
เหตุที่ฉันสนใจกล้วยไม้ (18)
ดังนั้น ภายในห้องปฏิบัติการก็ย่อมมีคนสนใจอย่างการเพาะกล้วยไม้ลงขวด แต่ช่วงนั้นคนยังเกรงว่า เชื้อราในอากาศมันจะแทรกซึมผ่านเข้าไปในขวดเพาะได้ นี่เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้นักวิชาคนนั้นแอบเพาะเมล็ดกล้วยไม้อย่างลับๆ ภายในห้องปฏิบัติเพาะเลี้ยงเชื้อรา โดยไม่ยอมใ
ทั้งนี้ เพราะเหตุว่าเป็นคนมีนิสัยหวงวิชาความรู้ เมื่อหวงวิชาก็ย่อมนำไปใช้ในทางที่ไม่สุจริต ในที่สุดหลังจากเวลาผ่านพ้นมา 2-3 ปี จึงรู้ว่าผลการทดลองดังกล่าวถูกนำไปใช้เพาะเมล็ดกล้วยไม้เพื่อค้าขายส่วนตัว มิน่าล่ะถึงได้หวงนักหวงหนา
ส่วนตัวฉันเองกลับคิดว่า ตนต้องการอุทิศตัวให้แก่ส่วนรวม ถ้าเช่นนั้นแล้วคงต้องถามตัวเองว่า “ฉันควรจะทำยังไง?”
ดังนั้น หลังพบว่าอีกด้านหนึ่งของห้องทำงานซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเชื้อรา ทั้งเป็นห้องเก็บเมล็ดกล้วยไม้ที่หวงความรู้โดยผู้ปฏิบัติไม่ยอมให้คนอื่นเห็น ตัวฉันเองร่วมกับรุ่นน้องอีกคนหนึ่งที่คิดตรงกัน จึงปีนฝาผนังแอบดูวิธีที่เขาเพาะเลี้ยงกล้วยไม้แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะเหตุว่าแอบดูยังไงก็สังเกตอะไรไม่ได้ อีกทั้งผู้ที่ลงมือปฏิบัติก็ประสบปัญหาต่างๆ มากมาย
มิน่าล่ะทดลองยังไงมันก็ไม่ได้ แม้แต่การแอบดูมันก็ไม่เห็นชัดเจน!
นี่แหละเธอที่รักถ้าฉันขออนุญาตพูดว่า “กว่าจะพบผลสำเร็จก็ต้องผ่านอุปสรรคอย่างร้ายกาจมาให้ได้เสียก่อน”
ยังมีอีก เมื่อพูดถึงการเพาะเมล็ดกล้วยไม้ลงในขวด หลายคนกลัวนักกลัวหนาว่า เชื้อราในอากาศซึ่งตาเปล่ามองไม่เห็นมันจะแอบเข้าไปในขวด หลังจากนั้นแทนที่เมล็ดกล้วยไม้จะงอก เชื้อรามันกลับงอกแทนที่ไปทั้งขวด
นี่แหละคือปัญหาใหญ่สำหรับคนที่แตกตื่นอยากเพาะกล้วยไม้ลงขวดกันนัก
ช่วงนั้นคนในวงการกล้วยไม้ต่างอยากปลูกกัน แต่อีกใจก็กลัวเชื้อรา!
อนึ่ง สำหรับคนที่นำเอาการเพาะเมล็ดกล้วยไม้เข้าไปแอบเพาะอยู่ในห้องปฏิบัติ แม้จะหวงความรู้ หวงประสบการณ์เพื่อนำผลิตผลนั้นไปค้าขาย ทว่า เมื่อถึงเวลาที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพรับงานประชุมกล้วยไม้โลก สำหรับตัวฉันเองใจกว้างพอที่จะมอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้แก่ท่านผู้นี้
ทั้งนี้ เพราะเหตุฉันใช้หลักธรรม ซึ่งกล่าวไว้ว่า “ถ้าไม่มีเหตุนั้นก็ย่อมไม่มีผลปรากฏในปัจจุบัน”
แม้แต่การแต่งหนังสือตำรากล้วยไม้ที่มีความหนาร่วม 1,000 หน้า ฉันก็ได้อธิบายไว้อย่างละเอียดถึงวิธีการเพาะเมล็ดกล้วยไม้ดังกล่าว
จะว่าฉันทำเพื่อส่วนร่วมจริงหรือเปล่า สิ่งนี้ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวเอง
"ระพี สาคริก"



