
ชี้โอเน็ตตกต่ำเหตุครูด้อยคุณภาพจี้อภิสิทธิ์ดูแล
ผอ.สมศ.-สสวท.ชี้รอบ 4 ปีโอเน็ตตกต่ำ เหตุครู-สถานศึกษามีปัญหาด้านคุณภาพแถมครูวิทย์-คณิตเออร์ลี่ฯอื้อ จี้รัฐบาล-ศธ.ผลักดันปฏิรูปการศึกษารอบสองเน้นพัฒนาคุณภาพครู-สถานศึกษา ด้านผู้บริหารสพฐ.เผยขาดแคลนครูวิทย์-คณิต 1.7 หมื่นคน อาจารย์จุฬาฯ ชี้เด็กไทยยิ่งเรีย
จากกรณีศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.)ออกมาเปิดเผยผลประเมินการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต)ปีการศึกษา 2551 ซึ่งภาพรวมพบว่า นักเรียนชั้นป.6 คะแนนวิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์ค่าเฉลี่ยไม่ถึง 50% นักเรียนชั้นม.3 และนักเรียนชั้นม.6 ใน 5 วิชาหลักทั้งภาษาไทย สังคม คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษและวิทยาศาสตร์ค่าเฉลี่ยไม่ถึง 50% โดยในส่วนของนักเรียนชั้นม.6 ผลสอบโอเน็ตในช่วง 4 ปีนี้พบว่า 5 วิชาหลักคะแนนยังไม่ถึง 50% ซึ่งไม่ดีขึ้นกว่าเดิมนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552 ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ผอ.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) กล่าวว่า ภาพรวมคะแนนโอเน็ตของนักเรียนชั้นม.6 ไม่ดีขึ้นกว่าเดิม ลดลงบ้างนิดหน่อย ซึ่งมองว่าปัญหาเกิดจาก 2 เรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)และรัฐบาลต้องเร่งแก้ไขคือ เรื่องแรก การพัฒนาคุณภาพครูตั้งแต่กระบวนการผลิตครู จะต้องคัดเลือกคนเก่ง คนดีและจบตรงสาขามาเป็นครู แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการจัดระบบการผลิตครู รวมทั้งการพัฒนาครูอย่างเป็นระบบก็ยังไม่ได้มีการตั้งกองทุนพัฒนาครูขึ้นมา ครูประจำการที่มีอยู่ 4-5 หมื่นคนยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควรทั้งที่ช่วงปิดเทอมควรให้ครูกลุ่มนี้ได้มาอบรมเพื่อพัฒนาความรู้ และมีการคืนครูให้แก่เด็กโดยไม่ให้ครูต้องไปทำงานธุรการเพื่อให้สอนเด็กได้เต็มที่ซึ่งศธ.ก็มีนโยบายเรื่องนี้อยู่แล้ว และต้องนำเทคโนโลยีและสื่อการสอนที่ทันสมัยเข้ามาช่วยสอนเด็กและสนับสนุนให้พ่อแม่ซึ่งถือเป็นครูคนแรกของลูกเข้ามาส่งเสริมการเรียนรู้ของลูกให้มากขึ้น
“ปฏิรูปการศึกษารอบสองสิ่งที่ศธ.ต้องทำอย่างจริงจังคือ เรื่องในหมวด 7 การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาของพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติปี 2542 เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิตครูให้ได้คุณภาพ การพัฒนาครูอย่างเป็นระบบ “ผอ.สมศ. กล่าว
ศ.ดร.สมหวัง กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องที่สอง การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาโดยจากผลประเมินของสมศ.พบว่ามีสถานศึกษาสังกัดสพฐ.ไม่ผ่านประเมิน 20% สถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษา 15% และสถาบันอุดมศึกษา 10% ทั้งนี้ สถานศึกษาสังกัดสพฐ.ส่วนใหญ่ที่ไม่ผ่านประเมินจะเป็นโรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งในส่วนของสมศ.มีโครงการพัฒนาสถานศึกษาสังกัดสพฐ.กลุ่มนี้ตั้งแต่ปี 2551-2553 จำนวน 220 แห่งได้เสนอของบรัฐบาลไป 132 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้รับอนุมัติโดยสำนักงบประมาณเห็นว่าต้องให้ศธ.เป็นผู้เสนอของบประมาณนี้
“คุณภาพการศึกษานั้นดูที่ผลสอบโอเน็ต ผลสอบการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง(เอเน็ต)และคุณภาพสถานศึกษา สิ่งที่ศธ.ต้องเร่งทำคือการพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอของศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโสที่เสนอให้มีโครงการ 1 มหาวิทยาลัย 1 จังหวัด เพื่อให้แต่ละจังหวัดมีมหาวิทยาลัยมาเป็นพี่เลี้ยงช่วยพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาดำเนินการ คงทำไม่ได้ในระยะเวลาสั้น” ผอ.สมศ. กล่าว
น.ส.นารี วงศ์สิโรจน์กุล รักษาการผอ.สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) กล่าวว่า ปัญหาเด็กมีผลคะแนนโอเน็ตตกต่ำนั้น สสวท.มองเห็นแนวโน้มก่อนหน้านี้แล้วว่าจะเป็นเช่นนี้เพราะมีครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์เกษียณก่อนกำหนด(เออร์ลี่รีไทร์)เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ดังนั้น ปัญหาใหญ่ขณะนี้คือ การขาดแคลนครูและคุณภาพครูโดยเฉพาะครูคณิตศาสตร์ ซึ่งศธ.ทราบปัญหานี้ดีและกำลังดำเนินการแก้ไขแล้ว รวมทั้งการยกระดับคุณภาพการศึกษาในวิชาภาษาไทย วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งศธ.ได้จัดทำแผนยกคุณภาพการศึกษาใน 3 วิชานี้โดยมีนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.)เป็นประธานคณะกรรมการจัดทำร่างแผนนี้โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น สพฐ. สสวท.ช่วยกันจัดทำร่างแผนและทำงานร่วมกันโดยจะมีการนำเสนอร่างแผนที่แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบเพื่อหาข้อสรุปแผนในภาพรวมในวันที่ 9 เมษายนนี้
”จากผลประเมินและงานวิจัยต่างๆพบว่า คุณภาพการศึกษาภาษาไทย วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ของเด็กไทยตกต่ำลงซึ่งสสวท.รู้ถึงแนวโน้มนี้แล้ว และจากการที่คณะกรรมการของสสวท.ได้หารือกันเห็นว่าจะต้องไม่ผลสอบโอเน็ตของเด็กไทยตกต่ำกว่าเดิม ภายใน 3 ปีนี้ตั้งแต่ปี 2552-2554 จะต้องทำให้คงที่ให้ได้ หลังจากปี 2554 ไปแล้วก็จะต้องทำให้เพิ่มขึ้นโดยมุ่งพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา เชื่อว่าร่างแผนข้างต้น จะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาได้ดีขึ้นเพราะทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาทำงานร่วมกันจากเดิมที่ต่างคนต่างทำ รวมทั้งในส่วนของสสวท.ก็โครงการที่จะลงไปพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กและกลางที่เด็กมีผลคะแนนโอเน็ตตกต่ำประมาณ 1.5 หมื่นแห่งทั่วประเทศ โดยมุ่งยกระดับใน 3 วิชาทั้งภาษาไทย วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์”ผอ.สสวท. กล่าว
นายพิษณุ ตุลสุข ผอ.สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) กล่าวว่า การที่ครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เออร์ลี่รีไทร์ออกไปนั้นมีผลกระทบทำให้คุณภาพการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ตกต่ำลง ทั้งนี้ ปีที่แล้วมีข้าราชการครูวิชาต่างๆสังกัดสพฐ.เออร์ลี่และเกษียณปกติรวม 1.7 หมื่นคน แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์เท่าไหร่เพราะไม่ได้จำแนกเป็นครูเป็นรายสาขาวิชาไว้ อย่างไรก็ตาม จากการที่ครูเออร์ลี่และเกษียณปกติในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทำให้สพฐ.มีปัญหาขาดแคลนและต้องการอัตราบรรจุครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ทั้งสิ้น 1.7 หมื่นอัตรา
”ปีที่แล้วสพฐ.ได้อัตราคืนครูเกษียณและเออร์ลี่มาทั้งหมด 100% และได้นำอัตราครูที่ได้คืนมาบรรจุข้าราชการครูโดยเน้นครูจบตรงสาขาเช่น บรรจุนักศึกษาทุนครู 5 ปีจำนวน 2,041 คน บรรจุนักศึกษาในโครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์(สควค.)ที่จบสาขาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์รวม 545 คน
อจ.จุฬาฯ ชี้เด็กไทยยิ่งเรียนยิ่งด้อยคุณภาพ
ด้านรศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ข้อมูลของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) แสดงให้เห็นว่าเด็กไทยยิ่งอยู่ในระบบการศึกษานานเท่าไร ยิ่งคุณภาพลดต่ำลง และปัญหาคุณภาพการศึกษาก็ลามเข้ามาถึงระดับอุดมศึกษาแล้ว เพราะได้เด็กที่มีด้อยคุณภาพเข้ามาเรื่อยๆ ทั้งนี้คุณภาพการศึกษาที่ดิ่งเหวลงไปทุกขณะ กลับไม่มีเจ้าภาพหรือฝ่ายใดเข้ามาแสดงความรับผิดชอบ ทั้งฝ่ายการเมือง ข้าราชการประจำ จึงยิ่งทำให้คุณภาพการศึกษาสาหัสขึ้นทุกที แต่หาผู้รับผิดชอบไม่ได้
รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่พบได้ชัดเจนจากการสอบโอเน็ต4ปีที่ผ่านมาคือ ข้อสอบโอเน็ตของสทศ.เน้นการคิด วิเคราะห์ หาเหตุผล แต่กระบวนการเรียนการสอนในโรงเรียนยังเป็นแบบท่องจำ 80-90% เป็นเรื่องที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง เป็นตลกทางการศึกษาที่ขำไม่ออก ดังนั้นโรงเรียนจะต้องเปลี่ยนวิธีการสอน และกระบวนการเรียนรู้ครั้งใหญ่ ส่วนฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมว.ศึกษาธิการ ควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาคุณภาพการศึกษา เพราะไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ โดยวางเป้าหมายไว้ว่า 2 ปีจากนี้ จะยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างไร เช่น ร่วมมือกับกระทรวงอื่นๆ ในการผลิตซอฟแวร์และกระจายองค์ความรู้ในวิชาหลักทั้ง 5 ไปให้ถึงตัวเด็ก ผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาล ทั้ง ช่อง 11 และ ทีวีไทย
“10 ปีของการปฏิรูปการศึกษา ได้ผลิดอกออกผลออกมาแล้วว่า คุณภาพของเด็กไทยลดต่ำลงเรื่อยๆ เป็นการล้มเหลวด้านคุณภาพการศึกษาอย่างสิ้นเชิง ขณะเดียวกันครูและบุคลากรทางการศึกษาก็ก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน เข้าสู่เงินเดือนและวิทยฐานะใหม่ ได้ดิบได้ดีกันถ้วนหน้า ซึ่งเป็นการปฏิรูปการศึกษาที่ผิดพลาดมหาศาล เป็นผลร้ายของการปฏิรูปการศึกษาในรอบที่ผ่านมา ผมอยากเสนอว่า งานการศึกษาอยู่เหนือบ่ากว่าแรงของนายจุรินทร์ และ รมช.ศึกษาธิการ 2 คนแล้ว ควรให้นายอภิสิทิธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงมาดูแล้วเองได้แล้ว” รศ.ดร.สมพงษ์กล่าว



