก่ผู้พบเห็นได้เป็นอย่างดี นอกจากลวดลายที่ออกแบบชนิดไม่ซ้ำซากจำเจแล้ว ยังยินดีรับงานที่ลูกค้าออกแบบมาให้ โดยลงมือปักลวดลายโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มไม่ว่ารูปแบบ หรือความต้องการของลูกค้าจะมีความยากกว่าปกติมากน้อยเพียงใดก็ตาม
“เราศึกษาลวดลายแบบใหม่อยู่เสมอ แต่ยังเน้นเอกลักษณ์ที่เป็นตัวตนของท้องถิ่นชายแดนภาคใต้ ขณะเดียวกันลวดลายเฉพาะที่เป็นความต้องการของลูกค้าเราก็ยินดีให้บริการชนิดไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่ทำให้สินค้าเราได้รับกระแสตอบกลับเป็นอย่างดีในเวลานี้” ประธานกลุ่มสตรีสัมพันธ์จือแรรวมใจ กล่าวอย่างภูมิใจ
สุไบด๊ะ กล่าวอีกว่าสำหรับผ้าคลุมผมของกลุ่ม มีจำหน่ายตั้งแต่ราคา 200-1,800 บาทต่อผืน ทั้งนี้ ราคาจะขึ้นอยู่กับความงดงาม และความยากง่ายของลวดลาย รวมถึงอัญมณีที่ใช้ประดับลายผ้า เช่นการใช้เกร็ดเพชร เกล็ดเงิน เกล็ดทอง เพื่อให้ผ้ามีความงดงามพลิ้วไหวระยับแสงยามสวมใส่นั่นเอง สำหรับลูกค้านอกจากจะมีตลาดใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ยังมีผู้สวมใส่จากภูมิภาคอื่นที่สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าคลุมผมเข้ามาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย รวมไปถึงลูกค้าในประเทศมาเลเซียที่ให้ความสนใจด้วยการสั่งออเดอร์ผ่านประธานกลุ่มสตรีสัมพันธ์จือแรรวมใจ ชนิดไม่ขายสาย
“ช่วงเทศกาลถือศีลอดจะงดรับออเดอร์เพราะจะผลิตสินค้าส่งตลาดไม่ทัน เนื่องจากเป็นช่วงที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในรอบปี ขณะเดียวกันกำลังผลิตต่อวันขณะนี้เฉลี่ยคนละ 3 ผืน ไม่สามารถทำได้มากกว่านั้นเนื่องจากสินค้าทุกชิ้นเป็นงานทำมือ จะไม่เน้นการผลิตด้วยเครื่องจักรนั่นเอง” สุไบด๊ะ กล่าว
แม้เวลานี้บรรยากาศในดินแดนปลายด้ามขวานยังคุกรุ่นไปด้วยเหตุรุนแรง แต่การไม่ย้อท้อต่อปัญหาที่เกิดขึ้นของบรรดาแม่บ้านกลุ่มสตรีสัมพันธ์จือแรรวมใจ ที่ไม่เพียงแค่ผลักดัน “ผ้าคลุมผม” เป็นสินค้าสร้างชื่อให้แก่ชุมชนได้แล้ว ยังนับเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จากชายแดนภาคใต้ที่สร้างรอยยิ้ม เติมความสุขให้ทั้งผู้ผลิตและผู้สวมใส่ในเวลาเดียวกันด้วย สุไบด๊ะ ทิ้งท้ายว่า หากสาวมุสลิมคนใดสนใจผ้าคลุมผมสตรีฝีมือสุดประณีตของกลุ่ม ติดต่อได้ที่โทร.08-9878-8186 และ 08-9289-4546 โดยยินดีให้ข้อมูลการผลิตผ้าคลุมผม และพร้อมให้บริการส่งสินค้าตามความต้องการตลอด 24 ชั่วโมง
" สุพิชฌาย์ รัตนะ"



