
เปิดใจ...ผู้ใหญ่บ้านบัณฑิตป้ายแดง!!"การปกครองท้องถิ่น"มสธ.
"ไม่มีใครแก่เกินเรียน" วดีเด็ดที่คงมนต์ขลังอยู่เสมอ เฉกเช่นเดียวกับบัณฑิตรุ่นแรก หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต วิชาเอกการบริหารการปกครองท้อง ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) จากโครงการจัดการศึกษาหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต วิชาเอกการบริหารการปกค
ยุทธศาสตร์ติดอาวุธทางปัญญาให้แก่ผู้นำในระดับท้องถิ่น เริ่มเมื่อปีการศึกษา 2551 ในครั้งนั้น มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้ารับการศึกษาตามหลักสูตรสูงถึง 3,000 คน จำแนกเป็นนักศึกษาหลักสูตร 4 ปี 2,866 คน นักศึกษาหลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปีอีก 134 คน โดยกรมการปกครองได้จัดสรรงบประมาณอุดหนุนค่าธรรมเนียมการศึกษา ร้อยละ 80 (เป็นเงิน 5,400 บาทต่อคน) และนักศึกษาสมทบค่าใช้จ่ายเป็นค่าธรรมเนียมการศึกษา ร้อยละ 20 (เป็นเงิน 1,350 บาทต่อคน) ขณะนี้มีนักศึกษาหลักสูตร 4 ปี กำลังศึกษาในปีที่ 3 ภาคการศึกษาที่ 2 และจะสำเร็จการศึกษาในเดือนเมษายนปี 2555 สำหรับในปีการศึกษา 2552 มีผู้สำเร็จการศึกษาจำนวน 74 คน คิดเป็นร้อยละ 84.09 ของนักศึกษาที่เข้าศึกษา
แม้มีใบปริญญาบัตรจากคณะรัฐศาสตร์ มสธ. แต่ ชรินทร์ อินทจักร์ อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านล้อง ต.หางดง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ก็ไม่คิดหยุดเรียนเพราะเชื่อว่าการศึกษาเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต เมื่อพบกับหลักสูตรดังกล่าวจึงไม่ลังเลที่จะสมัครเรียน จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาและภูมิใจที่ได้เป็นรุ่นบุกเบิกหลักสูตรนี้
เช่นเดียวกับ อนันต์ มานะการ อายุ 43 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านกลาง ต.คลองอู่ตะเภา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา บัณฑิตจากสาขาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ที่มองว่าการศึกษาเปรียบเสมือนการติดอาวุธ หากคนเรามีเพียงอำนาจหน้าที่ แต่ไม่มีความรู้ก็เปล่าประโยชน์ การที่ผู้นำท้องถิ่นมีฐานความรู้น้อยกว่าผู้อยู่ใต้การปกครองทำให้ขาดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ ตนเห็นว่าหลักสูตรนี้เหมาะสมกับอาชีพกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จึงมาเรียน จากที่เคยบริหารหมู่บ้านสะเปะสะปะก็สามารถจัดการองค์กรได้
"กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกคนรู้เพียงว่าเป็นตัวแทนของประชาชน แต่การไม่รู้บทบาท และทำตัวเหมือนสมัยก่อน ทำให้ไม่สามารถเข้าใจในบทบาทหน้าที่ได้อย่างลึกซึ้ง แต่วันนี้เมื่อทุกคนผ่านการเรียนรู้เหมือนได้ติดอาวุธ เพื่อทำหน้าที่บริหารงาน นับเป็นการเปลี่ยนแปลงและพลิกบทบาทครั้งยิ่งใหญ่ และเชื่อว่าทุกคนจะนำความรู้ไปพัฒนาชุมชนของตนเอง และประเทศชาติ เป็นสื่อกลางระหว่างรัฐกับชุมชน ขอให้ทุกคนจงมีความภาคภูมิใจ"
ทว่าสำหรับ ไมตรี พังทูน อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านสายสุราช ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้ให้คุณค่าของการศึกษาว่า ความรู้คือสิ่งที่มีค่ามากกว่าทรัพย์สินเงินทอง เพราะเป็นสิ่งที่ติดตัวไปได้ตลอดเวลา คนที่มีความรู้สามารถช่วยเหลือตนเองและคนรอบข้างได้
"เรียนหลักสูตรนี้ไม่ได้เพียงความรู้ แต่ได้ข้อคิด ข้อเสนอแนะ จากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่มาเรียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหาแต่ละพื้นที่ และร่วมกันหาทางออก นำสิ่งที่ดีจากหมู่บ้านอื่นมาพัฒนาหมู่บ้านของเรา ทุกคนแบ่งปันกันไม่หวงความรู้ ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน" ผู้ใหญ่บ้านไมตรี กล่าวด้วยรอยยิ้ม
สอดคล้องกับ นพวรรณ โลหะศิริภากรณ์ อายุ 38 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 บ้านสมอโคน ต.สมอโคน อ.บ้านตาด จ.ตาก ที่มีความภูมิใจมากที่สุดในชีวิตและไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีวันนี้ เพราะทางบ้านมีฐานะค่อนข้างยากจน เมื่อได้รับโอกาสจึงตั้งใจเรียนเต็มที่ จนมาถึงวันที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งสิ่งที่ได้มาไม่ใช่เพียงเพื่อตัวเราเอง แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวบ้านในความปกครองของเรา ตอนแรกที่มาเรียนรู้สึกท้อและกลัวว่าจะเรียนไม่จบ เพราะทราบว่าเรียนที่ มสธ.ต้องอ่านหนังสืออย่างหนัก คนอายุมากคงอ่านหนังสือไม่ไหว
"แต่เมื่อมาเรียนและพบกลุ่ม มีพูดคุยกับเพื่อนถึงปัญหาและความกังวล รวมทั้งได้รับกำลังใจจากอาจารย์ผู้สอน ทำให้มีแรงต่อสู้จนตั้งใจว่ายังไงก็ต้องจบให้ได้ เพราะในใจคิดเสมอว่าคนเราไม่ควรย่ำอยู่กับที่ การเป็นผู้นำคนอื่นต้องมีความรู้ จึงจะสามารถปกครองและพัฒนาหมู่บ้านได้ดี การไขว่คว้าหาความรู้อยู่ตลอดเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญ" นพวรรณ กล่าวในที่สุด
สนใจสอบถามเกี่ยวกับการศึกษา ติดต่อศูนย์สารสนเทศ (Call Center) โทรศัพท์ 0-2504-7788 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-19.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-16.30 น. หมายเลขโทรศัพท์มือถือให้บริการทุกวัน เวลา 08.30-22.00 น. 08-4360-4465, 08-4360-5612, 08-4439-9478 และ 08-4360-4957 โทรสาร 0-25033546-8 E-mail : [email protected]
0ภาวิณี เทพคำราม 0รายงาน



