ไลฟ์สไตล์

ถูกพิพากษาว่า ชนไม้กั้นอีซี่พาส

ถูกพิพากษาว่า ชนไม้กั้นอีซี่พาส

17 ม.ค. 2554

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2554 เวลาประมาณ 09.00 น. ที่ด่านเก็บเงินเทพารักษ์ (วิ่งมาจากด่านคลองทับช้าง มุ่งหน้าไปเทพารักษ์ ด่านแรกที่เจอ) ดิฉันลดความเร็วลง จนเรียกว่า คลาน

 ประกอบกับวันนี้เป็นวันหยุด ช่องเก็บเงินจะไม่เปิดทุกช่อง ดิฉันเห็นมาแต่ไกลว่า สัญญาณไฟเป็นสีแดงเกือบจะทั้งหมด ไม่รู้ว่าโชคดี หรือโชคร้ายที่ช่องทางที่ดิฉันวิ่งอยู่ตรงกับอีซี่พาส
 ดิฉันขับเข้าไปช้าเพราะกลัวเรื่องไม้กั้น ไม่มีอะไรเป็นสัญญาณบอกเหตุ แต่พอดิฉันกำลังจะขับผ่านไป เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ไม้กั้นหล่นลงมาระหว่างที่ดิฉันกำลังจะขับผ่าน แต่นับว่า โชคดีที่ไม้กั้นตกในแนวขนานกับตัวรถ ตอนนั้นดิฉันตกใจ พอตั้งสติได้ก็จะขับรถออกไป เพราะตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด หูยังอื้ออยู่
 คนที่นั่งมาด้วยบอกให้หยุดรถ เพราะ รปภ.ประจำด่าน เป่านกหวีดเรียกให้หยุดรถ รปภ.กล่าวหาดิฉันว่าขับรถชนไม้กั้น ทั้งที่ตอนที่ดิฉันผ่านไม้กั้น รปภ.คนนี้หันหลังให้ ไม่เห็นเหตุการณ์โดยตรง ดิฉันลงจากรถเดินไปดูไม้กั้น ตอนนั้นโมโหมาก พร้อมกับเอามือเคาะดูว่า ไม้กั้นทำจากวัสดุอะไร
 ดิฉัน : ไม้กั้นทำจากเหล็กใช่ไหม
 รปภ :  อะลูมิเนียม
 ดิฉัน : ถ้าชนจริง ไม้กั้นก็ต้องบุบสิ รถก็ต้องมีรอย แต่นี่ไม่มีรอยทั้งสองอย่าง
 รปภ.ก็ยังยืนยันว่า ดิฉันชนไม้กั้น แล้วพูดวิทยุสื่อสารไปที่หัวหน้าของเขา เพื่อตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด แล้วให้ดิฉันเอารถไปจอดข้างสำนักงานใกล้กับด่านเก็บเงิน ดิฉันขึ้นไปข้างบนสำนักงานเพื่อดูกล้องที่ รปภ.อ้างถึง มีพนักงานอยู่ในนั้นสองคน ภาพที่ได้ดูเป็นภาพโดยรวม ไม่ใช่ภาพหน้าด่านที่รถขับผ่าน หลังจากที่พนักงานดูแล้ว ยังยืนยันว่า ดิฉันขับรถชนไม้กั้น ดิฉันเริ่มเจรจากับเจ้าหน้าที่ของทางด่วน
 เจ้าหน้าที่ : เห็นไหมคะว่า คุณชนไม้กั้น
 ดิฉัน : ดิฉันมั่นใจว่าไม่ได้ชน ถ้าชนไม้กั้นจะมีรอยหรือเปล่าคะ
 เจ้าหน้าที่ : ขึ้นอยู่กับความแรงที่ชน
 ดิฉัน : รบกวนช่วยดูภาพช้าๆ อีกรอบได้ไหม เพราะดิฉันมั่นใจว่า ไม่ได้ขับมาเร็ว แล้วไม้กั้นก็ยกแล้ว ปกติดิฉันใช้อีซี่พาส ถ้าไม่มีเงิน ไม้กั้นจะยกไหมคะ
 เจ้าหน้าที่ : ตรวจสอบยอดเงินในบัตรซิ (หันไปสั่งเจ้าหน้าที่ที่คุมระบบ เป็นหัวหน้าของรปภ. ข้างล่าง) 
 ระบบเริ่มรันภาพอีกครั้งแบบช้าๆ ดิฉันชี้ให้เห็นว่า ดิฉันแทบจะคลานเต่าผ่านไม้กั้นที่ยกแล้ว แต่ไม้กั้นตกลงมาด้านข้างของรถ คราวนี้ทุกคนเริ่มยอมรับว่า ดิฉันไม่ได้ชนไม้กั้น หลังจากดูไปแล้ว 2 รอบ พฤติกรรมและท่าทีของเจ้าหน้าที่เริ่มเปลี่ยนไป
 ดิฉันพูดสำทับลงไปอีกว่า ดิฉันเองก็ตกใจที่ไม้ตกลงมา แต่นับว่าโชคดีที่ตกข้างๆ ไม่ได้ตกลงมาตรงๆ ถ้าตกลงมาตรงๆ ยังไม่รู้ว่า อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง แล้วแอบถามว่า ในกรณีนี้เกิดอะไร
 เจ้าหน้าที่บอกว่า นอตอาจจะหลวมค่ะ พร้อมขอโทษด้วยที่ทำให้เสียเวลา
 พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ที่แสดงออกว่า ดิฉันชนไม้กั้นทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ดิฉันรับไม่ได้จริงๆ ดิฉันตกเป็นเหยื่อของอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน เพิ่งใช้ได้แค่ปีเดียว แต่กลับต้องมาเป็นจำเลย ทำลายทรัพย์สินของการทางฯ
 เรื่อง ระบบไม้กั้น ปล่อยให้นอตหลวมได้อย่างไร นี่คือความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง ควรมีการตรวจสอบเป็นประจำ ถ้าวันหนึ่งไม้กั้นตกลงมาถูกรถผู้ใช้ทาง เจ้าหน้าที่จะยังยืนยันไหมว่า ผู้ใช้ทางชนไม้กั้น เหมือนที่ทำกับดิฉันอีก
 ดิฉันข้อสงสัย คือ กล้องที่อยู่หน้าช่องเก็บเงินแต่ละช่อง มีไว้เพื่ออะไร เวลาเกิดเหตุการณ์ ไม่เห็นมีใครเอาภาพที่เห็นชัดเจนออกมาให้ดูได้เลย
 ถ้ามีภาพตรงนั้น ดิฉันคงไม่ต้องมาตั้งดูภาพซ้ำไปซ้ำมาถึง 3 รอบ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง ในทางกลับกัน ถ้าคนที่เจอเหตุการณ์เช่นเดียวกับดิฉัน ไม่มีสติพอที่จะยกเหตุผลต่างๆ ขึ้นมา จนเจ้าหน้าที่ยอมรับได้ เขามิต้องเป็นแพะหรือคะ
 อยากจะฝากเตือนทุกท่าน ที่ใช้ระบบนี้ ให้ใช้ความระมัดระวัง ด่านไหนที่คาดว่า ไม่น่าจะมีคนใช้ระบบอีซี่พาส ก็อย่าไปใช้นะคะ เพราะอาจจะกลายเป็นคนทดสอบระบบให้เขาเหมือนดิฉัน
ณฤดี กีรติภิญโญ
ตอบ
 ประชาสัมพันธ์ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ยอมรับว่า ไม้กั้นหล่น เพราะนอตหลวมจริงๆ
 จากการตรวจสอบกรณีนี้ เป็นความผิดของ รปภ. ที่ไม่ตรวจสอบข้อจริงให้ดีเสียก่อนที่จะกล่าวหาผู้ใช้ทางรายนี้ ขณะนี้ได้สั่งการให้ผู้บังคับบัญชา ว่ากล่าวตักเตือน และดำเนินการลงโทษทางวินัยแล้ว
 ส่วนไม้กั้น ได้ดำเนินการซ่อมแซม จนสามารถใช้งานได้ตามปกติแล้ว ต่อไปนี้ จะระมัดระวังและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
 ใช้อีซี่พาส ไม่ง่ายอย่างที่คิด
ลุงแจ่ม